BLCP ดัน Zero Waste จากรั้วโรงไฟฟ้าสู่โมเดลเมืองระยอง ใช้ BSF เปลี่ยน Food Waste เป็นทรัพยากร ขับเคลื่อน Low Carbon City ล่าสุดร่วมเผยแพร่องค์ความรู้ ใน Rayong Zero Food Waste 2026 “ระยองไม่เทรวม” ในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ ผลักดันระยองสู่เมืองคาร์บอนต่ำ
จากโจทย์ “ขยะล้นโรงไฟฟ้า” สู่โมเดล Zero Waste ที่กำจัดขยะอินทรีย์ภายในพื้นที่ได้ 100% โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ขยายองค์ความรู้การใช้หนอนแมลงวันลาย Black Soldier Fly จัดการ Food Waste และเปลี่ยนเศษใบไม้เป็นดินพร้อมปลูก สู่ความร่วมมือภาครัฐ-ท้องถิ่น ผ่าน Rayong Zero Food Waste 2026 หวังต่อยอด Circular Economy และผลักดันระยองสู่เมืองคาร์บอนต่ำ
ปัญหา “ขยะอาหาร” อาจดูเป็นเรื่องปลายทางของการบริโภค แต่สำหรับภาคธุรกิจและเมืองอุตสาหกรรม การจัดการ Food Waste ตั้งแต่ต้นทางกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
แนวคิดดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดระยอง เมื่อ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) เข้าร่วม Rayong Zero Food Waste 2026 “ระยองไม่เทรวม” ในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ พร้อมนำองค์ความรู้จากการจัดการของเสียภายในโรงไฟฟ้ามาถ่ายทอดและขยายผลสู่หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนัยมากกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพราะกำลังสะท้อนแนวทางนำหลัก Circular Economy มาจัดการปัญหาขยะในระดับพื้นที่ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของ Rayong Zero Food Waste 2026 ที่ต้องการสร้างระบบจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง และขับเคลื่อนระยองสู่เมืองที่มีการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
จาก “เศษใบไม้” สู่จุดเริ่มต้น Zero Waste ของ BLCP
อดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด กล่าวบนเวทีเสวนา “ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน” ว่า จุดเริ่มต้นของการจัดการขยะภายในโรงไฟฟ้าเกิดจากปัญหาใกล้ตัว เมื่อมีเศษใบไม้ในพื้นที่จำนวนมากจนเทศบาลไม่สามารถขนไปกำจัดได้ทัน
แทนที่จะส่งขยะทั้งหมดออกไปกำจัดนอกพื้นที่ BLCP นำองค์ความรู้เรื่องน้ำหมักอินทรีย์ที่ได้รับจากชุมชน ซึ่งเคยทำงานร่วมกัน มาประยุกต์ใช้กับการหมักใบไม้ จนสามารถเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นดินสำหรับนำกลับมาใช้ประโยชน์
ความสำเร็จดังกล่าวนำไปสู่โจทย์ที่ยากขึ้น นั่นคือ “เศษอาหาร” โรงอาหารของโรงไฟฟ้าให้บริการพนักงานเฉลี่ยประมาณ 300 คนต่อวัน และอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,000 คนต่อวันในช่วงซ่อมบำรุงใหญ่ เศษอาหารจึงสร้างทั้งปัญหากลิ่นและเพิ่มภาระให้เทศบาลในการจัดเก็บและนำไปกำจัด

ทีมงาน BLCP ใช้เวลากว่า 1 ปีศึกษาข้อมูลและดูงานด้านการจัดการขยะหลายแห่ง ก่อนนำเทคโนโลยีชีวภาพอย่าง หนอนแมลงวันลาย หรือ Black Soldier Fly (BSF) หรือที่เรียกกันว่า “หนอนแม่โจ้” มาใช้จัดการขยะอินทรีย์
BSF เปลี่ยน Food Waste จาก “ภาระ” ให้กลับเป็น “ทรัพยากร”
จุดเด่นของ Black Soldier Fly อยู่ที่ความสามารถในการย่อยสลายอินทรียวัตถุได้รวดเร็ว โดยข้อมูลของ BLCP ระบุว่า หนอนแม่โจ้สามารถกินอาหารได้เร็วกว่าไส้เดือนถึง 5 เท่า และสามารถย่อยสลายเบื้องต้นได้ถึงประมาณ 70% ของขยะอินทรีย์ภายใน 12 ชั่วโมง
สิ่งสำคัญคือผลลัพธ์ไม่ได้จบลงเพียงการทำให้ปริมาณขยะลดลง เพราะกระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดทรัพยากรใหม่กลับเข้าสู่ระบบ
มูลจากหนอนสามารถนำไปพัฒนาเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพื้นที่สีเขียวและการเกษตร ขณะที่ตัวหนอนสามารถใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับอาหารสัตว์ อาทิ ไก่ ปลา และกบ รวมถึงต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

วงจรดังกล่าวจึงเป็นตัวอย่างของ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่พยายามเปลี่ยนแนวคิดจาก “ผลิต-ใช้-ทิ้ง” ไปสู่การนำวัสดุและทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
Zero Waste วัดผลได้ ลดขยะใบไม้กว่า 130 ตัน
เมื่อพิจารณาข้อมูลผลการดำเนินงานที่ BLCP เปิดเผยก่อนหน้านี้ โมเดลดังกล่าวเริ่มสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้
BLCP ระบุว่า การดำเนินโครงการจัดการขยะใบไม้และขยะอินทรีย์ควบคู่กัน ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถจัดการขยะทั้งสองประเภทภายในพื้นที่ได้ 100% โดยไม่มีของเสียส่วนนี้เหลือไปฝังกลบ
เฉพาะโครงการจัดการขยะใบไม้ สามารถลดขยะใบไม้สะสมได้มากกว่า 130 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 111.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) นับตั้งแต่ปี 2565
ส่วนโครงการหนอนแม่โจ้สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบได้ประมาณ 20 ตันต่อปี
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Zero Waste ของ BLCP ไม่ได้หยุดอยู่เพียงกิจกรรม CSR แต่เริ่มเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดผลได้ ทั้งในมิติการลดของเสีย การลดการฝังกลบ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

จาก ESG ในองค์กร สู่ความร่วมมือระดับจังหวัด
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ BLCP ซึ่งประกาศ นโยบาย Environmental, Social and Governance (ESG) ควบคู่กับนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม
ในมิติ Environmental บริษัทมีแนวทางลดผลกระทบจากการดำเนินงานและนำแนวคิด Circular Economy มาประยุกต์ใช้กับทรัพยากรและของเสีย ขณะที่มิติ Social เชื่อมโยงไปถึงการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ และมิติ Governance เป็นกรอบกำกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
BLCP ยังเคยประกาศแนวทางปรับตัวสู่องค์กรคาร์บอนต่ำให้สอดคล้องกับทิศทาง Carbon Neutrality และ Net Zero ขณะที่วิสัยทัศน์ขององค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานที่มั่นคงควบคู่กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
จึงทำให้การจัดการ Food Waste และขยะอินทรีย์ครั้งนี้ สามารถมองได้ในอีกมิติหนึ่งว่าเป็นการนำกรอบ ESG ลงสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ผ่านปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวองค์กรและชุมชนโดยตรง

ขยายโมเดลออกนอกรั้วโรงไฟฟ้า
อีกก้าวสำคัญคือการนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ออกไปทดลองใช้กับหน่วยงานภายนอก หนึ่งในนั้นคือความร่วมมือกับ เรือนจำกลางระยอง ซึ่งมีเศษอาหารเกิดขึ้นในปริมาณมาก โดย BLCP เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้หนอนแมลงวันลายแม่โจ้ในการจัดการเศษอาหารส่วนที่เหลือจากการนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น
ขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับ เทศบาลนครมาบตาพุด ในการจัดการเศษใบไม้และขยะอินทรีย์ รวมถึงได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับทดลองนำหนอนแมลงวันลายไปใช้เป็นอาหารไก่ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาอาหารสัตว์ประเภทอื่น
BLCP ยังเตรียมพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษากระบวนการหลังการปรับปรุงพื้นที่แล้วเสร็จ ซึ่งหากสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังครัวเรือน ชุมชน โรงเรียน หรือหน่วยงานที่มี Food Waste จำนวนมากได้ ก็มีโอกาสช่วยลดขยะที่ต้องเข้าสู่ระบบจัดเก็บและฝังกลบของท้องถิ่นตั้งแต่ต้นทาง
Rayong Zero Food Waste 2026 เมื่อ “ไม่เทรวม” ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของจังหวัดระยอง ในการผลักดัน Rayong Zero Food Waste 2026 “ระยองไม่เทรวม” ผ่านความร่วมมือระหว่างจังหวัด ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และประชาชน เพื่อสร้างระบบคัดแยกและบริหารจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง
ภายในงาน Knowledge & Experience Expo ซึ่งมี กัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธาน BLCP ยังนำโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหลายโครงการมาจัดแสดง เพื่อแสดงให้เห็นว่าขยะประเภทต่าง ๆ สามารถถูกนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้
หนึ่งในนั้นคือ Seacrafty การนำอวนประมงใช้แล้วมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมกิจกรรม Workshop ทำพวงกุญแจจากขยะทะเล
อีกส่วนคือโครงการ หนอนแม่โจ้ BSF ซึ่งสาธิตกระบวนการเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นทรัพยากร การปลูกผักสลัดอินทรีย์ และนำปุ๋ยมูลหนอนกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงโครงการจัดการเศษใบไม้ร่วมกับเทศบาลนครมาบตาพุด ซึ่งเปลี่ยนใบไม้เป็นดินพร้อมปลูก ช่วยลดทั้งการเผาและปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด

Circular Economy อาจเริ่มจาก “ขยะหนึ่งจาน”
หัวใจของ Rayong Zero Food Waste 2026 จึงอาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่อยู่ที่การสร้างระบบซึ่งทำให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ท้องถิ่น และประชาชนมอง “ขยะ” แตกต่างไปจากเดิม
สำหรับ BLCP จุดเริ่มต้นมาจากโจทย์ง่าย ๆ ว่า จะทำอย่างไรเมื่อเทศบาลขนเศษใบไม้ไปกำจัดไม่ทัน ก่อนพัฒนาไปสู่การจัดการ Food Waste และสร้างวงจรที่ทำให้เศษอาหารกลายเป็นอาหารของ BSF หนอนกลายเป็นโปรตีนสำหรับสัตว์ มูลหนอนกลายเป็นปุ๋ย และเศษใบไม้กลับมาเป็นดิน
จากปัญหาขยะภายในรั้วโรงไฟฟ้า จึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานและชุมชนภายนอก
และหากโมเดลขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกันได้ในระดับเมือง “ระยองไม่เทรวม” ก็อาจไม่ได้หมายถึงเพียงการแยกขยะ แต่หมายถึงการเปลี่ยนระบบคิดจากการกำจัดของเสีย ไปสู่การรักษาทรัพยากรให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจให้นานที่สุด ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Circular Economy และการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

