เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย โตสวนกระแส แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีที่ผ่านมาเผชิญทั้งดอกเบี้ยสูง หนี้ครัวเรือนกดทับ และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน ล่าสุด ปิดงบปี 2568 ด้วยรายได้รวม 14,686 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,455 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแรงของพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงในหลายเซ็กเมนต์ ทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม
ตลาดบ้าน-คอนโด: เปิดโครงการใหม่เกินเป้า เจาะระดับพรีเมียม
ฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า ปีนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เปิดตัว 7 โครงการใหม่ รวมมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ พร้อมแตกแบรนด์ย่อยที่วางตำแหน่งชัดเจนขึ้น เช่น Goldina: ทาวน์โฮมพรีเมียม Gute / Gramour: บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี
กลยุทธ์สำคัญคือการออกแบบโครงการให้ตรง ไลฟ์สไตล์คนอยู่อาศัยจริง ไม่แข่งด้านราคาเพียงอย่างเดียว เน้นคุณภาพ-ฟังก์ชัน-ดีไซน์ เพื่อแข่งขันในภาวะที่ลูกค้า “เลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้น”

โรงงาน-คลังสินค้า: ดาวเด่นของบริษัท พอร์ตแตะ 3.8 ล้าน ตร.ม.
กลุ่มอุตสาหกรรมยังคงเป็น ตัวขับเคลื่อนหลัก ด้วยความต้องการเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการย้ายฐานการผลิตในภูมิภาค ด้วยอัตราการเช่ารวมสูงถึง 92% โดส่งมอบพื้นที่กว่า 218,000 ตร.ม. มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้
ดีลเด่นในปีนี้ เช่น คลังสินค้า 89,000 ตร.ม. ให้ บิ๊กซี ในอยุธยา ศูนย์คัดแยกสินค้า 54,000 ตร.ม. ในเวียดนามใต้ รองรับอีคอมเมิร์ซ ทำให้ FPT ขึ้นแท่นผู้ให้บริการพื้นที่โรงงาน-คลังสินค้ารายใหญ่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมของไทยและภูมิภาค

ออฟฟิศ-รีเทล: รักษาอัตราเช่า 89% ท่ามกลางยุค Hybrid Working
แม้ตลาดออฟฟิศต้องแข่งขันสูงจากพฤติกรรมทำงานรูปแบบใหม่ แต่ FPT รักษาอัตราการเช่าได้ 89% โดยอาศัยการปรับบริการและอัปเกรดอาคาร ขณะที่ด้านรีเทล เช่น สามย่านมิตรทาวน์ และ สีลมเอจ ใช้กิจกรรมและคอนเทนต์ดึงคนกลับพื้นที่สำเร็จ ส่วนธุรกิจโรงแรมมีรายได้ลดลงจากการปรับทรัพย์สินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดลักชัวรีในอนาคต สะท้อนกลยุทธ์บริหารพอร์ตให้มีประสิทธิภาพระยะยาว
FPT กำลังเล่นเกม “ระยะยาว” ไม่ใช่ “เร่งยอด” — กระจายพอร์ตให้สมดุล, เน้นคุณค่าและการใช้งานจริง, และปรับทรัพย์สินให้เหมาะสมตามวัฏจักรเศรษฐกิจ


