ม.มหิดลเตือน อันตรายจากสารหน่วงไฟ PCBs ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แนะเลี่ยงเผาในที่โล่ง ลดความเสี่ยงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมชี้ทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
ม.มหิดลชี้ความเสี่ยง “สารหน่วงไฟ PCBs”
มหาวิทยาลัยมหิดล โดยภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ ออกมาเตือนถึงอันตรายจาก “สารหน่วงไฟ” หรือสารเคมีกลุ่ม PCBs (Polychlorinated Biphenyls) ที่พบในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเมื่อมีการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการเผาในที่โล่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการปลดปล่อยมลพิษอันตรายสู่สิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในระยะยาว
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้ อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยมลพิษตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollutants: POPs) ซึ่งประเทศไทยร่วมลงนาม ณ ราชอาณาจักรสวีเดน เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2548 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เพื่อปกป้องสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารพิษตกค้างที่ย่อยสลายได้ยาก
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ดำเนินการตาม แผนการจัดการระดับชาติเพื่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษตกค้างยาวนาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2570 ครอบคลุมการจัดการสารอันตรายในน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันตัวเก็บประจุ และน้ำมันไฮดรอลิกส์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมสารเคมีตกค้างที่สำคัญ
PCBs คืออะไร และเหตุใดจึงเป็นความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมรีไซเคิล
อาจารย์ ดร.ธีรพงษ์ เลิศอัศวกร อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า “สาร PCBs” เป็นสารเคมีในกลุ่มสารหน่วงไฟ (Flame Retardant) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันหรือชะลอการลุกลามของไฟเมื่อเกิดความร้อนสูง
ด้วยเหตุนี้ จึงถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตแผงวงจรของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยในระหว่างการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ การกำจัดที่ไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะการเผาในที่โล่ง อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษและสารมลพิษที่เป็นอันตรายต่อทั้งผู้ปฏิบัติงานและชุมชนโดยรอบ

แนวทางกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง
อาจารย์ ดร.ธีรพงษ์ ระบุว่า การเผาทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสาร PCBs ควรดำเนินการภายใน เตาเผาแบบสองห้องเผา
ประกอบด้วย ห้องเผาหลัก (Primary Chamber) สำหรับเผาขยะอิเล็กทรอนิกส์ และ ห้องเผารอง (Secondary Chamber) สำหรับเผาทำลายก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของสาร PCBs
ระบบดังกล่าวจะช่วยลดการปลดปล่อยมลพิษอันตราย สู่สิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการเผาในพื้นที่เปิด
ความท้าทายของการคัดแยกขยะภายใต้เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก
นอกเหนือจากประเด็นขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว มหาวิทยาลัยมหิดลยังแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการคัดแยกขยะที่กำลังได้รับการส่งเสริมในหลายภาคส่วน
แม้การคัดแยกขยะจะเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม แต่หากขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ผู้ปฏิบัติอาจเผชิญความเสี่ยงจาก การปนเปื้อนเชื้อก่อโรคจากขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว การสัมผัสสารโลหะหนักจากขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ และการได้รับสารพิษจากการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้อง
ปัญหาสำคัญที่พบในปัจจุบัน คือ การขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับทั้งประโยชน์และผลกระทบของการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี
จาก 3R สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โอกาสใหม่ของภาคธุรกิจ
ในมุมมองของการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาจารย์ ดร.ธีรพงษ์ เสนอว่า การใช้หลัก 3R ได้แก่ Reduce (ลดการใช้) Reuse (ใช้ซ้ำ) และ Recycle (รีไซเคิล) อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับความท้าทายด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในอนาคต ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมควรต่อยอดไปสู่แนวคิด
- Repurpose: เพิ่มมูลค่าจากการใช้งานรูปแบบใหม่
- การนำวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เดิมมาปรับใช้ในวัตถุประสงค์ใหม่ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดปริมาณของเสีย
- Recovery: ดึงทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบการผลิต
- การนำองค์ประกอบหรือวัตถุดิบที่ยังมีคุณค่ากลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
แนวคิดดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกำลังกลายเป็นทิศทางสำคัญของภาคธุรกิจทั่วโลก ท่ามกลางแรงกดดันด้าน ESG และเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน
เดินหน้าสร้างองค์ความรู้เพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
มหาวิทยาลัยมหิดล โดยภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจตามปณิธาน “ปัญญาของแผ่นดิน” ผ่านการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะของประชาชน ภายใต้แนวคิดการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การเตือนภัยเรื่องสารหน่วงไฟ PCBs สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการรีไซเคิล และองค์กรที่ดำเนินนโยบาย ESG การลงทุนในระบบกำจัดของเสียที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต

