เวียตเจ็ท ไทยแลนด์ สร้าง Pipeline นักบินรุ่นใหม่ผ่าน “โครงการช้างเผือก ประจำปี 2569” ร่วมกับ BAC ตั้งแต่การคัดเลือกจนถึงการฝึกบินตามมาตรฐาน กพท. เพื่อรองรับเป้าหมายขยายฝูงบินเป็น 50 ลำภายในปี 2028 ท่ามกลางอุตสาหกรรมการบินไทยที่กลับมาเติบโตและการแข่งขันด้านบุคลากรการบินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ฝูงบินโต กำลังคนต้องโตตาม เมื่อ “นักบิน” กลายเป็นโจทย์ Capacity
เบื้องหลังการขยายธุรกิจสายการบินไม่ได้มีเพียงการจัดหาเครื่องบินหรือเปิดเส้นทางบินใหม่ แต่ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคลากรที่ต้องมีทักษะเฉพาะและผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะนักบินซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษา ฝึกบิน และพัฒนาความสามารถก่อนเข้าสู่การปฏิบัติงานจริง
โจทย์ดังกล่าว กำลังมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ หลังสายการบินกำหนดเป้าหมายขยายฝูงบินสู่ 50 ลำภายในปี 2028

ข้อมูลที่ Vietjet เปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ระบุว่า Vietjet Thailand มีฝูงบิน 22 ลำ และกำลังเดินหน้าโครงการขยายฝูงบิน Boeing 737-8 โดยเครื่องบินรุ่นใหม่ถูกวางไว้เป็นฐานสำหรับการเพิ่มเครือข่ายระหว่างประเทศ เชื่อมประเทศไทยกับเวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย และตลาดอื่นในเอเชียแปซิฟิก
ก่อนหน้านั้น Vietjet และ Boeing ยังได้ประกาศข้อตกลงจัดสรรเครื่องบิน Boeing 737 จำนวนสูงสุด 50 ลำจากคำสั่งซื้อของ Vietjet ให้แก่ Vietjet Thailand โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมการสนับสนุนด้านเทคนิค รวมถึงการฝึกนักบิน วิศวกร และบุคลากรซ่อมบำรุงด้วย
จึงทำให้ “การสร้างคน” และ “การเพิ่มเครื่องบิน” เป็นสองส่วนของยุทธศาสตร์ Capacity ที่ต้องเดินไปพร้อมกัน
โครงการช้างเผือก 2569 เชื่อมโรงเรียนการบินกับความต้องการสายการบิน
ภายใต้ “โครงการช้างเผือก ประจำปี 2569” หรือ White Elephant Project 2026 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ร่วมกับ บริษัท บางกอกเอวิเอชันเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAC วางกระบวนการพัฒนาผู้สนใจเข้าสู่อาชีพนักบินตั้งแต่ต้นทาง
เวียตเจ็ทไทยแลนด์จะรับผิดชอบการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการสรรหาและคัดเลือก ขณะที่ BAC รับหน้าที่ด้านการฝึกบิน โดยดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของสายการบิน

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ผลิตนักบินเพิ่ม” แต่เป็นการเชื่อมความต้องการทักษะของนายจ้างเข้ากับกระบวนการฝึกตั้งแต่ต้น เพื่อลด Skill Gap ระหว่างผู้ผ่านการฝึกกับคุณสมบัติที่อุตสาหกรรมต้องการ
ทิพย์สุดา เจียมเจริญวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAC ระบุว่า การเตรียมนักบินให้สามารถปฏิบัติงานจริงจำเป็นต้องพัฒนาทั้งความรู้ ทักษะการบิน การตัดสินใจ วินัย และมาตรฐานความปลอดภัย การนำกระบวนการคัดเลือกของสายการบินมาเชื่อมกับระบบฝึกบินจึงมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมได้รับการพัฒนาตรงกับทักษะที่ตลาดต้องการตั้งแต่ต้นทาง
ขณะที่ วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ มองว่าการลงทุนพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ต้นไม่เพียงรองรับการขยายธุรกิจของสายการบิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว
จาก ESG สู่ Human Capital การพัฒนาคนต้องเชื่อมกับธุรกิจจริง
ในมิติความยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนประเด็น Human Capital Development หรือการลงทุนพัฒนาความรู้ ทักษะ และศักยภาพของคน ซึ่งอยู่ในมิติ Social หรือ “S” ของ ESG
ประเด็นสำคัญคือ การพัฒนาคนจะสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้มากขึ้นเมื่อทักษะที่ผลิตขึ้นสัมพันธ์กับความต้องการของตลาดแรงงานจริง ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมหรือเพิ่มจำนวนผู้ผ่านหลักสูตร
ในระดับประเทศ ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของ กพท. ซึ่งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ได้หารือกรอบการพัฒนาบุคลากรด้านการบินของไทย โดยมุ่งเชื่อม “การศึกษา–การพัฒนาทักษะ–ตลาดแรงงาน” ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงของภาคการบิน
CAAT ยังระบุถึงแนวโน้มความต้องการนักบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ในช่วง 20 ปีข้างหน้า ภูมิภาคอาจต้องการนักบินใหม่ประมาณ 66,000 คน ทำให้การพัฒนาระบบฝึกอบรมและบุคลากรที่มีสมรรถนะเหมาะสมกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม
สำหรับประเทศไทย ฐานดีมานด์ด้านการเดินทางก็กลับมามีขนาดใหญ่ โดย กพท. รายงานว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้โดยสารทางอากาศมากกว่า 145 ล้านคน ท่ามกลางการกลับมาเปิดและขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ภาพดังกล่าวทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องราคา เส้นทางบิน หรือจำนวนเครื่องบิน แต่ครอบคลุมไปถึงการแข่งขันเพื่อสร้างและรักษา “บุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงาน” ด้วย

นักบินรุ่นใหม่กับ SDGs: จุดเชื่อมอยู่ที่ทักษะและงานคุณภาพ
หากมองผ่านกรอบ Sustainable Development การพัฒนานักบินรุ่นใหม่สามารถเชื่อมโยงเชิงประเด็นกับ SDG 4: Quality Education ในด้านการพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์การทำงาน และ SDG 8: Decent Work and Economic Growth ในด้านการสร้างบุคลากรทักษะสูงเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การเปิดโครงการเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลลัพธ์ด้าน ESG หรือ SDGs
ตัวชี้วัดที่ควรติดตามต่อจากนี้ ได้แก่ จำนวนผู้สมัครและผู้ได้รับคัดเลือก อัตราการสำเร็จการฝึก จำนวนผู้ที่สามารถเข้าสู่สายอาชีพนักบินจริง ความหลากหลายของผู้เข้าถึงโครงการ ตลอดจนรูปแบบค่าใช้จ่ายหรือการสนับสนุนทางการเงิน เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่าโครงการสามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงอาชีพทักษะสูงได้มากเพียงใด
จาก “ซื้อเครื่องบิน” สู่การแข่งขันสร้าง Aviation Talent
โจทย์ต่อจากนี้ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์จึงไม่ใช่เพียงว่าจะสามารถเพิ่มฝูงบินสู่ 50 ลำตามเป้าหมายปี 2028 ได้หรือไม่ แต่คือระบบพัฒนากำลังคนจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถได้ทันกับการขยาย Capacity ของสายการบินหรือไม่
สำหรับอุตสาหกรรมการบินไทย ประเด็นนี้มีความหมายกว้างกว่าแผนของสายการบินรายเดียว เพราะเมื่อจำนวนเที่ยวบิน เครือข่าย และฝูงบินเพิ่มขึ้น ความต้องการไม่ได้จำกัดอยู่ที่นักบิน แต่ครอบคลุมวิศวกร ช่างซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ บุคลากรภาคพื้น และตำแหน่งทักษะเฉพาะอื่น ๆ
การสร้างระบบที่เชื่อมการศึกษา การฝึกทักษะ มาตรฐานความปลอดภัย และความต้องการแรงงานเข้าด้วยกัน จึงกำลังกลายเป็น Infrastructure ด้าน “คน” ที่มีความสำคัญต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไม่ต่างจากเครื่องบิน สนามบิน และเส้นทางบิน

