กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดกระบวนการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่ม ตั้งแต่ Consumer Insight–R&D–วัตถุดิบ–โภชนาการ–การผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ผ่านงานลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 พร้อมนำผลิตภัณฑ์ใหม่หลายกลุ่มมาเป็นกรณีศึกษา โดยเฉพาะ “สปอนเซอร์ โปร เอเนอร์จี้ เจล พลัส” ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2569
การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มกำลังขยับจากการคิด “สูตรใหม่” ไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ ตั้งแต่การเข้าใจผู้บริโภค วัตถุดิบ โภชนาการ กระบวนการผลิต ประสบการณ์ใช้งาน ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดให้เห็นกระบวนการดังกล่าวผ่านงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 From Lab to Life” ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” พร้อมนวัตกรรมใหม่อย่าง “สปอนเซอร์ โปร เอเนอร์จี้ เจล พลัส” ท่ามกลางอีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อไทยกำลังผลักดันหลัก Extended Producer Responsibility หรือ EPR ที่อาจทำให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์กลายเป็นโจทย์ธุรกิจโดยตรง
งานลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” เชื่อมองค์ความรู้และนวัตกรรมจากห้องทดลองสู่การใช้งานจริง

จาก Consumer Insight สู่ Energy Gel เจาะความต้องการเฉพาะมากขึ้น
หนึ่งในนวัตกรรมที่นำมาเปิดตัวคือ “สปอนเซอร์ โปร เอเนอร์จี้ เจล พลัส” เอเนอร์จี้เจลผสมเกลือแร่ที่พัฒนาร่วมกับนักโภชนาการการกีฬาและนักกีฬาไทย ผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนการพัฒนา Sports Nutrition ที่ชูจุดแข็งด้านสารอาหาร รสชาติและประสบการณ์ขณะออกกำลังกาย
นอกจาก Energy Gel แล้ว TCP ยังนำผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนการแตกตลาดตามไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะมาแสดง ได้แก่ “เรดบูล โซดา” เครื่องดื่มที่มีทอรีนและวิตามินบี 3 บี 6 และบี 12, “สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก” และ “เรดดี้ นีออน” สูตรใหม่สำหรับตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานผู้หญิง มีโคลีนและวิตามินบี พร้อมสูตรไม่มีน้ำตาล
จากไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่า R&D ของธุรกิจเครื่องดื่ม กำลังขยับจากการพัฒนาสินค้าสำหรับตลาดกว้าง ไปสู่การออกแบบตามกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ รสชาติ และความต้องการด้านโภชนาการที่แตกต่างกัน

บรรจุภัณฑ์กลายเป็นอีกสนามของนวัตกรรม
อีกด้านที่ TCP นำเสนอคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก PET และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานเพื่อหาแนวทางลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้นวัตกรรมไม่ได้จบเมื่อได้สูตรเครื่องดื่ม แต่ครอบคลุมตลอดเส้นทางของผลิตภัณฑ์
ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้น เมื่อประเทศไทยกำลังผลักดันร่างกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนบนหลัก Extended Producer Responsibility (EPR) ซึ่งขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปถึงช่วงหลังผู้บริโภคใช้สินค้า
หากกติกา EPR มีผลบังคับใช้ การลดวัสดุ การออกแบบเพื่อรีไซเคิล การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล และระบบเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนจากเรื่อง ESG ไปสู่ทั้ง Compliance และต้นทุนทางธุรกิจ

สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ปี 2567 บริษัททำให้บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ 100% และทดลองใช้ขวด rPET กับ MANSOME Collagen Low Sugar รวมถึงมีแนวทางลดการใช้ทรัพยากรด้วยการลดความหนากระป๋องอะลูมิเนียมและน้ำหนักขวดแก้วและขวดพลาสติก
อย่างไรก็ตาม ในมุม Circular Economy คำว่า “รีไซเคิลได้” ยังไม่เท่ากับ “ถูกรีไซเคิลจริง” เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการคัดแยก การเก็บกลับ ระบบรีไซเคิล และตลาดวัสดุหลังการบริโภค ตัวชี้วัดอย่าง Recycled Content ปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่เก็บกลับ และการลด Virgin Material จึงเป็นสิ่งที่ควรติดตามต่อไป
จากผลิตภัณฑ์สู่ Experience ทดลองพลังผ่าน Red Bull Power Race
TCP ยังขยาย From Lab to Life จากตัวผลิตภัณฑ์ไปสู่ประสบการณ์จริง ผ่าน “Red Bull Power Race” สนามจำลองการแข่งขัน Fitness Racing รูปแบบใหม่ครั้งแรกของเรดบูล ผสมการวิ่งกับการออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักร่างกายเป็นแรงต้าน หรือ Bodyweight
ผู้เข้าร่วมงานสามารถแข่งขันทดสอบพลัง โดยผู้ทำเวลาได้ดีที่สุดในแต่ละวันจะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันจริง วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ในเชิงธุรกิจ กิจกรรมลักษณะนี้สะท้อนการเชื่อม Product Innovation เข้ากับ Consumer Experience และสร้างบริบทการบริโภคใหม่ โดยเฉพาะตลาด Energy Drink และ Sports Drink ที่สินค้าเชื่อมโยงโดยตรงกับกิจกรรม กีฬา และไลฟ์สไตล์
ส่งโจทย์ “เครื่องดื่มแห่งอนาคต” ให้คนรุ่นใหม่
ส่วน THE KBS Hackathon 2026 ที่ TCP ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ สจล. จัดภายใต้โจทย์ “Beverages for a Sustainable Future” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ออกแบบธุรกิจเครื่องดื่มแห่งอนาคต โดยผสานความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้ากับความต้องการผู้บริโภค พร้อมพิจารณามิติด้านสังคม การเกษตร และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
สราวุฒิ ระบุว่า ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับพลังของผู้คนและการเรียนรู้ โดยมองว่านวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บ แต่เริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภค แล้วนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง
การนำเส้นทางตั้งแต่ Lab–Product–Packaging–Experience ไปจนถึง Hackathon มาเชื่อมกัน จึงทำให้โจทย์ “เครื่องดื่มแห่งอนาคต” กว้างกว่าการสร้างสูตรหรือรสชาติใหม่ แต่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ผู้บริโภค สังคม ไปจนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค
เกมใหม่ของธุรกิจเครื่องดื่มวัดกันทั้ง Innovation และ Circularity
กรณี TCP สะท้อน 3 แนวโน้มที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องจับตา ได้แก่ Personalized Consumption การออกแบบผลิตภัณฑ์ตามกิจกรรมและไลฟ์สไตล์, Evidence-based Innovation การใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ Functional Benefit และ Circular Packaging ที่กำลังเปลี่ยนจาก Sustainability Initiative ไปเป็น Strategic Business Issue

เมื่อกติกา EPR เข้าใกล้ธุรกิจมากขึ้น คำถามของผู้ผลิตจึงอาจไม่ได้มีเพียงว่า “จะสร้างเครื่องดื่มอะไรให้ผู้บริโภคเลือก” แต่ต้องคิดต่อว่า ใช้ทรัพยากรเท่าไร บรรจุภัณฑ์ออกแบบอย่างไร และหลังการบริโภคแล้ววัสดุสามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้มากเพียงใด
นี่คือจุดที่นวัตกรรมเครื่องดื่มกำลังเดินทางจาก Lab → Life → Circular Loop และอาจกลายเป็นอีกสนามแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรม F&B ในอนาคต

