อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินกลยุทธ์ความร่วมมือพันธมิตร ขยายแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ล่าสุด ร่วมมือ PETValue Philippines – Republic Cement ลุยฟิลิปปินส์ ภายใต้โครงการ Zero Waste to Landfill เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการรีไซเคิล กลายเป็นเชื้อเพลิงทดแทนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
การผนึกกำลังระหว่าง อินโดรามา เวนเจอร์ส PETValue Philippines และ Republic Cement ถือเป็นอีกหนึ่งมิติความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมรีไซเคิล ที่หันมาให้ความสนใจกับการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งระบบ เพื่อลดของเสีย ลดการฝังกลบ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากวัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือทิ้ง นอกเหนือจากความพยายามในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET)
Zero Waste to Landfill ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจหมุนเวียน
ปันกาจ ซินฮา หัวหน้าธุรกิจรีไซเคิล IndoNova อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า อินโดรามา เวนเจอร์ส เปิดตัวโครงการ Zero Waste to Landfill ที่โรงงาน PETValue Philippines จังหวัดคาวีเต ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิล PET แบบ Bottle-to-Bottle สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งแรกของประเทศ
หัวใจสำคัญของโครงการคือการลดปริมาณวัสดุที่ต้องนำไปฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด โดยวัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลกลับมาเป็นขวดใหม่ได้ เช่น ฝาขวดและฉลากพลาสติก จะถูกส่งต่อให้ ecoloop ธุรกิจด้านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ของ Republic Cement & Building Materials เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการเผาร่วม (Co-processing) และใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์
แนวทางดังกล่าวช่วยให้วัสดุเหล่านี้ยังถูกใช้ประโยชน์ต่อ ลดการพึ่งพาหลุมฝังกลบ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่การรีไซเคิล

ความร่วมมือที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีไซเคิล
ปันกาจ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนของอุตสาหกรรม PET มุ่งเน้นการรีไซเคิลแบบ Bottle-to-Bottle เป็นหลัก แต่ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการขยายขอบเขตการจัดการทรัพยากร ไปยังวัสดุที่เคยเป็น “ของเสียปลายทาง” อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงโรงงานรีไซเคิลเข้ากับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ทำให้วัสดุที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเดิม ยังสามารถสร้างมูลค่าได้ต่อ ลดต้นทุนการกำจัดของเสีย และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตปูนซีเมนต์
โมเดลลักษณะนี้กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เนื่องจากช่วยยกระดับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากการรีไซเคิลเฉพาะผลิตภัณฑ์ ไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างครบวงจร
The Impact | ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและตลาด
1. มาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนกำลังยกระดับ
ความร่วมมือระหว่างธุรกิจรีไซเคิลและผู้ผลิตปูนซีเมนต์สะท้อนว่า เป้าหมายด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจาก “รีไซเคิลให้มากขึ้น” ไปสู่ “ลดของเสียให้เหลือศูนย์” มากขึ้น

2. ผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์อาจต้องปรับตัว
เมื่อผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลสามารถบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ได้ครบวงจร ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานอาจต้องยกระดับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และระบบจัดการของเสียให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Circular Economy ที่เข้มข้นขึ้น
3. ผู้บริโภคได้ประโยชน์ทางอ้อม
แม้โครงการนี้จะเป็นความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ เพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนการผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม

ข้อมูลจากอินโดรามา เวนเจอร์ส ระบุว่า เริ่มดำเนินธุรกิจรีไซเคิลตั้งแต่ปี 2554, รีไซเคิลขวด PET หลังการบริโภคแล้วเกือบ 180,000 ล้านขวด ปัจจุบันรีไซเคิลขวด PET ได้มากกว่า 700 ขวดต่อวินาที
PETValue Philippines เป็นโรงงานรีไซเคิล PET แบบ Bottle-to-Bottle สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งแรกของฟิลิปปินส์
ปันกาจ กล่าวว่า นวัตกรรมและความร่วมมือสามารถช่วยลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และช่วยนำพาให้เราก้าวไปอีกขั้นในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง
ด้านแองเจลา เอดราลิน-วาเลนเซีย ผู้อำนวยการ ecoloop กล่าวว่า ecoloop ช่วยพันธมิตรสร้างคุณค่าจากของเสีย พร้อมลดการพึ่งพาการฝังกลบ ความร่วมมือกับ PETValue ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการ Zero Waste to Landfill ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานรีไซเคิล แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่โมเดล Circular Economy ที่เชื่อมโยงหลายภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ผู้รีไซเคิล ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ในระยะยาว ความร่วมมือในลักษณะนี้อาจกลายเป็นแนวทางมาตรฐานของอุตสาหกรรมรีไซเคิล โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังผลักดันเป้าหมายลดการฝังกลบและเพิ่มสัดส่วนการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งต้นทุนการจัดการของเสีย การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการแข่งขันด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรม

