มูลนิธิเอสซีจี จับมือจังหวัดสระบุรี เปิด “สระบุรีโมเดล” Sandbox การเรียนรู้ยุคใหม่ ปั้นคนมีอาชีพ สร้างรายได้จริง ฝึกอบรม 5 อาชีพ Quick Win ที่สามารถสร้างงานและรายได้ทันที เล็งขยายสู่พื้นที่ต้นแบบทั่วประเทศ
การพัฒนาคนให้ “อยู่รอดได้จริง” ผ่านการเรียนรู้และอาชีพที่มีรายได้ คือหัวใจสำคัญของแนวคิด Learn to Earn – เรียนรู้เพื่ออยู่รอด ซึ่งมูลนิธิเอสซีจีได้ผลักดันมาต่อเนื่อง และวันนี้แนวคิดดังกล่าวได้ถูกยกระดับสู่พื้นที่จริงผ่าน “Learn to Earn Sandbox จังหวัดสระบุรี” จนเกิดเป็นต้นแบบการพัฒนาคนที่จับต้องได้ และเริ่มเป็นที่รู้จักในชื่อ “สระบุรีโมเดล” หรือ “สระบุรีกินได้”
สระบุรี พื้นที่พร้อมทดลอง พัฒนาคนจริง
สระบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และท่องเที่ยว ที่สำคัญคือมี “พลังความร่วมมือ” ระหว่างภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และสถาบันการศึกษา ทำให้ที่นี่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็น Sandbox การเรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงสอนอาชีพ แต่เชื่อมตั้งแต่ “ทักษะ – การจ้างงาน – รายได้ – การต่อยอดอาชีพ” อย่างครบวงจร

เป้าหมาย 6 มิติในการเปลี่ยน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” สู่เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน
(Public-Private-Partnership : PPP) ประกอบด้วย
- เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ส่งเสริมการใช้พื้นที่ว่าง เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำและระบบผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน โดยภาครัฐและเอกชนใช้เครือข่ายไฟฟ้าร่วมกัน ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
- อุตสากรรมสีเขียว เปลี่ยนการผลิตปูนซีเมนต์เป็นคาร์บอนต่ำ พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีดักจับกักเก็บคาร์บอน
- การจัดการของเสีย จัดตั้งศูนย์จัดเก็บและรับซื้อวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากชุมชน เกษตรและอุตสาหกรรม นำมาเป็นวัตถุดิบหรือพลังงานตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน จัดการด้วยโรงไฟฟ้าชุมชน และก๊าซชีวภาพ
- เกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ เน้นการเกษตรตามโมเดล BCG เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง ลดการใช้น้ำ ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
- เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยสนับสนุนให้ปลูกป่าชุมชนเพิ่ม 38 แห่งทั่วจังหวัด ช่วยดูดซับคาร์บอน ต่อยอดสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
- บูรณาการความรับผิดชอบและการกำกับดูแล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีมีอำนาจบริหารจัดการแบบ Area-Based สามารถพิจารณาข้อราชการระหว่างกระทรวงในจังหวัด และดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนและประชาสังคมได้อย่างคล่องตัว

สร้างอาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดจริง
ภายใต้แนวคิด สระบุรีกินได้ ถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องและเป็นการผลักดันให้ 6 เป้าหมายหลักเป็นไปตามเป้าโครงการเริ่มต้นด้วยการฝึกอบรม 5 อาชีพ Quick Win ที่สามารถสร้างงานและรายได้ทันที ได้แก่ พนักงานขับรถบรรทุก พนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ ช่างล้างแอร์ ช่างประปา และไกด์ป่าชุมชน
มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน หลายคนเริ่มมีรายได้ตั้งแต่ระหว่างฝึกอบรม ตอกย้ำว่าการพัฒนาคน สามารถนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง

ไม่ใช่แค่ฝึกอาชีพ แต่คือการออกแบบ “ระบบพัฒนาคน”
หลังดำเนินงานหนึ่งปี คณะทำงานได้ถอดบทเรียนด้วยกรอบคิด 2P2S เพื่อให้สระบุรีโมเดลไปต่อได้อย่างยั่งยืน โดยมีปัจจัยหลักคือ
- ความร่วมมือของภาคีในพื้นที่
- อาชีพที่สอดคล้องตลาดแรงงานจริง
- ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงการจ้างงานและติดตามผล
- หน่วยงานกลางที่ขับเคลื่อนต่อเนื่อง
สิ่งนี้พิสูจน์ว่า การพัฒนาคนต้องทำแบบ “ระบบ” ไม่ใช่โครงการระยะสั้น

ปูพื้นฐานเยาวชนด้วย Soft Skills ยุคใหม่
โครงการยังเสริมทักษะสำคัญในอนาคต ได้แก่ Communication, Collaboration, Creativity (3Cs) ผ่านโรงเรียนนำร่องในพื้นที่ เพื่อให้เยาวชนเติบโตขึ้นพร้อมทักษะการทำงานในโลกจริง
บัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า สระบุรีโมเดลไม่ใช่แค่ต้นแบบ แต่คือสิ่งที่เราทำจริงร่วมกัน ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการพัฒนาคนต้องสร้างโอกาสให้เขาอยู่รอดได้ด้วยตนเอง และนี่คือโมเดลที่พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่น
ด้าน ยุทธนา เจียมตระการ กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวเสริมว่า เรากำลังส่งมอบโมเดลการพัฒนาคนที่ใช้งานได้จริง ให้จังหวัดสามารถนำไปปรับใช้และขยายผลได้ทั่วประเทศ

“สระบุรีโมเดล” ต้นแบบที่ต่อยอดได้ทุกจังหวัด
สิ่งที่เกิดขึ้นในสระบุรีแสดงให้เห็นว่า เมื่อ การเรียนรู้ = โอกาสในการทำงานและสร้างรายได้ การพัฒนาคนก็จะกลายเป็น การอยู่รอดด้วยตนเองอย่างยั่งยืนสระบุรีกินได้วันนี้ กำลังเติบโตเป็นโมเดลพัฒนาคนของสังคมไทยที่พร้อมขยายสู่ทุกพื้นที่

