กลุ่มเซ็นทรัล ระดมทรัพยากรธุรกิจในเครือ รับมืออุทกภัย ตั้งแต่การส่งมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพ การเปิดพื้นที่จอดรถและจุดรับบริจาค การสนับสนุนอาหารและที่พักเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงบริการตรวจเช็กรถหลังน้ำลด
กลุ่มเซ็นทรัลระดมธุรกิจในเครือ ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
จากน้ำดื่มและถุงยังชีพ สู่พื้นที่ช่วยเหลือและบริการฟื้นฟูหลังน้ำลด สถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทำให้การช่วยเหลือต้องตอบโจทย์มากกว่าการส่งมอบสิ่งของจำเป็น กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือจึงนำทรัพยากร พื้นที่ เครือข่ายสาขา บุคลากร และความเชี่ยวชาญของแต่ละธุรกิจมาใช้สนับสนุนผู้ประสบภัย ตั้งแต่การส่งต่อน้ำดื่มและถุงยังชีพ การเปิดพื้นที่จอดรถและจุดรับบริจาค ไปจนถึงการดูแลเจ้าหน้าที่และตรวจเช็กรถหลังน้ำลด
ในระยะเร่งด่วน กลุ่มเซ็นทรัลส่งมอบน้ำดื่มรวม 4,800 ขวด ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อใช้จัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับผู้ประสบภัย
พร้อมกันนี้ยังประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมสมทบทุนสนับสนุนสภากาชาดไทย เพื่อเพิ่มกำลังในการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ได้รับผลกระทบ

อีกส่วนหนึ่งมาจาก มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ซึ่งสนับสนุนถุงยังชีพ 1,500 ถุง มูลค่ากว่า 800,000 บาท ให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อไปยังชุมชนเคหะธานี 4 เขตสะพานสูง ซึ่งมีระดับน้ำสูงและมีชุมชนกว่า 1,000 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ยังเตรียมส่งมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมให้แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี จังหวัดละ 300 ถุง
ใช้เครือข่ายธุรกิจเป็นพื้นที่ช่วยเหลือ
การช่วยเหลือไม่ได้จำกัดอยู่ที่สิ่งของจำเป็น แต่ขยายไปถึงการใช้โครงสร้างของธุรกิจแต่ละประเภทให้เกิดประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
Tops และ GO Wholesale สนับสนุนถุงยังชีพ อาหาร และวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ขณะที่ โรงแรมเซ็นทารา สนับสนุนห้องพัก 4 ห้อง สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

ด้าน เซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทรัลรีเทล ใช้เครือข่ายศูนย์การค้าและสาขาเป็นพื้นที่อำนวยความสะดวก ด้วยการเปิดพื้นที่จอดรถฟรีและจุดรับบริจาค
ส่วน โรบินสันและไทวัสดุ เปิดพื้นที่จอดรถและจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นเช่นกัน ทำให้พื้นที่ของธุรกิจเข้ามามีบทบาทเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับรองรับประชาชนและส่งต่อสิ่งของไปยังผู้ประสบภัย
เปลี่ยนการใช้จ่ายให้เป็นอีกช่องทางช่วยเหลือ
อีกกลไกหนึ่งมาจาก Good Goods ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคร่วมส่งต่อความช่วยเหลือผ่านการบริจาคเงิน 10 บาทต่อการสั่งซื้อเครื่องดื่มทุกแก้ว ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
กิจกรรมดังกล่าวมีระยะเวลาตั้งแต่ 28 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 โดยนำกิจกรรมการซื้อเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันมาเป็นช่องทางหนึ่งในการร่วมสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

หลังน้ำลด ยังมีโจทย์เรื่องการฟื้นฟู
ความช่วยเหลือยังต่อเนื่องไปถึงช่วงหลังน้ำลด โดย Auto1 สนับสนุนการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 38 รายการ เพื่อช่วยดูแลรถยนต์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และอำนวยความสะดวกในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน
ภาพรวมการดำเนินงานครั้งนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่สิ่งของจำเป็น อาหาร ที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ พื้นที่อำนวยความสะดวก ช่องทางรับบริจาค ไปจนถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูหลังน้ำลด


