ปรากฏการณ์ Lisa Effect กำลังสะท้อนบทบาทใหม่ของการตลาดท่องเที่ยวในยุคที่อิทธิพลจากวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) สามารถแปลง “การรับรู้” ให้กลายเป็น “การเดินทางจริง” ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก Traveloka พบว่าหลังแคมเปญ Amazing Thailand ที่มี ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแอมบาสเดอร์ ความสนใจและการจองไปยังจุดหมายปลายทางที่ปรากฏในแคมเปญเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่กำลังได้รับแรงหนุนจาก “Soft Power” และมีแนวโน้มกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรองมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาทของประเทศไทยในปี 2569
Soft Power เครื่องยนต์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย
แคมเปญ “Feel All the Feelings” ภายใต้โครงการ Amazing Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการนำ Soft Power มาผสานกับกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ข้อมูลจาก ททท. ประเมินว่าแคมเปญดังกล่าวมีศักยภาพช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านคน และสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยราว 250,000-500,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวรวมที่ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569
ในมุมธุรกิจ นี่สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านการสื่อสารผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลระดับโลก เริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงวัดผลได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้แบรนด์ประเทศเท่านั้น
ตัวเลขจาก Traveloka สะท้อนอะไรต่ออุตสาหกรรม?
ข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Traveloka ในปี 2569 พบว่า ความต้องการเดินทางยังเติบโตต่อเนื่อง
- ความต้องการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยเพิ่มขึ้น 25%
- ความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10%
- ความต้องการจองที่พักจากนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตมากกว่า 30%
ขณะที่ตลาดต่างชาติที่มียอดจองสูงสุดผ่าน Traveloka ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ จีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดเอเชียยังคงเป็นฐานนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย และเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลและวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างรวดเร็ว
เมืองรองเริ่มได้รับอานิสงส์มากกว่าที่เคย
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากข้อมูลของ Traveloka คือ การเพิ่มขึ้นของความสนใจในจุดหมายปลายทางนอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลัก
- อุดรธานี ดาวรุ่งที่ได้รับแรงหนุนจากการมองเห็นระดับโลก
จังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะพื้นที่ ทะเลบัวแดง กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในอดีต จุดหมายประเภทนี้มักเป็นที่รู้จักในวงจำกัดหรือในกลุ่มนักท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่การปรากฏในสื่อระดับนานาชาติช่วยขยายฐานการรับรู้ไปสู่ผู้เดินทางต่างชาติได้รวดเร็วขึ้น

- เชียงใหม่ ตอบโจทย์เทรนด์ “Experience-Based Tourism”
ข้อมูลจาก Traveloka ยังพบว่าความสนใจต่อสถานที่เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า มากกว่าการเดินทางเพื่อถ่ายภาพหรือเช็กอินเพียงอย่างเดียว
- กรุงเทพฯ และระยอง ยังได้แรงหนุนจากแลนด์มาร์กเฉพาะตัว
แม้กรุงเทพฯ จะยังคงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก แต่แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมอย่าง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ยังคงได้รับความนิยมในการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ เกาะทะลุ จังหวัดระยอง เริ่มได้รับความสนใจจากกลุ่มนักเดินทางที่มองหาจุดหมายทางทะเลที่มีความเป็นส่วนตัวและมีความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวน้อยกว่าแหล่งท่องเที่ยวหลัง

เม็ดเงินมีสิทธิกระจายจากเมืองหลักสู่เมืองรองมากขึ้น
หากกระแสความนิยมสามารถเปลี่ยนเป็นการเดินทางจริงได้อย่างต่อเนื่อง โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และธุรกิจบริการในจังหวัดรองจะได้รับประโยชน์โดยตรง
สิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายระยะยาวของภาครัฐที่ต้องการลดการกระจุกตัวของรายได้ในเมืองท่องเที่ยวหลัก
การแข่งขันด้าน “Storytelling” จะเข้มข้นขึ้น
ข้อมูลชุดนี้แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
จุดหมายปลายทางที่สามารถสร้างเรื่องราว เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม หรือได้รับการพูดถึงผ่านบุคคลที่มีอิทธิพล จะมีโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า
OTA และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวได้ประโยชน์
เมื่อแรงบันดาลใจในการเดินทางเกิดขึ้นผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Traveloka จะมีบทบาทมากขึ้นในฐานะตัวกลางที่เชื่อมระหว่าง “ความสนใจ” กับ “การจองจริง”

ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม OTA ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยซึ่งยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของภูมิภาค
ทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Traveloka กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าเมื่อการสื่อสารผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจผสานเข้ากับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน แรงบันดาลใจในการเดินทางสามารถต่อยอดไปสู่การเดินทางจริงได้ สะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่เส้นแบ่งระหว่างการเสพคอนเทนต์กับการตัดสินใจซื้อกำลังสั้นลงอย่างต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์ Lisa Effect กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เมื่อ Soft Power ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่เริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง การกระจายตัวของนักท่องเที่ยว และโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่
หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป เมืองรองอย่างอุดรธานีหรือระยองอาจได้รับบทบาทใหม่ในฐานะเครื่องยนต์การเติบโตของภาคท่องเที่ยวไทย ขณะที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวสู่การแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ เรื่องราว และพลังของวัฒนธรรมมากกว่าการทำตลาดแบบดั้งเดิม

