พีช พชร จิราธิวัฒน์ เปิดตัวแบรนด์ขนมพรีเมียม MAW ชูข้าวเกรียบกุ้ง Global Taste เจาะเทรนด์ Affordable Indulgence วางขายที่ Tops 724 สาขา ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 55–71 ล้านบาท
ตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายงาน Savoury Snacks in Thailand จาก Euromonitor International ระบุว่า มูลค่าตลาดมีแนวโน้มเพิ่มจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2030 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่ม Affordable Indulgence หรือสินค้าพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้
ล่าสุด พีช – พชร จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ขนม MAW (มาว) ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ในตลาดขนมพรีเมียม โดยมุ่งเติมช่องว่างระหว่างขนมแมสทั่วไปกับขนมนำเข้าระดับพรีเมียม ด้วยแนวคิด ” Elevate The Ordinary” ที่ต้องการยกระดับโมเมนต์การกินในชีวิตประจำวันให้พิเศษยิ่งขึ้น
เจาะตลาดขนมพรีเมียมที่ “เข้าถึงได้”
พชร กล่าวว่า ตลาดขนมพรีเมียมในไทยส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยแบรนด์นำเข้า ซึ่งมีต้นทุนภาษีและโลจิสติกส์สูง ทำให้ราคาจำหน่ายไม่เหมาะกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่ขนมกลุ่มแมสแม้เข้าถึงง่าย แต่ยังขาดความแปลกใหม่และประสบการณ์แบบสากล
ด้วยเหตุนี้ MAW จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะแบรนด์ Accessible Indulgence ที่ผสานความพรีเมียมเข้ากับราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับขนมคุณภาพดีได้ในทุกวัน

อินไซต์ดังกล่าวสอดคล้องกับ Megatrend Report ที่พบว่า 67% ของผู้บริโภคไทยชอบทดลองอาหารหรือขนมพรีเมียมใหม่ๆ เพราะช่วยสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันก็ยังคำนึงถึงการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า
เปิดตัว “ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม” สไตล์ Global Taste
ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์คือ Premium Prawn Cracker หรือข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม ซึ่งพัฒนาจากอินไซต์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อลดกลิ่นคาวกุ้ง การออกแบบรูปทรงคล้าย French Fries Cut ไปจนถึงการสร้างสรรค์รสชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารนานาชาติ
โดยเปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่
- Spicy Mentaiko Mayo – แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่น ผสานความเค็มนัวของเมนไทโกะกับมายองเนสและความเผ็ดเล็กน้อย
- Cheddar Jalapeño – รสชาติฟิวชันอเมริกัน–เม็กซิกัน โดดเด่นด้วยเชดดาร์ชีสและพริกฮาลาปินโญ่
- Salted Rosemary Butter – รสเนยเค็มหอมโรสแมรี่ ให้กลิ่นอายยุโรป
วางจำหน่าย 2 ขนาด
50 กรัม ราคา 69 บาท
120 กรัม ราคา 145 บาท
วางกลยุทธ์ Niche Market เจาะคนเมือง
MAW เลือกเจาะกลุ่ม Urban Tastemaker อายุ 25–35 ปี ซึ่งเป็นคนเมืองที่เปิดรับเทรนด์ใหม่ และมองขนมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เพียงของกินเล่น
แบรนด์เริ่มต้นจาก Niche Market เพื่อสร้างฐานผู้บริโภคที่ชัดเจน และเปิดตัวผ่านความร่วมมือแบบ Exclusive Partnership กับ Tops ซึ่งมีสาขารวม 724 แห่งทั่วประเทศ
ตั้งเป้าเติบโต พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ
ในปีแรก MAW ตั้งเป้ายอดขาย 55–71 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.1–0.13% ของมูลค่าตลาดขนมไทย
กลยุทธ์การจำหน่ายจะเน้น
- ช่องทางออฟไลน์ 70%
- ขยายสู่ ออนไลน์ ในระยะถัดไป
พร้อมวางแผนขยายธุรกิจใน 3–5 ปี ไปยังตลาดเอเชีย โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดขนมกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพฤติกรรมผู้บริโภคใกล้เคียงกับไทย
ปัจจุบันสามารถพบกับ MAW ได้แล้วที่ Tops ทั้ง 724 สาขาทั่วประเทศ และติดตามข่าวสารของแบรนด์ผ่าน Instagram และ TikTok ที่ @MAWSNACKTH

