เทรนด์บ้านประหยัดพลังงานมาแรงในยุคโลกเดือด คนไทยกว่า 46% ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อบ้านรักษ์โลก พร้อมแนวทางออกแบบบ้านลดค่าไฟและเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
โลกเดือดเร่ง “เทรนด์บ้านประหยัดพลังงาน” โตแรงในไทย
สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง กำลังผลักโลกเข้าสู่ “ยุคโลกเดือด” อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภค รวมถึงการเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เผยข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดย Germanwatch ชี้ว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 17 ของโลกในปี 2567 จากอันดับ 72 ในปี 2565 ขณะที่ในระยะยาว 30 ปี ไทยอยู่ในอันดับ 22
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 ยังระบุว่า ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับ 21 ของโลก และอันดับ 3 ในอาเซียน สะท้อนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวมากขึ้น
อินไซต์คนซื้อบ้านเปลี่ยน “รักษ์โลก” กลายเป็นปัจจัยหลัก
เทรนด์ความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก DDproperty พบว่า
- 46% ของผู้บริโภค “ยอมจ่ายเพิ่ม” เพื่อบ้านหรือคอนโดรักษ์โลก
- 88% สนใจบ้านที่ช่วยทั้ง “ประหยัดพลังงาน + สุขภาพดี”
- 52% เปิดรับแนวคิดบ้านยั่งยืน แม้ยังไม่ตัดสินใจ

ขณะที่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่คนให้ความสำคัญสูงสุด ได้แก่
- พื้นที่สีเขียวในบ้าน (70%)
- ไลฟ์สไตล์รักษ์โลก เช่น รีไซเคิล (65%)
- เทคโนโลยีบ้านยั่งยืน เช่น โซลาร์เซลล์ (58%)
สะท้อนชัดว่า “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือรับมือโลกเดือด

เปิด 6 แนวทาง “บ้านประหยัดพลังงาน” ลดค่าไฟ-อยู่สบายระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางอัปเกรดบ้านให้ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและความยั่งยืน ดังนี้
1. เลือกวัสดุกันความร้อน
เช่น อิฐมวลเบา ฉนวนกันความร้อน และกระจก Low-E ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ลดภาระแอร์
2. ใช้แสง-ลมธรรมชาติให้คุ้มค่า
ออกแบบบ้านตามทิศทางลมและแดด พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความร้อนสะสม
3. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และระบบ Inverter ช่วยลดค่าไฟและลดคาร์บอน
4. ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน
ตั้งแอร์ 25–26 องศา ใช้ไฟอย่างเหมาะสม และติดตั้งระบบเซ็นเซอร์

5. ใช้มิเตอร์ TOU ลดค่าไฟ
จ่ายค่าไฟตามช่วงเวลา ใช้ไฟกลางคืน (Off Peak) ช่วยประหยัดได้มากขึ้น
6. ติดตั้ง Solar Rooftop
ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟระยะยาว พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Solar Rooftop ทางเลือกมาแรง พร้อมแรงหนุนภาครัฐ
การติดตั้ง Solar Rooftop กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐเปิดให้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท ถึงปี 2571
รวมถึงสินเชื่อบ้านสีเขียว (Green Loan) จากสถาบันการเงิน ที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบ้านรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น
“บ้านยั่งยืน” ไม่ใช่เทรนด์ แต่คืออนาคต
การเปลี่ยนแปลงของโลกกำลังทำให้ “บ้านประหยัดพลังงาน” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์
ทั้งในมุมของ
- การลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
- การเพิ่มคุณภาพชีวิต
- การมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “การลงทุนเพื่ออนาคต” ของทั้งผู้อยู่อาศัยและโลกใบนี้

