BLCP สนองตลาดแรงงาน ขยายโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน ปี 4” ครอบคลุม 13 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ตั้งเป้าสนับสนุนนักเรียนกว่า 7,000 คนผ่านระบบเตรียมความพร้อม TCAS และการใช้ AI ในการวางแผนเส้นทางการศึกษา
การขาดแคลนแรงงานทักษะสูงยังเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของพื้นที่ EEC ขณะที่การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ในหลายมิติ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนที่เริ่มหันมาลงทุนใน “ทุนมนุษย์” มากขึ้น ไม่เพียงในฐานะกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ในฐานะกลไกสร้างกำลังคนรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดระยองและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน” ขยายสู่ 13 โรงเรียน นักเรียนกว่า 7,000 คน
บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เปิดตัวโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน ปี 4” พร้อมขยายความร่วมมือกับโรงเรียนในจังหวัดระยองรวม 13 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสำหรับการเข้าศึกษาต่อผ่านระบบ TCAS รอบ Portfolio
ข้อมูลจากโครงการระบุว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนเข้าร่วมสะสมมากกว่า 10,000 คน และมีนักเรียนที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่าน TCAS รอบที่ 1 ได้ประมาณ 700 คน
สำหรับปี 2569 โครงการตั้งเป้าครอบคลุมนักเรียนกว่า 7,000 คน โดยเพิ่มเนื้อหาการเรียนรู้ด้านการวางแผนการศึกษา การสร้าง Portfolio และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยพัฒนาการเขียน Statement of Purpose (SOP) และการนำเสนอศักยภาพของผู้เรียน

ทำไม EEC ต้องการโครงการลักษณะนี้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ขาดคน” แต่คือ “ขาดคนที่ตรงทักษะ”
อดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบริหารองค์กร BLCP ระบุว่า จังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางสำคัญของ EEC ซึ่งมีความต้องการแรงงานทักษะสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เยาวชนจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถมองเห็นเส้นทางอาชีพหรือศักยภาพของตนเองได้ชัดเจน ส่งผลให้พลาดโอกาสในการศึกษาต่อหรือการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
BLCP จึงมองว่า การลงทุนด้านการศึกษาไม่ใช่เพียงการสนับสนุนเยาวชนรายบุคคล แต่เป็นการสร้างฐานกำลังคนที่มีคุณภาพให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว
“การศึกษา คือ หัวใจของการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน”อดิศรกล่าว
3-Year Strategic Roadmap โมเดลใหม่ที่เน้นวางแผนตั้งแต่ ม.4
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการปีนี้คือการออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบ 3-Year Strategic Roadmap ซึ่งแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะตามระดับชั้น
- ระดับชั้น ม.4
- อัปเดตระบบ TCAS ล่าสุด
- เรียนรู้การจัดเก็บผลงานอย่างเป็นระบบ
- ใช้งานแพลตฟอร์ม TCASFolio
- เข้าร่วมกิจกรรม Self-Discovery Workshop
- วางแผนการสร้าง Portfolio ระยะยาว
- ระดับชั้น ม.5
- วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง TCAS ช่วงปี 2568-2570
- วางแผนสะสมกิจกรรมและเกียรติบัตรให้ตรงกับสาขาที่ต้องการ
- เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ปีการศึกษาสุดท้าย
- ระดับชั้น ม.6
- ออกแบบ Portfolio เชิงลึก
- พัฒนา SOP ด้วยเทคนิค Storytelling
- ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหา
- ฝึกทักษะสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย

AI และ TCASFolio กำลังเปลี่ยนการทำ Portfolio อย่างไร
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการนำระบบ TCASFolio และเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยวางแผนการศึกษาของนักเรียน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ Portfolio จากเอกสารรวบรวมผลงานแบบเดิม ไปสู่การเป็นฐานข้อมูลสำหรับวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพในระยะยาว
การใช้ AI ช่วยในการเขียน SOP หรือวิเคราะห์จุดแข็งของผู้สมัคร ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของระบบการศึกษาทั่วโลกที่เริ่มผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการแนะแนวและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนมากขึ้น
มุมมองภาคการศึกษา: ลดช่องว่างโอกาสในระบบการศึกษา
จตุพันธ์ รุจิรานุกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง มองว่า แม้จังหวัดระยองจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของ EEC แต่เยาวชนจำนวนมากยังขาดเครื่องมือในการสื่อสารศักยภาพของตนเอง
การเริ่มวางแผน Portfolio ตั้งแต่ระดับ ม.4 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสะสมประสบการณ์และกิจกรรมได้อย่างเป็นระบบ แทนการเตรียมตัวในช่วงใกล้จบการศึกษาเพียงอย่างเดียว

ด้านสุมาลี สุขสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดป่าประดู่ กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 2,888 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนระดับมัธยมปลาย 1,092 คน และนักเรียน ม.6 ราว 340 คน สถิติในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่านักเรียน ม.6 ของโรงเรียนสามารถศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาและ ปวส. ได้สูงถึง 98%
โครงการช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุนการศึกษา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสะสมผลงาน การเดินทาง และการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของหลายครอบครัว
ผลกระทบ: ESG กำลังขยับจาก CSR สู่การลงทุนในทุนมนุษย์
1. ภาคธุรกิจเริ่มมอง “คน” เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
ในอดีต กิจกรรมเพื่อสังคมของภาคเอกชนมักเน้นการบริจาคหรือสนับสนุนโครงการระยะสั้น แต่แนวทางของ BLCP สะท้อนการลงทุนเชิงระบบที่เชื่อมโยงกับความต้องการกำลังคนของพื้นที่เศรษฐกิจโดยตรง
หากสามารถยกระดับทักษะและโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนได้จริง ผลลัพธ์จะส่งต่อไปยังตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว
2. การแข่งขันดึงดูดแรงงานคุณภาพจะเข้มข้นขึ้น
พื้นที่ EEC มีการลงทุนจากอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวนมาก ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และพลังงาน
การพัฒนาคนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจึงอาจกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น หากต้องการสร้างฐานแรงงานคุณภาพในพื้นที่

3. เทคโนโลยี AI จะมีบทบาทมากขึ้นในระบบแนะแนวการศึกษา
การนำ AI มาช่วยพัฒนา Portfolio และ SOP สะท้อนเทรนด์ใหม่ของระบบการศึกษาไทยที่เริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลในการวางแผนอนาคตของผู้เรียน
ในอนาคต AI อาจไม่ใช่เพียงเครื่องมือช่วยเขียน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบแนะแนวอาชีพและการพัฒนาทักษะรายบุคคล
อัตราศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาและ ปวส.: 98%
โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน ปี 4” ไม่ได้เป็นเพียงโครงการสนับสนุนการศึกษาทั่วไป แต่สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการลงทุนด้าน ESG ที่มุ่งสร้าง “ทุนมนุษย์” เพื่อรองรับความต้องการแรงงานทักษะสูงในพื้นที่ EEC โดยตรง
โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ การติดตามผลลัพธ์ในระยะยาวว่าเยาวชนที่ได้รับการสนับสนุนจะสามารถต่อยอดสู่การศึกษาระดับสูง การมีงานทำ และการกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการหรือสถิติการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

