กสิกรไทย–SCGP ตอกย้ำพันธมิตรด้านความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ขับเคลื่อน Circular Economy จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการออกแบบวงจรชีวิตวัสดุตั้งแต่ต้นทาง นำกระดาษรีไซเคิล 100% ทำโครงสร้างบูทในงาน EARTH JUMP 2026 ก่อนส่งต่อวัสดุจากบูทสู่โรงเรียนในโครงการ SCGP Low Carbon School พัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์และสื่อการเรียนรู้ ส่วนวัสดุที่ใช้ซ้ำไม่ได้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบใหม่ ลดขยะและสร้างคุณค่าจากทรัพยากรตลอดห่วงโซ่
การร่วมมือระหว่าง ธนาคารกสิกรไทย และ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ด้านความยั่งยืน ด้วยการนำหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้ การนำกลับมาใช้ซ้ำ การส่งต่อเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม จนถึงการรีไซเคิลกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความร่วมมือดังกล่าวอย่างชัดเจน คือการบริหารจัดการวัสดุภายในงาน EARTH JUMP 2026 ซึ่งกสิกรไทยและ SCGP ไม่ได้มองโครงสร้างบูทและอุปกรณ์จัดแสดงเป็นเพียงวัสดุสำหรับใช้งานชั่วคราว แต่เริ่มต้นด้วยการเลือกใช้ กระดาษรีไซเคิล 100% และวางแผนต่อไปถึงปลายทางของวัสดุหลังงานสิ้นสุดลง
แนวทางนี้ทำให้วงจรของทรัพยากรไม่ได้จบลงพร้อมกับการรื้อถอนงาน แต่ถูกส่งต่อไปสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ สะท้อนหลักสำคัญของ Circular Economy ที่มุ่งลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ยืดอายุการใช้งานของวัสดุ และลดปริมาณของเสียที่ต้องถูกกำจัด

จากกระดาษรีไซเคิล 100% สู่บูท ก่อนหมุนเวียนสร้างคุณค่าใหม่
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว กสิกรไทยและ SCGP ร่วมกันบริหารจัดการวัสดุสำหรับนิทรรศการอย่างครบวงจร โดยโครงสร้างบูทและอุปกรณ์ตกแต่งภายในงาน EARTH JUMP 2026 ผลิตจาก กระดาษรีไซเคิล 100% พร้อมวางแผนจัดการวัสดุตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดหลังสิ้นสุดกิจกรรม
หลังจบงาน โครงสร้างบูทและอุปกรณ์ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ได้ถูกทิ้ง แต่ SCGP นำไปส่งต่อให้โรงเรียนภายใต้โครงการ SCGP Low Carbon School จำนวน 3 แห่งในจังหวัดราชบุรี ได้แก่ โรงเรียนวัดโพธิ์รัตนาราม โรงเรียนวัดหุบกระทิง และโรงเรียนวัดบ้านฆ้องน้อย (โทกุหลาบทิพย์ประชาสรรค์)
วัสดุเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดเป็น เฟอร์นิเจอร์และสื่อการเรียนรู้ ทำให้ทรัพยากรจากพื้นที่จัดนิทรรศการสามารถสร้างประโยชน์ต่อเนื่องในภาคการศึกษา
ขณะที่วัสดุส่วนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อแปรรูปกลับเป็นวัตถุดิบใหม่ในระบบของ SCGP แทนการกลายเป็นขยะหลังจบงาน สอดคล้องกับแนวทาง Zero Waste และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า

วงจรดังกล่าวจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ Recycled Material → Exhibition → Reuse → Social Value → Recycling → New Material เป็นตัวอย่างของการนำ Circular Economy มาประยุกต์กับกิจกรรมทางธุรกิจที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้จริง
กสิกรไทยชูความยั่งยืน ต้องฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน
รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับ SCGP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนแนวทางของกสิกรไทยที่ต้องการผสานความยั่งยืนเข้าไปในทุกมิติของการดำเนินงาน
EARTH JUMP 2026 จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน แต่ตัวงานเองยังถูกออกแบบให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ การลด Single-use Waste ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้
นอกจากนี้ ธนาคารยังชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดด้วย คาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้โครงการนำร่อง Carbon Credit Tokenization Pilot Program ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การได้รับการรับรองเป็น Net Zero Event ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

SCGP ชี้ Circular Economy ต้องเริ่มตั้งแต่ “การออกแบบ”
ดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า SCGP ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรกับธนาคารกสิกรไทยในการนำโซลูชันกระดาษมาประยุกต์ใช้กับงานนิทรรศการ โดยผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การออกแบบโดยคำนึงถึงปลายทางของวัสดุตั้งแต่ต้น สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ต่อสังคมไปพร้อมกัน
สำหรับ SCGP แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนตลอดระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ ภาครัฐ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการจัดการของเสีย ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อสร้างระบบที่สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
EARTH JUMP 2026 จากเวทีความรู้สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
EARTH JUMP 2026 จึงกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแนวคิดด้าน Sustainability จาก “การพูดถึงเป้าหมาย” ไปสู่ “การลงมือทำ” โดยงานจัดขึ้นต่อเนื่อง 2 วัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,500 คน วิทยากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ SME กว่า 80 ท่าน ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ผ่าน 2 เวทีเสวนา พร้อมผู้ร่วมจัดแสดงโซลูชันด้านการลดคาร์บอน 65 ราย
นอกจากองค์ความรู้และเครือข่ายธุรกิจแล้ว ภายในงานยังรวบรวมโซลูชันเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตั้งแต่เครื่องมือด้านการเงิน เทคโนโลยี การประเมินความพร้อมด้าน ESG การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การให้คำปรึกษา ไปจนถึงโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์กรและผู้ประกอบการหลายภาคส่วน
หนึ่งในผลลัพธ์ที่จับต้องได้จึงอยู่ที่ “ตัวงาน” เอง ผ่านการบริหารวัสดุตามหลัก Circular Economy ตั้งแต่การเลือกใช้กระดาษรีไซเคิล 100% การลด Single-use Waste การนำโครงสร้างบูทกลับมาใช้ประโยชน์ การส่งต่อวัสดุสู่โรงเรียน และการนำส่วนที่เหลือกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

เมื่อรวมกับการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Event แนวทางดังกล่าวทำให้ EARTH JUMP 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีที่ “พูดเรื่องความยั่งยืน” แต่ยังเป็นพื้นที่ทดลองนำแนวคิดเหล่านั้นมาปฏิบัติจริงในกระบวนการจัดงาน
กสิกรไทย–SCGP จาก “พันธมิตร” สู่โมเดล Circular Economy ที่เห็นผลจริง
ความร่วมมือต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างกสิกรไทยและ SCGP จึงสะท้อนภาพของ Circular Economy ที่มากกว่าการรีไซเคิล เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่ การคิดถึงวงจรชีวิตของทรัพยากรตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้งาน
กรณีของ EARTH JUMP 2026 แสดงให้เห็นวงจรตั้งแต่การเลือกวัสดุรีไซเคิล การออกแบบให้ใช้งานได้จริง การนำกลับมาใช้ซ้ำ การส่งต่อเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และการนำวัสดุที่เหลือกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่

