“มิตรผล” ดันแคมเปญ ‘นะโม ตัดสด’ สำเร็จ อ้อยสดทะลุ 96% ชูเกษตรยั่งยืน สร้างรายได้-พลังงานสะอาด หนุนไทยสู่ Net Zero
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “การตัดอ้อยสด” กลายเป็นหัวใจของการผลิตที่ยั่งยืน ล่าสุด กลุ่มมิตรผล ผนึกกำลังชาวไร่อ้อย ภาครัฐ และทุกภาคส่วน เดินหน้าผลักดันแคมเปญ “นะโม ตัดสด” จนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสัดส่วนอ้อยสดเข้าสู่โรงงานสูงกว่า 96% ในฤดูหีบปี 2568/2569
แคมเปญ ‘นะโม ตัดสด’ นอกจากช่วยลดการเผาอ้อย ซึ่งเป็นสาเหตุของมลพิษทางอากาศ ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ผ่านโครงการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า ผลลัพธ์ในปีนี้สะท้อนถึง “พลังความร่วมมือ” ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ หรือ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเก็บเกี่ยว แต่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
“กลุ่มมิตรผลพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยในเวทีโลก” บรรเทิงกล่าว
เกษตรกรรุ่นใหม่สะท้อนผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน
ศุภฤกษ์ สุภาพเพชร เกษตรกรหนุ่ม เผยว่า การเปลี่ยนมาทำอ้อยสด 100% ช่วยลดต้นทุนระยะยาว แม้ต้องลงทุนเครื่องจักรในช่วงแรก แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยและสารเคมี พร้อมฟื้นฟูคุณภาพดินอย่างยั่งยืน
ขณะที่ ฐิติมา บัวผุย เกษตรกรรุ่นใหม่ ระบุว่า การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการไร่อ้อย ทำให้สามารถวางแผนเรื่องดินและน้ำได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อีกทั้งการใช้ใบอ้อยคลุมดินยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ของการพัฒนา “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ปริมาณอ้อยสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นความสำเร็จที่สะท้อนศักยภาพของเกษตรกรไทยในการปรับตัวสู่เกษตรกรรมยุคใหม่

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นน้ำ
“นะโม ตัดสด” จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของภาคเกษตรไทย ที่สร้างทั้งรายได้ สิ่งแวดล้อม และอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน

