ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมมือ กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ลดต้นทุนเริ่มต้นของผู้ประกอบการ สะท้อนแนวโน้มใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้เช่า พื้นที่สู่การเป็นแพลตฟอร์มสร้างตลาดให้กับธุรกิจรายย่อย
ความร่วมมือโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมมือ กระทรวงพาณิชย์ เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสิทธิใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าในแม็คโครและโลตัสกว่า 2,700 สาขา รวมมากกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 6 เดือน เป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการทดลองตลาดและเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
รัฐลดต้นทุน เอกชนเพิ่มช่องทางขาย
โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” เป็นมาตรการของรัฐบาลที่ใช้โมเดลการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นผ่านระบบแฟรนไชส์ มาตรการสำคัญประกอบด้วย

- รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50%
- วงเงินสนับสนุนสูงสุด 10,000 บาทต่อราย
- ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงธุรกิจแฟรนไชส์ที่ร่วมโครงการด้วยต้นทุนเริ่มต้นต่ำลง
ในอีกด้านหนึ่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้ารับบทสนับสนุนด้าน “ตลาด” โดยเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในเครือ แม็คโครและโลตัส ฟรีเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทดลองขายสินค้าในทำเลที่มีผู้ใช้บริการจริง
พื้นที่กว่า 10,000 จุด คือ “สินทรัพย์” ที่ช่วยลดความเสี่ยงธุรกิจ
การเปิดพื้นที่จำหน่ายภายในแม็คโครและโลตัสมากกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหม่มักเผชิญอุปสรรคสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- เงินลงทุนเริ่มต้น
- การหาทำเลจำหน่ายสินค้า
- การเข้าถึงลูกค้าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ
การลดค่าเช่าพื้นที่ในช่วง 6 เดือนแรกจึงช่วยลดต้นทุนคงที่ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเงินไปใช้กับการพัฒนาสินค้า การบริหารสต็อก หรือการทำการตลาดแทน

ค้าปลีกกำลังแข่งขันด้วย “ระบบนิเวศธุรกิจ”
แม้มาตรการนี้จะมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แต่ในมุมธุรกิจค้าปลีก ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันในอีกมิติหนึ่ง
- จากผู้ให้เช่าพื้นที่ สู่ผู้สร้าง Ecosystem
- ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านราคาอีกต่อไป แต่เริ่มใช้เครือข่ายสาขาที่มีอยู่เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้ามาเติบโต โมเดลนี้ช่วยสร้างประโยชน์หลายด้านพร้อมกัน ได้แก่ เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการภายในสาขา, ดึงดูดผู้ใช้บริการให้เข้ามาใช้พื้นที่มากขึ้น, เปิดโอกาสให้ธุรกิจรายใหม่ทดสอบตลาดโดยใช้ต้นทุนต่ำ และเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน
- แฟรนไชส์ยังเป็นช่องทางเริ่มต้นธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ระบบแฟรนไชส์ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความไม่แน่นอน เนื่องจากมี
- รูปแบบธุรกิจที่ผ่านการทดสอบแล้ว
- ระบบบริหารจัดการ
- การสนับสนุนจากเจ้าของแฟรนไชส์การเข้าถึงตลาดได้รวดเร็วกว่าเริ่มธุรกิจเองทั้งหมด

เมื่อผนวกกับมาตรการช่วยลดต้นทุนจากภาครัฐและพื้นที่จำหน่ายฟรีจากภาคเอกชน จึงทำให้ต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจลดลงในหลายมิติพร้อมกัน
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับซีพี แอ็กซ์ตร้าครั้งนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายใหม่ เพราะเป็นการเชื่อมต่อ “เงินทุน + โมเดลธุรกิจ + ช่องทางจำหน่าย” เข้าไว้ในมาตรการเดียว ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ผู้ประกอบการรายย่อยมักขาดในช่วงเริ่มต้น
หากโครงการสามารถสร้างผู้ประกอบการ ที่ดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุน ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของการใช้เครือข่ายค้าปลีกสมัยใหม่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่นอาจนำไปปรับใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตของ SME ไทยในระยะยาว

