จากโรงงาน OEM สู่แบรนด์ “ผู้ปกป้อง” คุยกับ “ริว–พศิน ควรสถาพร” แม่ทัพคายาริ ธุรกิจยากันยุงที่มีแนวคิดรักษ์โลกเป็นสารตั้งต้น “ถ้ายากันยุงไม่ปลอดภัยกับคนในบ้าน มันก็ไม่มีความหมาย” ต่อยอดสู่ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืน ให้กับคน สัตว์ และองค์กร
ในวันที่โลกเผชิญภาวะโลกร้อน ยุงไม่ได้เป็นแค่ปัญหากวนใจ แต่คือพาหะของโรคร้ายที่เพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับ บริษัท สถาพรมาเก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตแบรนด์ คายาริ (Kayari) การทำธุรกิจยากันยุงจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “กำจัดศัตรู” แต่คือภารกิจของ การปกป้องชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ
“ถ้ายากันยุงไม่ปลอดภัยกับคนในบ้าน มันก็ไม่มีความหมาย”
คือมุมมองของ คุณริว–พศิน ควรสถาพร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ พนัย ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ -คุณแม่ วรรณี ควรสถาพร สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด
จาก OEM ระดับโลก สู่การสร้างแบรนด์ที่คิดเพื่อชีวิต
กว่า 35 ปี ของสถาพรมาเก็ตติ้ง เริ่มต้นจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ยากันยุงให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกยาวนานกว่า 10–15 ปี ก่อนที่วันหนึ่งองค์กรจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“ทำไมเราผลิตของดีให้คนอื่น แต่ไม่เคยสร้างแบรนด์ที่สะท้อนความเชื่อของเราเอง”

จุดเปลี่ยนนี้ทำให้เกิดแบรนด์ “คายาริ” ซึ่งมาจากภาษาญี่ปุ่นโบราณ แปลว่า “ผู้ปกป้อง” สะท้อนแนวคิดที่มองยากันยุงเป็นเกราะป้องกันให้คนในครอบครัว ไม่ใช่แค่สินค้าอุปโภคทั่วไป
นวัตกรรมสีเขียวผสานความเข้าใจผู้ใช้งาน
ในอุตสาหกรรมยากันยุงที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงมานาน คายาริเลือก “สร้างความต่าง” จากประสบการณ์ OEM และการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
จากเดิมที่เน้นการผลิตสินค้าคุณภาพให้ลูกค้าไปทำตลาดเอง ภายหลังได้เปลี่ยนแนวคิดมาเป็น “คิดเพื่อชีวิต” และสร้างแบรนด์ของตัวเองเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคโดยตรง โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัด สมุทรสาคร ซึ่งโรงงานของคายาริ เริ่มต้นด้วยแนวคิด Net Zero ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิต ใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้ง โซลาร์เซลล์ จนปัจจุบันแทบจะ ไม่ต้องซื้อไฟฟ้า มาใช้ในการดำเนินงานเลย และยังมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CF) ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบที่ยั่งยืน คุณริว เล่าว่า เป้าหมายถัดไปคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็น Sustainable Friendly มากขึ้น ทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและพลังงาน และเล็งที่จะขยายผล ผลักดันให้กลุ่ม Stakeholder (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) เช่น ฝ่ายโลจิสติกส์และการเดินทางของพนักงาน เข้ามาร่วมลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

วัฒนธรรมองค์กรและการบริหารคน (Soft Side) เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญมาตลอด ตามความเชื่อผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็น “Soft Side” (มิติด้านคนและวัฒนธรรม) คือความยั่งยืนที่แท้จริง โดยมีหลักการบริหารดังนี้:
- สมองใบเดียวกัน (One Brain): ห้ามมีการเมืองในองค์กร ทุกฝ่ายคือส่วนประกอบของสมองก้านเดียวกันที่ต้องมุ่งหน้าสู่เป้าหมายเดียวกัน
- สูตร 1-2-1: ฝึกพนักงานว่าเมื่อนำเสนอ 1 ประเด็นปัญหา ต้องมาพร้อม 2 แนวทางแก้ไข (Solution) และให้พนักงานลองตัดสินใจเลือก 1 ทางเลือกเอง
- การสื่อสาร: มีการทำ Lunch Talk ร่วมกับระดับหัวหน้าฝ่ายทุกวันจันทร์ เพื่อพูดคุยทั้งเรื่องงานและเรื่องทั่วไป เป็นการบริหารบนพื้นฐานความจริงและความเป็นมนุษย์
- ธรรมาภิบาล: ยึดความถูกต้องเป็นหลัก เช่น ความโปร่งใสกับหน่วยงานราชการและสรรพากร โดยมองว่าการตรวจสอบคือล่การช่วยรีเช็กความถูกต้องของบัญชี

ล่าสุด บริษัทสถาพรมาร์เก็ตติ้ง ยังได้รับรางวัล‘Bangkok Bank SME Award 2025’ จากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมอบรางวัลเพื่อเชิดชูผู้ประกอบการต้นแบบที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และนำแนวคิดด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยสถาพร มาร์เก็ตติ้ง ได้รับรางวัล ด้านความยั่งยืน จากการเป็นผู้ผลิตยากันยุงแบรนด์ “KAYARI” ที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและสมุนไพรที่ลดการตกค้างอันตราย ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยสำหรับบุคคลทั่วไป เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยง รวมถึงมีการควบคุมคุณภาพในห้องปฏิบัติการเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของสินค้า

รู้จักลูกค้า ดีกว่าทุ่มโฆษณา
ในตลาดยากันยุงมูลค่า 4,000–5,000 ล้านบาท ที่แข่งขันด้านราคาอย่างดุเดือด คายาริเลือกเดินเกมต่าง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนายาจุดกันยุงสีและยากันยุงที่มีกลิ่นหอมเจ้าแรกในไทย เพื่อลดภาพจำของกลิ่นฉุนและความไม่น่าใช้ การนำสมุนไพร 99.9% มาสร้างความปลอดภัยต่อคน เด็ก และสัตว์เลี้ยง และยังพัฒนาสูตรเผาไหม้นาน 15 ชั่วโมง ยาวนานกว่ายาจุดทั่วไปถึง 2 เท่า ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์เลี้ยง
รวมไปถึงการโฟกัส Niche Market
- กลุ่มแม่และเด็ก: สเปรย์ใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดและหญิงตั้งครรภ์
- กลุ่มนักเดินป่า–ทหาร: สูตรไร้กลิ่น ความเข้มข้นสูง กันยุงป่าและทาก
- กลุ่มสัตว์เลี้ยง: จากยากันยุงสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลครบวงจร
ปัจจุบัน บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 4 ของประเทศ มีรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี ส่งออกไปยัง 5–6 ประเทศ เช่น ไต้หวัน นอร์เวย์ สหรัฐฯ และฟินแลนด์
ขณะเดียวกัน บริษัทยังแตกไลน์สู่แบรนด์ “บัคกี้ (Buckie)” ที่ก้าวขึ้นเป็น เบอร์ 1 ตลาดยากันยุงสำหรับสัตว์เลี้ยง ในฐานะ First Mover และต่อยอดสู่สินค้า Pet Care อย่างแชมพูอาบน้ำแห้งและทิชชู่เปียก

ความยั่งยืนที่แท้จริง คือคน
นอกจากสิ่งแวดล้อม คุณริวยังเชื่อว่า “Soft Side” หรือมิติด้านคน คือรากฐานความยั่งยืนที่แท้จริง
องค์กรของเขาไม่มีการเมือง ใช้หลัก One Brain ทุกคนคิดไปในทิศทางเดียวกัน ฝึกพนักงานให้คิดแก้ปัญหาเอง และเปิดพื้นที่สื่อสารอย่างจริงใจผ่าน Lunch Talk ทุกสัปดาห์
“ทำธุรกิจแล้วต้องหลับสบาย”
คือปรัชญาที่ทำให้คายาริเลือกเติบโตอย่างมั่นคง มากกว่าการเร่งเข้าตลาดทุน

