คาโอและ SCGP ต่อยอดความร่วมมือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Mono-material เพิ่มโอกาสรีไซเคิล พร้อมศึกษา AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับข้อกำหนด EPR และ PPWR ของสหภาพยุโรป
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เอื้อต่อการรีไซเคิล กำลังเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค คาโอ และ SCGP จึงต่อยอดความร่วมมือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Mono-material เพิ่มการใช้พลาสติกรีไซเคิล PCR พร้อมศึกษา AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเตรียมรับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป
Mono-material แนวทางออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เอื้อต่อการรีไซเคิล
บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการร่วมพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน (Memorandum of Understanding on Innovation and Sustainability Partnership) โดยมุ่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว หรือ Mono-material ซึ่งเอื้อต่อการรีไซเคิล
ความร่วมมือครั้งนี้ ยังครอบคลุมการเตรียมความพร้อมรองรับข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป ได้แก่ Extended Producer Responsibility (EPR) และ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) รวมถึงการศึกษาแนวทางนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า

สานต่อความร่วมมือจากปี 2565 ต่อยอด Green Carton และบรรจุภัณฑ์รีฟิล
อากิระ นิชิมากิ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ SCGP เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2565 โดยทั้งสององค์กรนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิด Maximum with Minimum ของคาโอ ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมให้สูงสุด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกลยุทธ์ Kirei Lifestyle Plan ที่ให้ความสำคัญกับหลัก 4Rs ได้แก่ Reduce, Reuse, Replace และ Recycle รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
สำหรับเป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์ คาโอตั้งเป้าออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลได้ภายในปี 2570 และมุ่งสู่เป้าหมายขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583
ด้าน วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มความร่วมมือในปี 2565 ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Green Carton และบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวที่ใช้วัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ซึ่งเอื้อต่อการนำกลับมารีไซเคิล
การทำงานในระยะต่อไปจะผสานความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ของคาโอเข้ากับความสามารถด้านวัสดุบรรจุภัณฑ์และโซลูชันของ SCGP เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้าน EPR และ PPWR

มาจิคลีนรีฟิลต้นแบบ ต่อยอด PCR และบรรจุภัณฑ์กระดาษ
หนึ่งในผลงานจากความร่วมมือที่ผ่านมา คือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดรีฟิลสำหรับน้ำยาถูพื้นมาจิคลีน สูตรเนเชอรัล เอสเซนส์ ขนาด 700 มิลลิลิตร ด้วยนวัตกรรม Mono-material โดยมีพันธมิตรที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนการพัฒนา
จากความสำเร็จดังกล่าว ทั้งสองบริษัทมีแผนต่อยอดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุชนิดเดียว พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Plastic: PCR) และพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบรรจุและการขนส่ง ตลอดจนเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและการจัดแสดงสินค้า ควบคู่กับการลดของเสียและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์
อีกหนึ่งแนวทางที่ทั้งสององค์กรให้ความสำคัญ คือการศึกษาโอกาสนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่นำไปใช้ได้จริงและตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค
การต่อยอดความร่วมมือของคาโอและ SCGP จึงครอบคลุมตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว




