ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงทุนเพิ่มศักยภาพโครงข่าย 5G – 4G รองรับงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี ครบรอบ 125 ปี เพิ่มคุณภาพสัญญาณมือถือ สะท้อนบทบาทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สู่ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์นักท่องเที่ยว และการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลก
ในช่วงที่คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก ความสามารถของเครือข่ายในการรองรับการใช้งานข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งการไลฟ์สด แชร์ภาพ และการสื่อสารแบบเรียลไทม์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดคุณภาพของผู้ให้บริการโทรคมนาคม
เทศกาลท้องถิ่น สนามแข่งขันของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย และในปี 2569 นับเป็นวาระพิเศษครบรอบ 125 ปี ของการสืบสานประเพณี

กำหนดการสำคัญประกอบด้วย
- 28 กรกฎาคม 2569 รวมต้นเทียน
- 29-30 กรกฎาคม 2569 ขบวนแห่เทียนพรรษา
- ภาคกลางวัน เวลา 08.30 น.
- ภาคกลางคืน เวลา 19.30 น.
- พื้นที่หลักบริเวณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
งานแห่เทียนเป็นทั้งแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและเวทีแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การแกะสลักต้นเทียน ขบวนรำ ไปจนถึงการแสดงศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งล้วนสร้างการรับรู้ผ่านสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นในแต่ละปี

ทรูเพิ่มความจุเครือข่าย รับการใช้งานดาต้าพุ่งช่วงเทศกาล
เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่าได้เพิ่มศักยภาพของโครงข่าย 5G และ 4G ในพื้นที่จัดงานและจุดที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น
มาตรการหลัก ได้แก่
- ติดตั้ง Cell on Wheels (COW) หรือรถสถานีฐานเคลื่อนที่
- เพิ่มความจุของสถานีฐานในพื้นที่จัดงาน
- รองรับการใช้งานที่ใช้แบนด์วิดท์สูง เช่น Live Streaming, Upload วิดีโอความละเอียดสูง, Social Media, Video Call และ การติดต่อสื่อสารของนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังขยายความพร้อมไปยังพื้นที่สำคัญด้านการเดินทาง เช่น สนามบินอุบลราชธานี สถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ ศูนย์การค้า เส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่จัดงาน
AI เข้ามามีบทบาทบริหารโครงข่ายแบบเรียลไทม์
ภายในงาน ยังนำ Business Network Intelligence Center (BNIC) ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาตรวจสอบคุณภาพเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบดังกล่าวทำหน้าที่ วิเคราะห์ปริมาณทราฟฟิก ตรวจจับความผิดปกติของเครือข่าย บริหารการกระจายโหลดการใช้งานแบบเรียลไทม์ และสนับสนุนทีมวิศวกรที่ลงพื้นที่ตลอดช่วงการจัดงาน
แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้ให้บริการโทรคมนาคม จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การใช้ AI เพื่อคาดการณ์และบริหารเครือข่ายเชิงรุก

เทศกาลใหญ่กำลังเป็น “บททดสอบ” คุณภาพเครือข่าย
กิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นช่วงเวลาที่ปริมาณการใช้งานข้อมูลพุ่งสูงกว่าปกติ หากผู้ให้บริการสามารถรักษาคุณภาพสัญญาณได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานทั้งในด้านความเร็ว ความเสถียร และประสบการณ์ใช้งานจริง
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันไม่ได้ใช้เครือข่ายเพียงเพื่อโทรศัพท์ แต่ใช้สำหรับ แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ไลฟ์สดกิจกรรม ใช้แอปนำทาง ชำระเงินดิจิทัล รวมถึงการติดต่อที่พักและการเดินทาง
ดังนั้น คุณภาพของเครือข่ายจึงมีผลโดยตรงต่อประสบการณ์การท่องเที่ยว และส่งผลต่อการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น (User Generated Content)
Soft Power ไทยพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น
แม้งานแห่เทียนพรรษาจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่การเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบันอาศัยการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก
โครงข่ายที่รองรับการถ่ายทอดสดและการเผยแพร่คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ จึงมีบทบาทในการขยายการรับรู้เทศกาลไทยไปยังผู้ชมต่างประเทศ และสนับสนุนการผลักดัน Soft Power ผ่านช่องทางดิจิทัล

การแข่งขันของค่ายมือถือไม่ได้วัดกันแค่ความเร็วอีกต่อไป การลงทุนรองรับอีเวนต์ขนาดใหญ่สะท้อนว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมแข่งขันกันในหลายมิติ ได้แก่
- ความเสถียรของเครือข่าย
- ความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานหนาแน่น
- การใช้ AI บริหารโครงข่าย
- ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ปัจจัยเหล่านี้กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพบริการ มากกว่าการแข่งขันด้านความเร็วเพียงอย่างเดียว
การเสริมศักยภาพโครงข่ายของทรู คอร์ปอเรชั่น ในช่วงงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของผู้ให้บริการโทรคมนาคมกำลังขยายจากการให้บริการด้านการสื่อสาร ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว และการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล โดยการลงทุนในเครือข่ายและการใช้ AI เพื่อบริหารทราฟฟิกในช่วงที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการรองรับอีเวนต์ขนาดใหญ่ในอนาคต

