เอสซีจี -โฮมโปร สร้าง Circular Ecosystem ผ่านความร่วมมือด้าน Circular Economy ครอบคลุมตั้งแต่การรับคืนสินค้าและวัสดุหลังการใช้งาน การคัดแยก การรีไซเคิล ไปจนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าใหม่ สะท้อนการเปลี่ยน “ของเสีย” ให้กลายเป็นทรัพยากรที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ตลอดระยะเวลา 3 ปี ความร่วมมือดังกล่าวสามารถนำสินค้าและวัสดุใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 25,621 ตัน พัฒนาสู่ Circular Products มากกว่า 532 รายการ และส่งมอบสินค้าให้ผู้บริโภคแล้วกว่า 8.5 ล้านชิ้น สะท้อนว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถสร้างผลลัพธ์ทั้งในมิติธุรกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
Circular Economy จากแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สู่กลยุทธ์ธุรกิจแห่งอนาคต
ในอดีต “ของเสีย” มักถูกมองว่าเป็นต้นทุนหรือภาระหลังการใช้งาน แต่ภายใต้บริบทของธุรกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ แนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป
สำหรับเอสซีจี Circular Economy ไม่ได้เป็นเพียงแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรเดิม ผ่านการพัฒนานวัตกรรม วัสดุใหม่ และโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า

สร้าง Circular Ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่รับคืนจนถึงผลิตสินค้าใหม่
ความร่วมมือระหว่างเอสซีจี โฮมโปร และพันธมิตร ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการหมุนเวียนทรัพยากร ตั้งแต่
- การรับคืนสินค้าและวัสดุหลังการใช้งาน
- การรวบรวมและคัดแยก
- การรีไซเคิลและแปรรูป
- การนำกลับมาเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าใหม่
แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

SCGC เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง
เอสซีจีซี (SCGC) นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าและพลาสติกใช้แล้วจากการดำเนินงานของโฮมโปรเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบ Closed-Loop เพื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงภายใต้ SCGC GREEN POLYMER™ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล และสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าวัสดุใหม่
ตลอดความร่วมมือระหว่างเดือนมกราคม 2566 ถึงเมษายน 2569 โครงการดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1,100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 93,000 ต้น
SCGP ยกระดับการรีไซเคิลกระดาษ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เอสซีจีพี (SCGP) ร่วมพัฒนา Circular Loop สำหรับการนำกระดาษใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล พร้อมเพิ่มการติดตั้งเครื่องอัดเศษกระดาษที่ศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวม คัดแยก และส่งกลับเข้าสู่โรงงาน
ปัจจุบันสามารถรวบรวมกระดาษใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากกว่า 6,000 ตัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 34,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
SCGD นำสุขภัณฑ์เก่ากลับมาเป็นวัตถุดิบผลิตกระเบื้องเซรามิก
เอสซีจี เดคอร์ (SCGD) นำสุขภัณฑ์เก่ากลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระเบื้องเซรามิก สะท้อนการประยุกต์ใช้แนวคิด Material Circularity ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง ช่วยลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และเปิดโอกาสสู่การพัฒนาวัสดุทางเลือกและนวัตกรรมการผลิตในอนาคต

Circular Economy สร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
สำหรับเอสซีจี การสร้าง Circular Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรจึงเป็นมากกว่าการรีไซเคิล แต่เป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่สร้างคุณค่าจากทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
ท่ามกลางความท้าทายด้านทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวคิด Circular Economy กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการบริหารต้นทุน การสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
ผู้บริหารย้ำ ความร่วมมือคือกุญแจสู่ Net Zero
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุ ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงผู้บริโภค โดยความร่วมมือระหว่างเอสซีจีกับโฮมโปรมุ่งสร้าง Circular Ecosystem ตั้งแต่การออกแบบวัสดุ การใช้งาน และการจัดการหลังการใช้งาน ภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth เพื่อให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ด้านวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โฮมโปรมอง Circular Economy เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจระยะยาว เพื่อทำให้การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมย้ำว่าบทบาทของธุรกิจค้าปลีกไม่ควรสิ้นสุดเพียงการจำหน่ายสินค้า แต่ต้องรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ลูกค้าซื้อไปจนถึงวันที่สินค้าถูกจัดการอย่างถูกวิธีและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
เปลี่ยน “ของเสีย” ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต
ความร่วมมือระหว่างเอสซีจีและโฮมโปรสะท้อนให้เห็นว่า “ของเสีย” ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการใช้งาน แต่สามารถต่อยอดเป็นทรัพยากร วัตถุดิบ นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ ภายใต้แนวคิด Circular Economy ที่เชื่อมโยงการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

