“จากนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความสำเร็จทางธุรกิจและความยั่งยืน: GC ขับเคลื่อน PE รีไซเคิลได้ พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านพอร์ตธุรกิจ”ใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE ที่ออกแบบเพื่อบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้และผ่านการนำไปใช้จริงในตลาด เป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนการขับเคลื่อนธุรกิจด้านความยั่งยืน จนได้รับรางวัล SET Awards 2026 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์ยั่งยืนและคาร์บอนต่ำในระยะยาว
การพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจะสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างไร หากไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง? บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กำลังแสดงให้เห็นคำตอบผ่านนวัตกรรมเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน (PE) สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้รีไซเคิลได้ ซึ่งพัฒนาจากระดับโมเลกุลจนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงในตลาด ทั้งซองบรรจุเมล็ดกาแฟ Café Amazon และถุงบรรจุไก่สด CP ความสำเร็จดังกล่าวเป็นหนึ่งในผลงานที่ทำให้ GC ได้รับรางวัล Best Innovative Company Awards จาก SET Awards 2026 พร้อมรางวัลด้านความยั่งยืนต่อเนื่อง 10 ปี
นวัตกรรม PE ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและการรีไซเคิล
GC ได้รับรางวัล Best Innovative Company Awards ในกลุ่ม Business Excellence จากผลงาน Innovative PE Resin for Sustainable & Recyclable Packaging ซึ่งพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้างโมเลกุลและตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อยกระดับคุณสมบัติของเม็ดพลาสติก ทั้งความแข็งแรง ความทนความร้อน ความใส และประสิทธิภาพการขึ้นรูป

นวัตกรรมนี้รองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุประเภทเดียว หรือ Mono Material PE ที่มีสัดส่วน PE มากกว่า 90% ช่วยให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิลทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังคงคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการใช้งานของลูกค้า
จุดสำคัญคือ GC ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนาวัสดุในห้องปฏิบัติการ แต่ต่อยอดนวัตกรรมผ่านกระบวนการทดสอบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาเม็ดพลาสติก การทดสอบในห้องแล็บและโรงงานต้นแบบ ไปจนถึงการทดลองบนเครื่องจักรจริงร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Windmöller & Hölscher (W&H)
จากห้องแล็บสู่บรรจุภัณฑ์ Café Amazon และ CP
ผลลัพธ์ของการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวปรากฏผ่านการนำไปใช้จริงในตลาด ได้แก่ ซองบรรจุเมล็ดกาแฟ Café Amazon และถุงบรรจุไก่สด CP ซึ่งสะท้อนการนำความรู้ด้านวัสดุและเทคโนโลยีไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า
ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและออกแบบวัสดุ ไปจนถึงการทดสอบเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์สามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งในมิติธุรกิจและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากวัสดุประเภทเดียว เป็นหนึ่งในแนวทางสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เนื่องจากเอื้อต่อการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการรีไซเคิลยังขึ้นอยู่กับระบบรวบรวม คัดแยก และจัดการวัสดุหลังการใช้งานร่วมด้วย

คว้า 2 รางวัล SET Awards สะท้อนความยั่งยืนและนวัตกรรม
นอกจากรางวัลด้านนวัตกรรม GC ยังได้รับรางวัล 10-Year Sustainability Recognitions ในกลุ่ม Sustainability Excellence ซึ่งมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัล Best Sustainability ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี
รางวัลนี้สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมในระยะยาว
ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC ระบุว่า บริษัทมุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิลและยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมสร้างความยืดหยุ่นให้ธุรกิจและโอกาสเติบโตในระยะยาว
GC เดินหน้าปรับพอร์ตธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ยั่งยืนภายในปี 2030
ความสำเร็จจากนวัตกรรม PE เป็นส่วนหนึ่งของทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ GC ประกาศไว้ โดยบริษัทกำลังมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรองรับความผันผวนของอุตสาหกรรมและสร้างการเติบโตในระยะยาว

ภายใต้กลยุทธ์ Low Carbon Growth บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากผลิตภัณฑ์ยั่งยืนให้มีสัดส่วน 20–30% ของรายได้รวมภายในปี 2030 โดยอาศัยการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ การลงทุน และการเร่งพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่
ด้านการพัฒนานวัตกรรมของ GC ตั้งแต่ปี 2024 บริษัทมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวม 819 ล้านบาท สนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 20 รายการ พร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อย่นระยะเวลาการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด
ขณะเดียวกัน GC ยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจในกลุ่ม Bio และ Circularity ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี เช่น ธุรกิจรีไซเคิลพลาสติก ENVICCO กำลังการผลิต 45,000 ตันต่อปี การขยายการลงทุนใน NatureWorks เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA แห่งที่สองในนครสวรรค์ กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี และการพัฒนาโรงกลั่นแบบบูรณาการเพื่อผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากน้ำมันใช้แล้ว

มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของ GC คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน โดยบริษัทกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 มากกว่า 20% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
GC ระบุแนวทางดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและพลังงาน การปรับพอร์ตธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ และการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือ
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การลงทุน การวิจัยและพัฒนา การปรับกระบวนการผลิต ไปจนถึงการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า
นวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์จริง กับโจทย์การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม
รางวัล SET Awards 2026 ทั้ง 2 ประเภทสะท้อนความสำเร็จของ GC ใน 2 มิติที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างต่อเนื่อง และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในตลาด

สำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก การพัฒนาวัสดุที่ตอบโจทย์การใช้งานควบคู่กับการออกแบบเพื่อการรีไซเคิลเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่การสร้างผลลัพธ์ในวงกว้างยังต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิต เจ้าของแบรนด์ ผู้บริโภค และระบบจัดการขยะและรีไซเคิล
ทิศทางธุรกิจของ GC จึงไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE แต่ยังรวมถึงการปรับพอร์ตธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ยั่งยืน และลงทุนในธุรกิจ Bio และ Circularity เพื่อสร้างโอกาสเติบโตควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว




