แสนสิริ ขยับเกมความยั่งยืนอีกขั้น จับมือไดกิ้น เปิดโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” เจาะลึกการจัดการระบบทำความเย็นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง Scope 1 ผ่านการกู้คืน–ฟื้นฟู–หมุนเวียนสารทำความเย็นกลับมาใช้ใหม่ นำร่องคอนโดมิเนียม 6 โครงการ พร้อมดึง Sansiri Homecare และพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เชื่อม Green Ecosystem ขับเคลื่อน Circular Economy และเป้าหมาย Net Zero
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และอาคารต้องเร่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดตัวโมเดล “Sustainable Cooliving Lifecycle” เพื่อบริหารจัดการระบบทำความเย็นและสารทำความเย็น หรือ Refrigerant Management อย่างเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการขยายกรอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนจากเดิมที่มักให้ความสำคัญกับการออกแบบและการก่อสร้าง ไปสู่การจัดการ “วงจรการใช้เครื่องปรับอากาศและสารทำความเย็น” ตลอดช่วงการอยู่อาศัยจริง ครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน โดยแสนสิริระบุว่าเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ดำเนินความร่วมมือในลักษณะดังกล่าว
จาก “ประหยัดไฟ” สู่ “จัดการน้ำยาแอร์” อีกจุดสำคัญของการลดคาร์บอน
ที่ผ่านมา การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากระบบปรับอากาศมักถูกมองผ่านมิติของ การลดการใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นหลัก แต่สารทำความเย็นที่อยู่ภายในเครื่องปรับอากาศก็เป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง หรือ Scope 1 Emission ของอาคาร หากมีการรั่วไหลหรือจัดเก็บอย่างไม่เหมาะสม
โมเดล Sustainable Cooliving Lifecycle จึงมุ่งเข้าไปจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการบริหารสารทำความเย็นอย่างเป็นระบบ ทั้งการลดการใช้สารทำความเย็นใหม่ การควบคุมและลดความเสี่ยงจากการรั่วไหล รวมถึงการนำสารทำความเย็นที่กู้คืนได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูคุณภาพ ก่อนหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบและปลอดภัย
แนวทางดังกล่าวทำให้หลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ถูกนำมาประยุกต์กับระบบปรับอากาศและการบริหารอาคารโดยตรง จากเดิมที่สารทำความเย็นอาจถูกมองเป็นเพียงวัสดุสิ้นเปลือง กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถนำกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานใหม่ได้

เปิด 3 กลไก สร้างวงจร Sustainable Cooliving ตั้งแต่ “บ้าน–ช่าง–อาคาร”
หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การเชื่อมการทำงานตลอดวงจรการอยู่อาศัย ตั้งแต่ระบบปรับอากาศภายในโครงการ การให้บริการหลังการขาย ไปจนถึงการบริหารจัดการอาคาร ผ่าน 3 กลไกหลัก
1. นำร่อง 6 คอนโด ยกระดับที่อยู่อาศัยรักษ์โลก
แสนสิริเดินหน้ายกระดับมาตรฐานระบบปรับอากาศในโครงการคอนโดมิเนียม โดยเริ่มนำร่อง 6 โครงการ อาทิ VIA 61 (เวีย 61), VIA 34 (เวีย 34) และ WIDEN by Sansiri (ไวด์เด็น บาย แสนสิริ)
โครงการเหล่านี้ใช้ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงและช่วยประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการดำเนินกระบวนการ Refrigerant Recovery หรือการกู้คืนสารทำความเย็น เพื่อนำสารทำความเย็นกลับเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูคุณภาพและหมุนเวียนใช้ใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
2. Sansiri Homecare ผนึกไดกิ้น ยกระดับช่างกว่า 17 ทีม
อีกจุดสำคัญคือการยกระดับงานบริการหลังการขาย โดย Sansiri Homecare ร่วมกับไดกิ้น พัฒนาศักยภาพทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ กว่า 17 ทีม ให้สามารถดำเนินการเก็บคืนสารทำความเย็นตามมาตรฐานของไดกิ้น
สารทำความเย็นที่เก็บคืนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูคุณภาพ ก่อนหมุนเวียนกลับมาใช้ในการซ่อมบำรุงหรือเติมให้กับเครื่องปรับอากาศของลูกบ้าน โดยสารทำความเย็นที่ผ่านกระบวนการมีคุณสมบัติและความปลอดภัยเทียบเท่ากับน้ำยาแอร์ปกติ ช่วยลดการพึ่งพาสารทำความเย็นใหม่ในระยะยาว
จุดนี้ทำให้งาน Homecare ซึ่งเดิมมีบทบาทหลักด้านบริการหลังการขาย ถูกยกระดับให้กลายเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
3. พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขยาย Circular Economy สู่งานบริหารอาคาร
วงจรดังกล่าวยังถูกต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการอาคาร โดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ นำสารทำความเย็นที่ผ่านการฟื้นฟูคุณภาพ หรือ Reclaimed Refrigerant กลับมาใช้ในงานบำรุงรักษาระบบปรับอากาศของโครงการภายใต้การบริหารจัดการ
เบื้องต้นนำร่องที่ สิริ แคมปัส สำนักงานใหญ่แสนสิริ และฮาบิโตะ มอลล์ โดยคัดเลือกสารทำความเย็นที่ผ่านกระบวนการฟื้นฟูคุณภาพกลับมาใช้งานจริง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารในระยะยาว

เปลี่ยน “บริการหลังการขาย” เป็นกลไกลดคาร์บอน
อีกมิติที่น่าสนใจของ Sustainable Cooliving Lifecycle คือการขยายแนวคิดความยั่งยืนออกจากตัวอาคาร ไปสู่ช่วงเวลาหลังจากลูกค้าเข้าอยู่อาศัยแล้ว
แทนที่จะสิ้นสุดกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมหลังการออกแบบและก่อสร้าง แสนสิรินำงานซ่อมบำรุง การดูแลเครื่องปรับอากาศ การกู้คืนสารทำความเย็น และการบริหารอาคารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงจรลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จึงเท่ากับเป็นการเชื่อม Developer – ผู้ผลิตระบบปรับอากาศ – Homecare – Property Management – ลูกบ้าน เข้าสู่ระบบเดียวกัน และทำให้การบริหารจัดการสารทำความเย็นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด Lifecycle ของการอยู่อาศัย
สร้าง Green Ecosystem จาก Supply Chain สู่เป้าหมาย Net Zero
สำหรับแสนสิริ แนวคิดความยั่งยืนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกแบบโครงการให้ประหยัดพลังงาน แต่ขยายไปถึงกระบวนการดูแลอาคารและการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้าน
การผนึกกำลังกับไดกิ้นครั้งนี้ยังสะท้อนแนวทางการสร้าง Green Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain โดยนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายเข้ามาเชื่อมต่อกันตั้งแต่ระบบปรับอากาศ การบริการหลังการขาย ไปจนถึงการบริหารอาคาร
เป้าหมายคือการเปลี่ยนกระบวนการที่เคยเป็นเพียง “งานบริการและบำรุงรักษา” ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอดแนวคิด Circular Economy ไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

