เดินหน้าโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มุ่งลดข้อจำกัดด้านพลังงานในชุมชนห่างไกล พร้อมต่อยอดสู่การศึกษา สุขอนามัย และการสร้างอาชีพ ล่าสุด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานให้โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา จ.อุตรดิตถ์ เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ของเด็กและสนับสนุนการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน
สานต่อโครงการ 4 ปี มุ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงพลังงานสะอาด
การเข้าถึงไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งการศึกษา สุขอนามัย และการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จึงเดินหน้าโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่พื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอพื้นที่เพื่อขอรับการสนับสนุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทระบุว่าได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ชุมชนห่างไกลแล้วมากกว่า 20 พื้นที่ทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 100 กิโลวัตต์ และครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 10,000 คน
แนวทางของโครงการไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มการเข้าถึงไฟฟ้า แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำพลังงานไปสนับสนุนกิจกรรมที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียนการสอน การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด การเก็บรักษาวัตถุดิบอาหาร และการส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น

บ้านห้วยต้า อีกพื้นที่ที่พลังงานช่วยต่อยอดการศึกษาและคุณภาพชีวิต
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนในปีนี้ ได้แก่ บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ชุมชนที่ตั้งอยู่เหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีลักษณะคล้ายเกาะและต้องเดินทางเข้าออกด้วยเรือเป็นหลัก โดยใช้เวลาจากท่าเรือในอำเภอท่าปลาประมาณ 2 ชั่วโมง
GULF ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ซึ่งเป็นทั้งสถานศึกษาและศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน เพื่อช่วยบรรเทาข้อจำกัดด้านไฟฟ้าที่ส่งผลต่อการเรียนการสอนและการดำเนินงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
บัณฑิต นันตะเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา กล่าวว่า โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครู 13 คน และนักเรียน 41 คน ที่ผ่านมาโรงเรียนต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบของหมู่บ้านซึ่งใช้งานได้ในช่วงเวลาจำกัด ขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์เดิมเสื่อมสภาพและได้รับความเสียหายจากฟ้าผ่าจนไม่สามารถใช้งานได้

ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้นักเรียนเข้าถึงคอมพิวเตอร์และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลได้ไม่เต็มที่ ครูต้องจัดทำสื่อการสอนด้วยมือ และบางช่วงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนเมื่อห้องเรียนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ
การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ครั้งนี้ จึงมีส่วนสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถใช้พลังงานกับการเรียนการสอนได้มากขึ้น รวมถึงช่วยให้ระบบกรองน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดของนักเรียนและคนในชุมชน
นอกจากนี้ พลังงานไฟฟ้ายังมีความสำคัญต่อการเก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับโครงการอาหารกลางวัน และการดำเนินงานของโรงทอผ้าชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมอาชีพและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่
ต่อยอดพลังงานสู่การพัฒนาสังคมในหลายมิติ
สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหาร ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นหนึ่งในภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการสนับสนุนพลังงานสะอาดควบคู่กับการต่อยอดประโยชน์ด้านการศึกษา สาธารณสุข และการส่งเสริมอาชีพ

GULF ตั้งเป้านำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน สนับสนุนชุมชนที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงไฟฟ้า พร้อมมุ่งขยายประโยชน์ของพลังงานสะอาดให้เชื่อมโยงกับความต้องการของคนในพื้นที่
การดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมกรณีบ้านห้วยต้า จ.อุตรดิตถ์ สะท้อนแนวทางการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในระดับชุมชน โดยเชื่อมโยงการเข้าถึงไฟฟ้าเข้ากับโอกาสทางการศึกษา สุขอนามัย และการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว




