ตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือนไทย ขยายตัวรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ION Energy ลงนามความร่วมมือ Sigenergy ผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะระดับโลก ตั้งเป้าขยายการติดตั้งระบบโซลาร์ในบ้านอีก 5,000 ครัวเรือนภายใน 3 ปี (2569-2572)
ความต้องการระบบ Hybrid Solar และ Energy Storage เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งต้นทุนค่าไฟ ความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน และแรงหนุนจากโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ของภาครัฐ อีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งการแข่งขันของตลาด Solar Rooftop ไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า
ตลาดโซลาร์ไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ลดค่าไฟ” สู่ “ความมั่นคงทางพลังงาน”
หนึ่งในประเด็นสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ION Energy และ Sigenergy ไม่ได้อยู่ที่จำนวนการติดตั้งเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของความต้องการผู้บริโภค
ในช่วง 3-5 ปีก่อน ลูกค้าของ ION Energy กว่า 95% เลือกติดตั้งระบบ On-grid Solar ซึ่งเน้นลดค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวัน ขณะที่ระบบ Hybrid Solar ซึ่งมีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน มีสัดส่วนเพียง 5%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนการติดตั้งระบบ Hybrid เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40% ของการติดตั้งใหม่ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับการสำรองพลังงานและความต่อเนื่องในการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น นอกเหนือจากการประหยัดค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว
พีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ION Energy กล่าวว่า เดิมผู้บริโภคติดตั้งโซลาร์เพื่อลดค่าไฟเป็นหลัก แต่ปัจจุบันความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการระบบ Hybrid และระบบกักเก็บพลังงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
การร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ของทั้งสองบริษัท จึงมีเป้าหมายเพื่อขยายการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือนเพิ่ม 5,000 หลัง ภายในปี 2569-2572 เพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายขายและบริการทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ระบบ Solar Inverter และ Energy Storage ในตลาดบ้านพักอาศัย

สำหรับ Sigenergy ถือเป็นการขยายฐานเข้าสู่ตลาดไทยผ่านพันธมิตรท้องถิ่น ขณะที่ ION Energy จะเพิ่มทางเลือกด้านเทคโนโลยีให้กับตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบ On-grid ไปสู่ระบบ Hybrid มากขึ้น
โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” อาจเป็นตัวเร่งตลาดรอบใหม่
อีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ประกอบการจับตา คือโครงการ โซลาร์ภาคประชาชนของภาครัฐ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
แม้อัตรารับซื้อจะไม่ใช่แรงจูงใจเพียงปัจจัยเดียว แต่เมื่อประกอบกับต้นทุนค่าไฟที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การติดตั้ง Solar Rooftop มีระยะเวลาคืนทุนที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับหลายครัวเรือน ผู้ประกอบการในตลาดจึงมองว่า นโยบายดังกล่าวอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้งานโซลาร์ในภาคครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายปีข้างหน้า

Sigenergy มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทนี่ สวี่ (Tony Xu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Sigenergy ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของภูมิภาค จากแนวโน้มการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือนที่ขยายตัวต่อเนื่อง
“การขยายตลาดจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรท้องถิ่นที่เข้าใจผู้บริโภคและสามารถให้บริการติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ปัจจุบัน Siigenergy ดำเนินธุรกิจในกว่า 120 ประเทศและภูมิภาค มีผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกว่า 25,000 ราย พร้อมลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรกว่า 1,500 คนทั่วโลก และเกือบ 50% ทำงานด้าน R&D เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Solar Inverter, Energy Storage และระบบบริหารพลังงานอัจฉริยะ
ภาพรวมของตลาดการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน กำลังเข้าสู่ยุค Energy Storage การแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้อยู่ที่ราคาแผงโซลาร์เพียงอย่างเดียว แต่จะขยับไปสู่การแข่งขันด้านระบบกักเก็บพลังงาน ซอฟต์แวร์บริหารพลังงาน และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ Hybrid Solar

จากข้อมูลสัดส่วนการติดตั้ง Hybrid ที่เพิ่มจาก 5% เป็น 40% สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้มองโซลาร์เป็นเพียงเครื่องมือลดค่าไฟ แต่เริ่มมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของบ้าน
ตลาดการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน แข่งขันด้วย Ecosystem มากกว่าสินค้าเดี่ยว โดยแนวโน้มของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการขายแผงโซลาร์ มาเป็นการนำเสนอระบบแบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วย Solar Panel, Inverter, Battery Storage, EV Charger และ Energy Management Platform ผู้ให้บริการที่สามารถเชื่อมต่อทุกระบบเข้าด้วยกันได้ อาจมีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
ไทยยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโต
แม้การติดตั้ง Solar Rooftop จะขยายตัวต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ ตลาดยังมีช่องว่างสำหรับการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะหากนโยบายภาครัฐยังสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือระหว่าง ION Energy และ Sigenergy สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของตลาดโซลาร์ไทย จากการแข่งขันด้านการติดตั้งแผงโซลาร์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้านระบบพลังงานอัจฉริยะและการกักเก็บพลังงาน
เป้าหมายติดตั้งเพิ่ม 5,000 ครัวเรือนในช่วง 3 ปีข้างหน้า แม้อาจคิดเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนบ้านทั้งประเทศ แต่ถือเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการกำลังเตรียมรับการเติบโตของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยทั้งนโยบายภาครัฐ พฤติกรรมผู้บริโภค และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

