นักวิเคราะห์ประเมิน ความหายากของ “อสังหาฯ ESG+++” บนเวทีโลก มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 25–30% เจาะบทเรียนจาก Vinhomes Green Paradise ขณะที่ไทยกำลังยกระดับก้าวสู่ “เมืองสีเขียว” ที่จับต้องได้
ในยุคที่ โครงการเมือง ESG++ มีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของอุปทานอสังหาฯทั่วโลก ทุกโครงการที่ผ่านมาตรฐานสูงสุดจึงกลายเป็นสินทรัพย์เก็บสะสมที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการอย่าง Vinhomes Green Paradise ในเวียดนาม ซึ่งถูกมองว่าเป็น “อสังหาฯ แบรนด์หายากระดับโลก” ด้วยคุณสมบัติที่ครบทั้งทำเลพิเศษ ระบบนิเวศครบวงจร และมาตรฐาน ESG++ สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนและเป็นที่ต้องการของทุนขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าของโครงการมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 25–30% ในช่วงการเติบโตของตลาดการลงทุนสีเขียวระดับโลก
โครงการนี้ยังได้รับการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในกิจกรรมระดับโลกด้าน “7 Wonders of Future Cities” ซึ่งสะท้อนว่ามีศักยภาพเป็น มาตรฐานใหม่ของเมืองอัจฉริยะตามแนว ESG++ — เพิ่มความน่าสนใจในมุมมองนักลงทุนระยะยาวและกลุ่มทุนสถาบันที่ต้องการอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ทั้ง ความยั่งยืนและผลตอบแทนทางการเงิน พร้อมกันไปด้วย
ESG และอสังหาริมทรัพย์ในไทย: ก้าวสู่ “เมืองสีเขียว” ที่จับต้องได้
แม้ประเทศไทยยังไม่มีโครงการในระดับ “ESG+++” แบบเดียวกับ Vinhomes Green Paradise แต่แนวคิด ESG กำลังถูกยกระดับอย่างจริงจังในภาคอสังหาฯ จากทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์:

- Frasers Property Thailand — ESG Leadership ติดอันดับสูง
Frasers Property Thailand หรือ FPT เป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาฯ ไทยที่ได้รับการยอมรับระดับ AA จาก SET ESG Rating และได้คะแนน ‘A’
ในการประเมิน GRESB (Global Real Estate Sustainability Benchmark) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านความยั่งยืนของอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตั้งเป้าสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 และตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 42% ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐาน 2021 — ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นด้าน ESG ที่ถูกตรวจสอบและยอมรับจาก Science Based Targets initiative (SBTi) เป็นรายแรกในไทยในอุตสาหกรรมอสังหาฯ อีกด้วย

นอกจากนี้ FPT ได้รับประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ประจำปี 2568 ระดับสูงสุด ‘AAA’ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ 3 กลุ่มธุรกิจ ทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ให้เติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรด้วยการให้ความสำคัญและดำเนินงานตามแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล หรือ ESG (Environmental, Social, Governance)
การยกระดับมาตรฐาน ESG ในระดับองค์กรแบบนี้ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนสถาบัน และสนับสนุนโอกาสระดมทุนบนตลาดทุนในฐานะ “อสังหาฯ ยั่งยืน” ที่ตอบโจทย์ยุค Climate Transition
- “แสนสิริ” ชูบทบาทเอกชนยุคใหม่ ขับเคลื่อน ESG
แสนสิริ เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการ ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย จนสามารถคว้า SET ESG Ratings ระดับ AAA สูงสุด จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนความแข็งแกร่งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สอดรับกระแสการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investment) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ยังได้รับรางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) ประจำปี 2567 การันตีมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับภูมิภาคอาเซียน และสะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จด้าน ESG ของแสนสิริไม่ได้หยุดเพียงการได้รับเรตติ้งสูงสุด แต่ยังได้รับการประเมิน การกำกับดูแลกิจการในระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล และการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม
- Siamese Asset — ESG100 และ EDGE Champion
Siamese Asset เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่น โดยได้รับการรับรอง EDGE Champion จาก International Finance Corporation (IFC) และ ESG100 จากสถาบันไทยแพลต ซึ่งสะท้อนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ผสานเทคโนโลยีและแนวคิด ESG ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบโซลาร์พลังงานแสงอาทิตย์, EV Charger และระบบบ้านอัจฉริยะในโครงการระดับพรีเมียม เช่น Monsane’ Exclusive Villa ฯลฯ
- อาคารสำนักงานยั่งยืน: APAC Tower
อาคาร APAC Tower บนถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ ได้รับ Fitwel 3‑Star certification ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้พื้นที่ นับเป็นตัวอย่างของอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ที่นำแนวคิด ESG มาปรับใช้จริงในระดับโครงการ

- ตลาดอสังหาฯ ไทยตอบรับ ESG อย่างต่อเนื่อง
รายงานและบทวิเคราะห์จากหน่วยงานต่างๆ ระบุว่า ผู้บริโภคอสังหาฯ ในไทยให้ความสำคัญกับโครงการที่ตอบโจทย์ ESG เช่น การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงาน และมีแนวโน้มที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อได้อสังหาฯ ที่สร้างผลดีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- วิเคราะห์ “โอกาสทางธุรกิจและการลงทุน”
เมื่อจับภาพรวมจากทั้งเวียดนามและไทย จะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนดังนี้:
1. การเติบโตแบบ Blue‑Chip ของอสังหาฯ ESG
อสังหาฯ ที่มีมาตรฐาน ESG++ ระดับสูง กลายเป็นสินทรัพย์ประเภท blue‑chip ที่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนแล้ว ยังมี ศักยภาพเพิ่มมูลค่าทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสภาพเศรษฐกิจที่การลงทุนแบบยั่งยืนได้รับความนิยมมากขึ้น
2. ลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว
โครงการ ESG‑aligned มีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานระดับโลกต่ำกว่าอสังหาฯ แบบเดิม เหตุเพราะมี ระบบบริหารจัดการพลังงาน การจัดการของเสีย และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่และพันธมิตรองค์กรต่างชาติที่มีนโยบาย ESG
3. โอกาสสร้างรายได้ใหม่สำหรับผู้ประกอบการ
การพัฒนาโครงการที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เช่น GRESB, SBTi, Fitwel, EDGE ช่วยเปิดประตูสู่ capital market, กองทุนบี‑คอร์ป และบริษัทต่างชาติที่ตั้งเงื่อนไข ESG เป็นตัวคัดกรองก่อนลงทุน — เป็นจุดแข็งที่สามารถเพิ่มมูลค่าตลาดและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้
4. ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยและพื้นที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม — ทำให้โครงการ ESG มี ศักยภาพการขาย/เช่าสูงกว่าโครงการทั่วไป และมีความสามารถดึงราคาเช่าหรือขายใหม่ที่สูงกว่าในระยะยาว
- จุดเด่นและแนวทางการลงทุนอสังหาฯ ESG
อสังหาริมทรัพย์ ESG+++ ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่กำลังกลายเป็น มาตรฐานใหม่ของการลงทุน — ทั้งในระดับโลกอย่าง Vinhomes Green Paradise และในระดับภูมิภาคอย่างโครงการในไทยที่เริ่มยกระดับสู่มาตรฐานสูง
แม้ตลาดในไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ ESG อย่างเต็มรูปแบบ แต่การที่บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ได้รับการรับรองระดับสากล เช่น SET ESG, GRESB, SBTi, EDGE และ Fitwel ชี้ให้เห็นว่า โอกาสในการเติบโตและการลงทุนซึ่งตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแลองค์กร อยู่ใกล้แค่เอื้อม
นักลงทุนที่มองการณ์ยาว ในการลงทุนอสังหาฯ ควรเริ่มสำรวจโครงการที่เดินหน้า ESG อย่างจริงจัง เพราะไม่เพียงแต่มีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี ทางด้านการขาย/เช่าเมื่อเวลาผ่านไป แต่ยังสามารถลดความเสี่ยงจากมาตรฐาน ESG ใหม่ ๆ ที่อาจกลายเป็นข้อบังคับในอนาคต

