ACCF เร่งเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอาเซียน ขณะที่ไทยนำ T-VER และ RECs ขึ้นแพลตฟอร์มสากลครั้งแรก จับตาโอกาสลงทุนเศรษฐกิจสีเขียว
ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) เดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจัดประชุมคณะกรรมการ Steering Committee ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity Week 2026 โดยประเทศไทยถูกจับตาในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีความคืบหน้าโดดเด่นด้านการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านการผลักดันคาร์บอนเครดิต T-VER และ Renewable Energy Certificates (RECs) สู่แพลตฟอร์มระดับสากลเป็นครั้งแรก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนทิศทางใหม่ของภูมิภาคอาเซียน ที่กำลังเร่งสร้าง “ระบบนิเวศตลาดคาร์บอน” ให้สามารถเชื่อมโยงข้ามพรมแดนได้อย่างมีมาตรฐาน รองรับทั้งการลงทุนสีเขียว การซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

ACCF เร่งปั้น “ตลาดคาร์บอนอาเซียน” เชื่อมระบบระดับภูมิภาค
กลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น และประธาน Carbon Markets Club (CMC) หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก่อตั้ง ACCF ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรอบความร่วมมือดังกล่าวถูกกล่าวถึงในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 รวมถึงแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 อีกทั้งยังได้รับการอ้างอิงในแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN Capital Markets Forum
ตลอดปีที่ผ่านมา ACCF สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากล เช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิตจากอาเซียนในตลาดโลก

ไทยรุกเชื่อมตลาดคาร์บอนโลก ดัน T-VER ขึ้นแพลตฟอร์มสากลครั้งแรก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือความคืบหน้าของประเทศไทยผ่านบทบาทของ Carbon Markets Club (CMC)
CMC ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) พร้อมนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทยขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก
การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดคาร์บอนไทย เพราะช่วยเพิ่มโอกาสให้คาร์บอนเครดิตไทยเข้าถึงนักลงทุนและผู้ซื้อในต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับมาตรฐานตลาดภายในประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางสากล
CMC ยังสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative (HACI) ซึ่งดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิตไทยในระยะยาว

3 กลไกหลัก ACCF สร้างระบบนิเวศคาร์บอนครบวงจร
การดำเนินงานของ ACCF ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. Supply and Demand
การสร้างสมดุลอุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน เพื่อรองรับความต้องการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
2. Market Infrastructure
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาด เช่น ระบบทะเบียนคาร์บอน การเชื่อมโยงแพลตฟอร์มซื้อขาย และมาตรฐานการตรวจสอบ
3. Strategic Communications and Capacity Building
การสร้างความเข้าใจ การพัฒนาศักยภาพ และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ นักลงทุน และภาครัฐ
นอกจากนี้ ACCF ยังใช้กลไก “Policy Alignment” และ “Pilot Transactions” เพื่อผลักดันการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในเชิงปฏิบัติ
มาเลเซีย-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย เร่งเสริมโครงสร้างตลาดคาร์บอน
มาเลเซีย ดันนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติ
Malaysia Carbon Market Association (MCMA) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศตลาดคาร์บอนของมาเลเซีย โดยในเดือนเมษายน 2569 มาเลเซียได้เปิดตัวนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติ ซึ่งระบุให้ ACCF เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค
แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามสร้างความสอดคล้องระหว่างนโยบายระดับประเทศกับกรอบความร่วมมืออาเซียน

สิงคโปร์ ออกคู่มือใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง
Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ได้ผลักดันคู่มือ “Implementation Guide for Corporate Usage of High-Integrity Carbon Credits” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงควบคู่กับกลยุทธ์ลดก๊าซเรือนกระจก
คู่มือนี้สอดคล้องกับแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่สำนักงานเลขาธิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติสิงคโปร์ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และ Enterprise Singapore เผยแพร่ร่วมกันในเดือนตุลาคม 2568
อินโดนีเซีย เร่งศึกษา Transition Credits และ CCS
Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA) มุ่งผลักดันโครงการภาคปฏิบัติ ทั้งการพัฒนาโครงการคาร์บอน การกระตุ้นตลาด และความร่วมมือระหว่างประเทศ
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือการศึกษาความเป็นไปได้ของ transition credits โดยเฉพาะกรณียุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด รวมถึงความคืบหน้าด้าน Carbon Capture and Storage (CCS)
AACM เดินหน้าฐานข้อมูลกลาง ยกระดับตลาดคาร์บอนอาเซียน
ASEAN Alliance on Carbon Markets (AACM) ยังคงทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมสมาชิก โดยร่วมกับ Fairatmos พัฒนาฐานข้อมูลระดับภูมิภาคสำหรับวิธีการคำนวณโครงการคาร์บอนเครดิต
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างมาตรฐานร่วม เพื่อให้ระบบคาร์บอนเครดิตของแต่ละประเทศสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
ตลาดคาร์บอนอาเซียน โอกาสใหม่ของนักลงทุนและธุรกิจไทย
การขับเคลื่อนของ ACCF กำลังเปลี่ยน “ตลาดคาร์บอน” จากแนวคิดเชิงนโยบาย สู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค
สำหรับภาคธุรกิจไทย การเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับอาเซียนอาจสร้างโอกาสสำคัญในหลายมิติ ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว การสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต การลงทุนในพลังงานสะอาด ตลอดจนการยกระดับความสามารถแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
ในระยะต่อไป ACCF จะเดินหน้าธุรกรรมนำร่อง การประสานนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในระยะยาว

