จากภูมิปัญญาการย้อมครามและทอผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร สู่ส่วนหนึ่งของชุดพิธีการทัพนักกีฬาไทยใน Asian Games 2026 “ดอนกอยโมเดล” แสดงให้เห็นถึงอีกมิติของ Sustainable Fashion ที่เชื่อมงานหัตถกรรม การสร้างรายได้ เศรษฐกิจชุมชน และการต่อยอดอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ
ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หรือ Asian Games 2026 Aichi-Nagoya ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 กำลังทำให้ภูมิปัญญาผ้าย้อมครามจากจังหวัดสกลนครก้าวสู่สายตาระดับเอเชียอีกครั้ง
กรมประชาสัมพันธ์เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ว่า แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงออกแบบชุดพิธีการภายใต้แนวคิด “The Art of Unity – ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ตามคำทูลเชิญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำหรับนักกีฬาและทีมงานไทยกว่า 900 คน
หัวใจสำคัญของการออกแบบอยู่ที่การผสมผสานแฟชั่นร่วมสมัยกับอัตลักษณ์และภูมิปัญญาผ้าไทย โดยเลือกใช้ ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” จังหวัดสกลนคร ร่วมกับผ้าฝ้ายทอจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สะท้อนการนำงานหัตถกรรมไทยมาต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติ

“ดอนกอยโมเดล” มีจุดเริ่มต้นจากไหน
บ้านดอนกอยตั้งอยู่ใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นชุมชนที่มีองค์ความรู้ด้านการปลูกต้นคราม การย้อมคราม การย้อมสีธรรมชาติ และการทอผ้าย้อมคราม โดยข้อมูลของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครระบุว่า ชุมชนมีการรวมกลุ่มทอผ้าอย่างเข้มแข็งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2546
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรขั้นตอนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
จากภูมิปัญญาการทอผ้าย้อมครามที่มีอยู่เดิม ได้มีการต่อยอดด้านกรรมวิธี คุณภาพ สี และลวดลาย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัย สามารถเข้าถึงตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ ตลอดจนสร้างงานและรายได้ให้กับคนในชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงขับเคลื่อนและขยายผลเป็น “โครงการดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล” โดยมุ่งยกระดับภูมิปัญญาการสร้างสรรค์ผืนผ้าและผลิตภัณฑ์ให้สามารถเข้าสู่ตลาดสากลอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ ไปจนถึงแบรนด์และการตลาด

จากสีครามแบบดั้งเดิม สู่แฟชั่นร่วมสมัย
หนึ่งในหัวใจของดอนกอยโมเดลคือการรักษาฐานภูมิปัญญาดั้งเดิมเอาไว้ ขณะเดียวกันก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
กรมการพัฒนาชุมชนระบุว่า สมาชิกโครงการได้ต่อยอด ภูมิปัญญาการย้อมสีเส้นใยด้วยวัตถุดิบธรรมชาติภายในชุมชน และพัฒนาผ้าย้อมครามให้มีลวดลายร่วมสมัย รวมถึงพัฒนาด้านการตลาดและบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผ้าไทย
ข้อมูลของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครยังระบุว่า เมื่อครั้งเสด็จบ้านดอนกอยในปี 2563 มีพระวินิจฉัยให้พัฒนาสีครามจากเดิมไปสู่เฉดที่หลากหลาย ได้แก่ ครามเข้ม ครามกลาง ครามอ่อน และครามฟ้า พร้อมทั้งพัฒนาการจัดวางลวดลายมัดหมี่ให้สามารถผสมผสานหลายลายในผืนเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การทิ้งภูมิปัญญาดั้งเดิมเพื่อเปลี่ยนไปสู่การผลิตแบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำองค์ความรู้ของช่างทอในพื้นที่มาทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบ เพื่อเพิ่มคุณค่าและสร้างความร่วมสมัยให้กับผลิตภัณฑ์

7 กลุ่มชุมชนร่วมสร้าง “ดอนกอยสกลแฟชั่น”
ข้อมูลจากเว็บไซต์ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ของกรมการพัฒนาชุมชนระบุว่า โครงการ “ดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล” มีเป้าหมายในการสร้างสรรค์แฟชั่นคอลเลกชันร่วมสมัย “ดอนกอยสกลแฟชั่น คอลเลกชัน” ตามแนวพระดำริ Sustainable Fashion
ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามในโครงการใช้ สีย้อมธรรมชาติจากพืชพรรณภายในชุมชน พร้อมนำลวดลายโบราณกลับมาฟื้นฟูและพัฒนาลวดลายประยุกต์ให้มีความร่วมสมัย โดยกรมการพัฒนาชุมชนระบุว่ามี 7 กลุ่มชุมชน เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในโครงการดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล
นั่นทำให้ “ดอนกอยโมเดล” ไม่ได้หมายถึงเพียงผลิตภัณฑ์ของช่างทอรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาเครือข่ายงานหัตถกรรมชุมชนให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ร่วมกันและต่อยอดเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
จากรายได้หลักร้อย สู่หลักหมื่นต่อเดือน
มิติที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับชุมชน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครรายงานในปี 2567 ว่า การรวมกลุ่มทอผ้าของบ้านดอนกอยซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2546 สามารถพัฒนารายได้จากประมาณ 700 บาทต่อเดือน เป็นประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน

ข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชนยังอธิบายเป้าหมายของโครงการว่า เป็นการยกระดับผ้าย้อมครามให้มีความร่วมสมัย มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการสร้างแบรนด์ และการตลาดสมัยใหม่ เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้แก่ชุมชน ควบคู่กับการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น
“วิชชาลัยดอนกอย” จากแหล่งผลิตสู่พื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้
การพัฒนาดอนกอยไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างสินค้า แต่ยังต่อยอดสู่การจัดตั้ง “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อเป็นพื้นที่รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าย้อมครามและภูมิปัญญาท้องถิ่น
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครระบุว่า ศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการต่อยอด “ดอนกอยโมเดล” ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านผ้าย้อมคราม ขณะที่เว็บไซต์ของกรมการพัฒนาชุมชนรวบรวมองค์ความรู้ตั้งแต่ การปลูกฝ้าย การปลูกคราม การก่อหม้อคราม ไปจนถึงการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรม
การสร้างพื้นที่เรียนรู้เช่นนี้มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของงานหัตถกรรม เพราะการรักษาภูมิปัญญาไม่ได้หมายถึงเพียงการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงการรักษาองค์ความรู้และเปิดโอกาสให้สามารถถ่ายทอดต่อไปได้
จากกี่ทอผ้าสกลนคร สู่ Asian Games 2026
เส้นทางของดอนกอยโมเดลมาถึงอีกก้าวสำคัญในปี 2569 เมื่อ ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของดอนกอยโมเดล ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชุดพิธีการทัพนักกีฬาไทยสำหรับ Asian Games 2026
ชุดพิธีการประกอบด้วยเครื่องแต่งกาย 4 ชิ้น ได้แก่ แจ็กเกตผ้าฝ้ายทอมือแบบสามกระเป๋า เสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมงานปัก กางเกงขายาว และเนกไทซึ่งใช้การผูกแบบ Diamond Knot อันเป็นเอกลักษณ์ของ SIRIVANNAVARI ซึ่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไทยกว่า 900 คน จะสวมชุดดังกล่าวในพิธีเปิดการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น
นั่นหมายความว่า ผ้าซึ่งมีต้นทางจากองค์ความรู้การย้อมครามและทอผ้าของชุมชนในจังหวัดสกลนคร กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพตัวแทนประเทศไทยต่อสายตาผู้ชมในมหกรรมกีฬาระดับเอเชีย

ดอนกอยโมเดล “ยั่งยืน” อย่างไร
คำว่า Sustainable Fashion ในกรณีของดอนกอยโมเดลไม่ได้เกิดจากการตีความของสื่อเพียงอย่างเดียว เพราะกรมการพัฒนาชุมชนระบุโครงการอย่างชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แนวพระดำริ “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน”
องค์ประกอบที่ปรากฏจากข้อมูลทางการ ได้แก่ การต่อยอดภูมิปัญญาการย้อมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติในชุมชน การรักษาและฟื้นฟูลวดลายดั้งเดิม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับช่างทอและผู้เชี่ยวชาญ การสร้างงานและรายได้ ตลอดจนการจัดตั้งพื้นที่สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้
“ดอนกอยโมเดล” สอดรับกับกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ไม่ว่าจะเป็น SDG 8 – Decent Work and Economic Growth เชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะ การสร้างงาน การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการสร้างรายได้แก่ชุมชน, SDG 12 – Responsible Consumption and Production เชื่อมโยงกับการใช้วัตถุดิบธรรมชาติในชุมชน การสืบทอดกระบวนการผลิตเชิงหัตถกรรม และการเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
SDG 11 – Sustainable Cities and Communities เชื่อมโยงในมิติของการรักษามรดกและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงการสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อไป และ SDG 17 – Partnerships for the Goals สะท้อนผ่านรูปแบบความร่วมมือระหว่างช่างทอและชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ นักออกแบบ และภาคส่วนต่าง ๆ ในการยกระดับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น
มากกว่าชุดนักกีฬา เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นกลายเป็น Soft Power
จากองค์ความรู้เรื่องต้นคราม สีธรรมชาติ การย้อม การทอ และลวดลายที่สืบทอดอยู่ในชุมชน เมื่อถูกเชื่อมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และตลาดระดับประเทศและนานาชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นก็สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับคุณค่าทางวัฒนธรรมได้
และเมื่อผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากดอนกอยกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุด ที่ตัวแทนประเทศไทยจะสวมใน Asian Games 2026 เรื่องราวของช่างทอและชุมชนสกลนครก็เดินทางไปพร้อมกับทัพนักกีฬาไทยด้วย
นี่จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน การออกแบบร่วมสมัย และ Sustainable Fashion มาเชื่อมโยงกัน และนำเสนออัตลักษณ์ไทยในรูปแบบที่ไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้อีกด้วย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. กรมประชาสัมพันธ์ — ชุดพิธีการ Asian Games 2026
ข้อมูลการออกแบบ The Art of Unity, การใช้ผ้าดอนกอย, ผ้าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และรายละเอียดเครื่องแต่งกาย
SIRIVANNAVARI เปิดตัวชุดพิธีการนักกีฬาไทย Asian Games 2026 – กรมประชาสัมพันธ์
2. การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ข้อมูลยืนยันการเปิดตัวชุดพิธีการและกำหนดการแข่งขัน Asian Games 2026
การกีฬาแห่งประเทศไทย – ข่าวประชาสัมพันธ์
3. กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย — ดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล
ข้อมูลที่มา วัตถุประสงค์ การพัฒนาภูมิปัญญา และ Sustainable Fashion
4. กรมการพัฒนาชุมชน — ผลิตภัณฑ์ดอนกอยโมเดล
ข้อมูลสีย้อมธรรมชาติ ลวดลาย และ 7 กลุ่มชุมชน
ผลิตภัณฑ์จากโครงการดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล
5. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร
ข้อมูลการเสด็จบ้านดอนกอยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 การพัฒนาผ้าย้อมคราม และการจัดตั้งวิชชาลัยดอนกอย
ข้อมูลดอนกอยโมเดล – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร
6. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร
ข้อมูลชุมชน การทอผ้าตั้งแต่ปี 2546 และข้อมูลรายได้จากประมาณ 700 บาท เป็นประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน
ข้อมูลกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย
7. กรมการพัฒนาชุมชน — หนังสือดอนกอยโมเดลสู่ตลาดสากล
ข้อมูลการบูรณาการระหว่างชุมชน ช่างทอ ผู้เชี่ยวชาญ และนักออกแบบ
8. Thailand.go.th
ข้อมูลชุด 4 ชิ้น การสวมในพิธีเปิด และนักกีฬา/เจ้าหน้าที่ไทยกว่า 900 คน
Thailand.go.th – The Art of Unity Asian Games 2026

