กสิกรไทย – แสนสิริ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย สู่ยุค “ต้นทุนเงินทุน” ผูกมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม นำ Thailand Taxonomy เชื่อมโยงการระดมทุน การปล่อยสินเชื่อ และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทย และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ครอบคลุมตั้งแต่ Green Bond, Green Project Loan และ Green Retail Loan ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนตั้งแต่ระดับตลาดทุน ผู้พัฒนาโครงการ ไปจนถึงผู้ซื้อบ้าน ภายใต้กรอบ Thailand Taxonomy ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของภาคธุรกิจไทย
หากโมเดลดังกล่าวได้รับการยอมรับในวงกว้าง อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ไม่ได้วัดกันเฉพาะทำเลหรือราคา แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าถึง “เงินทุนสีเขียว” ด้วย

Green Finance กำลังกลายเป็นปัจจัยแข่งขันใหม่ของธุรกิจอสังหาฯ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นด้านความยั่งยืนถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สร้างภาพลักษณ์ขององค์กร แต่ทิศทางล่าสุดของตลาดการเงินกำลังเปลี่ยนให้ ESG และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
กรณีของกสิกรไทยและแสนสิริ สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน ผ่านการเชื่อมโยงเครื่องมือทางการเงิน 3 ระดับ ได้แก่
- Green Bond สำหรับระดมทุนผ่านตลาดทุน
- Green Project Loan สำหรับพัฒนาโครงการ
- Green Retail Loan สำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย
โครงสร้างดังกล่าวทำให้การเงินสีเขียว ครอบคลุมห่วงโซ่อสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แทนที่จะเป็นเพียงโครงการเฉพาะด้านเหมือนที่ผ่านมา
Green Ecosystem 3 มิติ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
1. Green Bond เชื่อมตลาดทุนสู่โครงการคาร์บอนต่ำ
แสนสิริออก Green Bond สำหรับโครงการที่อยู่อาศัย โดยมีกสิกรไทยเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงินที่ระดมทุนได้จะนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำ เริ่มจากโครงการบนทำเลสารสิน ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน
แนวทางนี้ช่วยให้เงินทุนจากนักลงทุนที่ต้องการลงทุนด้าน ESG สามารถไหลเข้าสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์ได้โดยตรงมากขึ้น
2. Green Project Loan วงเงิน 4,000 ล้านบาท
กสิกรไทยอนุมัติสินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียวให้แก่แสนสิริ วงเงิน 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมคอนโดมิเนียมต้นแบบ 3 โครงการ ซึ่งผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy สำหรับภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

เกณฑ์การประเมินสำคัญคือ
- Carbon Emission Intensity ของอาคาร
- ผ่านการรับรองโดย Bureau Veritas
ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า อาคารดังกล่าวสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ประมาณ 25–35% เมื่อเทียบกับอาคารทั่วไป นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนขยายความร่วมมือด้าน Green Financing ไปยังโครงการใหม่เพิ่มเติมอีกกว่า 2,000 ล้านบาท
3. Green Retail Loan ส่งต่อสิทธิประโยชน์ถึงผู้ซื้อบ้าน
ในฝั่งผู้บริโภค กสิกรไทยเปิดตัวสินเชื่อบ้านสีเขียวสำหรับโครงการของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ
เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
- ดอกเบี้ยปีแรกต่ำสุด 1.50%
- ฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท
- เปิดรับสมัครระหว่าง 1 กรกฎาคม–30 กันยายน 2569
- จดจำนองภายใน 31 ตุลาคม 2569

การออกแบบผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ สะท้อนความพยายามเชื่อมโยงประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม เข้ากับต้นทุนทางการเงินของผู้บริโภคโดยตรง
Thailand Taxonomy เริ่มมีผลต่อการแข่งขันจริง
ที่ผ่านมา Thailand Taxonomy ถูกพูดถึงในระดับนโยบายเป็นหลัก แต่กรณีนี้ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อและการระดมทุนจริง
นั่นหมายความว่า ผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาโครงการให้ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม อาจมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่าในอนาคต
2. ผู้พัฒนาอสังหาฯ อาจต้องเร่งลงทุนด้านอาคารประหยัดพลังงาน
หากธนาคารเริ่มให้น้ำหนักกับ Green Financing มากขึ้น การแข่งขันของผู้ประกอบการอาจเปลี่ยนจาก แข่งต้นทุนก่อสร้าง ไปสู่ การแข่งประสิทธิภาพด้านพลังงาน การแข่งการลดคาร์บอน การแข่งมาตรฐานอาคารสีเขียว ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

3. ผู้บริโภคเริ่มได้รับผลตอบแทนจากบ้านประหยัดพลังงาน
เดิมที “บ้านสีเขียว” มักถูกสื่อสารในมิติของการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่โมเดลนี้พยายามทำให้ผู้บริโภคเห็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ได้แก่
- ดอกเบี้ยสินเชื่อที่ต่ำลง
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสถาบันการเงิน
หากแนวทางนี้ได้รับการขยายผล อาจกระตุ้นให้ความต้องการที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น
ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ภายใต้บริบทที่กติกาธุรกิจโลกเปลี่ยนแปลง ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินธุรกิจ พร้อมมองว่าภาคการเงินมีบทบาทในการเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแหล่งเงินทุน เครื่องมือ และโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง และมองว่า Thailand Taxonomy ช่วยยกระดับมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการคาร์บอนต่ำ
แม้ความร่วมมือระหว่างกสิกรไทยและแสนสิริจะอยู่ในรูปแบบของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่สาระสำคัญอยู่ที่การนำ Thailand Taxonomy มาเชื่อมโยงกับการระดมทุน การปล่อยสินเชื่อ และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ
หากแนวทางนี้ขยายตัวไปยังผู้ประกอบการรายอื่น อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยอาจเข้าสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ ซึ่งความสามารถในการลดการปล่อยคาร์บอนและการผ่านมาตรฐานอาคารสีเขียว จะมีผลโดยตรงต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้นทุนทางการเงิน และการตัดสินใจของผู้บริโภคในระยะยาว

