LHFG ได้รับคัดเลือกเข้าทำเนียบ ESG100 ประจำปี 2569 เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน 931 แห่งของสถาบันไทยพัฒน์ ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อภาคการเงินไทยในช่วงที่นักลงทุนและหน่วยงานกำกับให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้น และกำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถของ LHFG ในการรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมธนาคารกำลังเปลี่ยนจากการวัดผลด้านกำไรเพียงอย่างเดียว ไปสู่การประเมินความยั่งยืนในระยะยาว
LHFG ติด ESG100 จาก 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569
ข้อมูลสำคัญจากการประกาศครั้งนี้ ได้แก่
ได้รับคัดเลือกจากหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 931 บริษัท
อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Banking
ติดอันดับ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11
ได้รับการประเมินด้าน Environmental, Social and Governance (ESG)
ผู้บริหารชี้ทิศทาง เดินหน้าสินเชื่อสีเขียวและ Sustainable Finance
วรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชีของ LHFG ระบุว่า กลุ่มธุรกิจยังคงดำเนินงานภายใต้กรอบ Sustainable Finance พร้อมขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียวอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทและกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สานต่อการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกรอบการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) และเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียว โดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปยังเศรษฐกิจสีเขียวอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ บริษัทยังระบุถึงการดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
เกณฑ์การประเมินไม่ได้วัดเฉพาะผลประกอบการ
ESG100 เป็นการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านความยั่งยืน โดยดำเนินการประเมินอย่างอิสระโดยสถาบันไทยพัฒน์ การประเมินอ้างอิงข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ และเปรียบเทียบกับชุดตัวชี้วัด ESG ตามมาตรฐานสากล เช่น
- WFE (World Federation of Exchanges)
- GRI (Global Reporting Initiative)
- IFRS Sustainability Standards
- UN PRI (Principles for Responsible Investment)
สถาบันไทยพัฒน์ดำเนินโครงการต่อเนื่อง 12 ปี
สถาบันไทยพัฒน์เริ่มเปิดเผยรายชื่อกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ครั้งแรกในปี 2558 และดำเนินการจัดอันดับต่อเนื่องมาจนถึงปี 2569 ซึ่งนับเป็นปีที่ 12 ของการจัดทำฐานข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไทย
ในอดีต การแข่งขันของธนาคารมักเน้นด้านการเติบโตของสินเชื่อและผลกำไร แต่ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลกเริ่มนำปัจจัย ESG มาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น
การที่ LHFG สามารถรักษาสถานะใน ESG100 ต่อเนื่อง 11 ปี จึงสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวต่อเกณฑ์ความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ การประกาศเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อสีเขียวของ LHFG สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมการเงินไทยและทั่วโลก ที่กำลังเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการด้านพลังงานสะอาด อาคารประหยัดพลังงาน และธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้การแข่งขันในกลุ่มธนาคารไม่ได้วัดเพียงขนาดพอร์ตสินเชื่ออีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวด้วย
นักลงทุนจับตาคุณภาพ ESG มากกว่าการมีนโยบาย
อีกประเด็นสำคัญคือ ตลาดทุนเริ่มให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ที่วัดได้” มากกว่าการประกาศนโยบาย ESG เพียงอย่างเดียว ทำให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างละเอียดและโปร่งใสมากขึ้น
สำหรับ LHFG การได้รับคัดเลือกต่อเนื่องหลายปีอาจช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืน แต่ในระยะยาว ตลาดจะจับตาว่าการขยายสินเชื่อสีเขียวและแนวทาง Sustainable Finance จะสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจควบคู่กับเป้าหมายด้าน ESG ได้มากน้อยเพียงใด

