ภาคธุรกิจเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการ การจัดส่งอาหารและสิ่งของจำเป็น การช่วยเหลือรถยนต์ และการรักษาความต่อเนื่องของโครงข่ายสื่อสาร ลดกระทบ “สภาพคล่อง-การดำรงชีวิต-โครงสร้างพื้นฐาน” จนภาคธุรกิจต้องเข้ามารองรับในหลายมิติ
ฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ กำลังสร้างผลกระทบตั้งแต่การดำรงชีวิตของประชาชน ภาระหนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินค้าและอาหาร ไปจนถึงความต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ภาคธุรกิจจึงเร่งออกมาตรการรับมือในหลายมิติ ทั้งพักชำระหนี้ ส่งมอบสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือการซ่อมรถ และยกระดับระบบสื่อสารเพื่อให้บริการยังเดินหน้าต่อได้ในภาวะฉุกเฉิน
ธนาคารเร่งพยุงสภาพคล่อง ลดแรงกดดันหนี้ครัวเรือนและธุรกิจ
ธนาคารหลายแห่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการพักชำระเงินต้น ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และเพิ่มสินเชื่อสำหรับการซ่อมแซมหรือฟื้นฟูกิจการ
กสิกรไทยเปิดมาตรการสำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อธุรกิจ โดยบางผลิตภัณฑ์เปิดทางให้พักชำระเงินต้นและชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 3 เดือน ขณะที่สินเชื่อรถยนต์สามารถลดค่างวดได้สูงสุด 50% เป็นเวลา 6 เดือน พร้อมขยายระยะเวลาชำระหนี้ 3 เดือน โดยเปิดให้ขอรับความช่วยเหลือได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
กรุงศรีออกมาตรการสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อ SME และสินเชื่อรถยนต์ โดยมีทั้งการลดค่างวดและการพักชำระเงินต้น ขณะที่ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME สามารถขอลดค่างวดได้นานสูงสุด 6 เดือน หรือพักเงินต้นและชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 6 เดือนตามเงื่อนไข

ด้านธนาคารกรุงเทพมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจตั้งแต่การลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และพักเงินต้นชั่วคราวสูงสุด 12 เดือน รวมถึงสินเชื่อสำหรับ SME ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรกตามเงื่อนไขโครงการ
ส่วน SCB ครอบคลุมลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ประสบอุทกภัยตามประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยมีมาตรการพักเงินต้นสำหรับสินเชื่อบ้าน รถยนต์ และธุรกิจสูงสุด 3 เดือน ขณะที่ลูกค้า SME มีมาตรการพักเงินต้นสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวและสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมหรือทดแทนทรัพย์สินที่เสียหาย
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เพียงการ “พักหนี้” แต่คือการประคองกระแสเงินสดของครัวเรือนและธุรกิจในช่วงที่รายได้หรือการดำเนินงานอาจสะดุดจากผลกระทบของน้ำท่วม
ค้าปลีกเร่งส่งอาหารและของจำเป็น เข้าถึงพื้นที่ประสบภัย
ภาคค้าปลีกเข้ามารับบทบาทในอีกด้าน คือการรักษาการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบ
แม็คโครและโลตัส ภายใต้ CP Axtra ส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็นให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ปากช่องและนครนายก พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่ เช่น สำนักงานเขตบึงกุ่ม สำนักงานเขตบางกะปิ และกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ตามสถานการณ์

ขณะที่เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ผ่าน Tops และ GO WHOLESALE จัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นสำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดดอนเมือง และโรงเรียนศรีพฤฒา โดยมีทั้งข้าวหอมมะลิ น้ำดื่ม นมถั่วเหลือง ปลากระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมบริหารสต็อกและระบบกระจายสินค้าเพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่
บทบาทของค้าปลีกจึงไม่ได้มีเพียงการบริจาคสิ่งของ แต่เกี่ยวข้องกับ “ระบบกระจายสินค้า” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการทำให้ประชาชนยังเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม และสินค้าจำเป็นในช่วงที่การเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบ

ภาคเอกชน เสริมทั้งรถยนต์ การสื่อสาร และความช่วยเหลือภาคสนาม
นอกเหนือจากธนาคารและค้าปลีก ภาคเอกชนในกลุ่มยานยนต์ โทรคมนาคม และสถานีบริการน้ำมันต่างเข้ามารับมือผลกระทบในบทบาทที่แตกต่างกัน
AIS ยกระดับโครงข่ายสื่อสาร รับมือน้ำท่วม 24 ชั่วโมง
AIS ยกระดับความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ หลังหลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยเพิ่มการเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานะโครงข่ายเชิงรุกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมทีมวิศวกร ระบบพลังงานสำรอง และอุปกรณ์สนับสนุน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสาร
จุดสำคัญคือ AIS ไม่ได้ติดตามเฉพาะสถานะของโครงข่าย แต่ประเมินความเสี่ยงควบคู่กับสภาพอากาศ ระดับน้ำ และระบบไฟฟ้า เพื่อเตรียมรับมือพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมกระจายทีมวิศวกรเข้าประจำจุดสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับโครงข่ายที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ด้านระบบสำรอง AIS เตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่และพลังงานสำรอง เชื้อเพลิง รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อรองรับกรณีระบบไฟฟ้าหรือเส้นทางการเดินทางได้รับผลกระทบ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการนำ AI เข้ามาช่วยประเมิน วิเคราะห์ และบริหารจัดการโครงข่ายอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้โครงข่ายสื่อสารถูกวางบทบาทให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภาวะฉุกเฉิน เพราะประชาชนจำเป็นต้องใช้การสื่อสารเพื่อติดต่อครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
Toyota ช่วยลดต้นทุนซ่อมรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โตโยต้าและเลกซัสผ่านผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ออกมาตรการช่วยเหลือรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยให้ส่วนลดค่าอะไหล่และรายการซ่อมตามเงื่อนไข ตั้งแต่ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่งานซ่อมทั่วไปและเคมีภัณฑ์ที่กำหนด ส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่งานซ่อมตัวถังและสี และส่วนลด 50% สำหรับอะไหล่กลุ่มพรมปูพื้นและพรมซับเสียงบางรายการ โดยมาตรการมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำสำหรับเจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายรถไปยังพื้นที่สูงและปลอดภัย การถอดขั้วแบตเตอรี่ ไปจนถึงการติดต่อบริษัทประกันภัยและการถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลม
True เสริมระบบสื่อสารฉุกเฉิน รับมือโครงข่ายในพื้นที่เสี่ยง
True Corporation ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ด้วยการติดตั้งแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมบริเวณสถานีแลกเปลี่ยนหลักและสถานีย่อย เฝ้าระวังพื้นที่ผ่าน CCTV และจัดทีมวิศวกรประจำแต่ละโซนเพื่อดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัทเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ Cell-On-Wheel หรือ COW ยานพาหนะ และเรือ เพื่อสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ที่การเดินทางหรือระบบสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกันมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการฉุกเฉินระดับภูมิภาคเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและโครงข่าย โดยให้ความสำคัญกับสถานีฐานที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์พักพิง หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
PTT Station ส่งน้ำและอาหารถึงผู้ประสบภัย
ด้าน PTT Station บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ส่งมอบน้ำดื่ม Jiffy มากกว่า 1,200 ขวด และอาหารพร้อมรับประทานมากกว่า 750 กล่อง ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่สายไหม กรุงเทพมหานคร
น้ำท่วมไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติ แต่เป็นโจทย์ต่อความต่อเนื่องของระบบเศรษฐกิจ

มาตรการจากภาคธุรกิจในครั้งนี้สะท้อนผลกระทบของน้ำท่วมใน 3 ระดับพร้อมกัน ตั้งแต่ สภาพคล่องของครัวเรือนและธุรกิจ การเข้าถึงสินค้าและบริการจำเป็น ไปจนถึงความต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐาน




