สยามพารากอนเปิดตัว “NEXTOPIA” เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ปรากฏการณ์ครั้งแรกของโลกที่รวมพลังทุกภาคส่วนสร้างโลกที่ดีกว่า ภายใต้การออกแบบให้เป็น Global Attraction แห่งใหม่ และแพลตฟอร์มขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบครบวงจร
สยามพารากอนสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกอีกครั้ง เปิดตัว “NEXTOPIA” เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตขนาด 15,000 ตร.ม. ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ออกแบบให้เป็น Global Attraction แห่งใหม่ และแพลตฟอร์มขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบครบวงจร โดยเกิดจากการผนึกกำลังของพันธมิตรระดับโลกกว่า 50 องค์กรนวัตกรรม, เครือข่ายธุรกิจและคู่ค้า, รวมถึงคอมมูนิตี้ด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 30 กลุ่ม ภายใต้แนวคิด “Co-creating Communities for a Better World”
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา สยามพารากอนได้พัฒนาโมเดลต้นแบบให้วงการรีเทลทั่วโลก และครั้งนี้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการสร้างเมืองที่ใหการใช้ชีวิตคุณภาพ เชื่อมโยงกับการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลก (Positive Impact) แ บบสัมผัสได้จริงในทุกมิติ

Nextopia: Game Changer ของวงการรีเทลโลก
งานเปิดตัวเริ่มต้นด้วยการนำเข้าสู่แนวคิดของ Nextopia ในฐานะ Global Landmark ที่ผู้คนจากทั่วโลกสามารถมาสัมผัสประสบการณ์แห่งความยั่งยืนรูปแบบใหม่—ไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่ ได้ลงมือทำ (Insight → Action → Solution) ผ่านพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้ “เรียนรู้ได้ สนุกได้ และสร้าง Impact ได้จริง”
พิธีกรทั้งสองย้ำว่า Nextopia คือ A True Game Changer ที่ยกระดับแนวคิดความยั่งยืนจากคอนเซปต์สู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมชวนให้ทุกคนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกที่ดีขึ้น

“โลกกำลังอยู่ใน Survival Mode”
รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษา ปรึกษาด้านความยั่งยืน (Sustainability) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และหัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่าโลกวันนี้ไม่ได้อยู่ในแค่โหมด Energy Transition หรือ Circular Economy แต่กำลังเข้าสู่ Emergency Mode หรือ Survival Mode เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์อากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วมหนักในหาดใหญ่แม้อยู่ในฤดูที่ปกติไม่เกิดเหตุการณ์นี้
การแก้ปัญหาแบบเดิมไม่เพียงพอแล้ว ถึงเวลาต้องมี Paradigm Shift และ Game Changer ใหม่ ซึ่ง Nextopia ถูกสร้างให้เป็น Sandbox ถาวร กลางเมือง ที่จะขับเคลื่อนแนวคิดนี้ร่วมกับองค์กรและชุมชนกว่า 80 กลุ่ม
ดร. สิงห์ เล่าถึงเส้นทางความยั่งยืนของสยามพิวรรธน์ ตั้งแต่ Ecodiscovery, Ecotopia จนถึง Nextopia ซึ่งมีเป้าหมายให้ การ Consume กลายเป็นพฤติกรรมที่ช่วยโลก แทนที่จะทำร้ายโลก

ดีไซน์ – พลังงาน – อากาศ: ต้นแบบเมืองยั่งยืน
อาคารสยาม พารากอน มีอายุกว่า 20 ปี กระบวนการดัดแปลงพื้นฐานอาคารสู่ “เมืองต้นแบบด้านพลังงานและอากาศสะอาด” โดยมีนวัตกรรมสำคัญ เช่น
- ETFE Skylight รับแสงธรรมชาติแต่ป้องกันความร้อน
- Solar Rooftop ที่ช่วยผลิตพลังงานสะอาด
- Floor Cooling System ทำความเย็นจากใต้พื้นแทนการใช้แอร์
- Displacement System ปล่อยอากาศบริสุทธิ์จากพื้น ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสดชื่น

- Chilled Waterfall ใช้น้ำเย็นแทนพลังงานสูงในการปรับอากาศ
- วัสดุ Low VOC, Recycled และ Upcycled จากพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ
นอกจากนี้ พื้นที่ยังถูกเติมเต็มด้วยงานศิลปะจากขยะทะเล เศษผ้า เศษชานอ้อย รวมถึงงานจากชุมชนและผู้พิการ เพื่อให้ความยั่งยืนเชื่อมโยงกับมิติของ Social Sustainability อย่างแท้จริง
Sustainability Protocol ครั้งแรกของโลก
นอกจากนี้ Nextopia ได้สร้าง Sustainability Protocol สำหรับรีเทลเป็นครั้งแรกของโลก โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ ต้องผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืนก่อน เช่น
- ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
- ทำโครงการ Pay it Forward / CSR

- ใช้การตกแต่งร้านแบบ Upcycle/Recycle
- เปิดโอกาสให้ SME และผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 300 ราย
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการบางรายนำขยะจากสยามพิวรรธน์ มาผลิตเป็นสินค้า Upcycle เช่น กระเป๋าอัพไซเคิลจากฝากระป๋องและพลาสติก
Experimental Engagement: ทำให้คนธรรมดาสนุกกับการช่วยโลก
จากการออกแบบและนวัตกรรมที่นำเสนอใน Nextopia ทีมผู้สร้างสรรค์ ต้องการสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมได้ทันทีสำหรับผู้เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ เช่น

- Kinetic Floor ที่เปลี่ยนแรงเหยียบเป็นพลังงานไฟฟ้า
- Vertical Farm แรกในรีเทลไทย ที่ปลูกผักกลับบ้านได้
- AR Explorer เห็นโครงสร้างพลังงานและคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
- งาน Art จาก Waste ทุกชิ้น
- The Globe ลูกโลก Interactive ที่แสดงข้อมูลจริงจาก NASA และ GISTDA พร้อม Impact Dashboard ด้านการลดคาร์บอน น้ำ และ Food Waste
- Green Point System ที่เปลี่ยนการเดิน กิน ช้อป ให้เป็นคะแนนที่ใช้ใน Ecosystem ได้
Nextopia เมืองของทุกคน – เชิญชวนร่วมเติมน้ำครึ่งแก้ว
ชฎาทิพ จูตระกูล CEO ของสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า Nextopia คือวาระแห่งโลกที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันทำ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตร ผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้พิการ รวมถึงคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมเก็บขยะจากทะเล เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเพื่อใช้เป็นวัสดุตกแต่งในเมืองแห่งนี้
Nextopia เป็น “น้ำครึ่งแก้ว” ที่รอให้ผู้คนเติมเต็ม—ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า องค์กร มหาวิทยาลัย สมาคม หรือสถานทูต ที่สามารถใช้พื้นที่นี้สร้างกิจกรรมเชิงบวกและช่วยโลกได้ร่วมกัน

การสร้างเมือง 15,000 ตร.ม. นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็น วาระแห่งโลก ที่ทุกคนต้องทำ สยามพารากอนมีผู้มาเยือนปีละ 100 ล้านคน และ 30% เป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ดังนั้น ไม่ว่าทำอะไร คนทั้งโลกจะเห็น
วันนี้ ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนจากการค้าขายปกติ ถึงเวลาที่พวกเราควรจะทำในเรื่องที่เป็น ประโยชน์กับสังคม ประเทศชาติ และโลก มากกว่าการค้าขายปกติ Nextopia ไม่ใช่ผลงานของสยามพารากอน แต่เป็นผลงานของบุคคลที่เรียกว่า The Founders ที่มีถึง 50 องค์กร ซึ่งมีใจร่วมสร้างโลกนี้ให้เป็นรูปธรรม และเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ทุกคนร่วมกันรักษาโลก Nextopia คือ ที่แรกในโลก ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็น Sandbox ที่จะตอบโจทย์ Paris Agreement และมาตรฐานที่คนทั้งโลกต้องทำในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

