แสนสิริประกาศวิสัยทัศน์ปี 2026 ผ่านแคมเปญ Live Equally เท่าเทียมในทุกวัน สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเท่าเทียม พร้อมยกระดับโอกาสและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
แสนสิริ ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ขับเคลื่อนประเด็นความเท่าเทียมในสังคมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 11 ปี ประกาศจุดยืนครั้งสำคัญในปี 2026 ผ่านแคมเปญ “Live Equally เท่าเทียม…ในทุกวัน” มุ่งผลักดันให้ความเท่าเทียมและความหลากหลายกลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ โอกาส และการยอมรับอย่างเท่าเทียมในทุกมิติ ไม่ใช่เพียงในช่วงเวลาหรือโอกาสพิเศษ
การประกาศวิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง Pride Month โดยมีเป้าหมายสร้างวัฒนธรรมแห่งการยอมรับความแตกต่าง ตั้งแต่ระดับองค์กร คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงสังคมในวงกว้าง สะท้อนบทบาทของภาคธุรกิจที่กำลังมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนและความเท่าเทียมของประเทศไทย
ความเท่าเทียมไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องร้องขอ
แสนสิริสื่อสารแนวคิดสำคัญว่า “ความเท่าเทียม” ไม่ใช่สิทธิพิเศษสำหรับคนบางกลุ่ม แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ

บริษัทเชื่อว่าการเปิดใจยอมรับความหลากหลายคือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนผ่านจากการ “หยุดตัดสิน” สู่การ “ยอมรับ” และทำให้ “ความเท่าเทียม” กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ เศรษฐา ทวีสิน ผู้ก่อตั้งแสนสิริ ที่ผลักดันประเด็นความเท่าเทียมในหลายมิติจากระดับองค์กรสู่ระดับประเทศ จนเกิดการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยอมรับความหลากหลายในสังคมไทย
สร้างวัฒนธรรม “การมอบโอกาส” ให้เป็นเรื่องปกติ
ภายใต้แนวคิด Live Equally แสนสิริตั้งเป้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการสร้างศักยภาพของบุคลากร การทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม และการส่งต่อแนวคิดดังกล่าวไปยังคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทมองว่าความหลากหลายไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสังคม แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โปรเจ็กต์ THIS-ABILITY โมเดลสร้างโอกาสผ่านการจ้างงานผู้พิการ
หนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนแนวคิดด้านความเท่าเทียมของแสนสิริ คือ THIS-ABILITY ซึ่งให้ความสำคัญกับ “ความสามารถ” มากกว่าข้อจำกัดทางร่างกาย
โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาทำงานในหลากหลายตำแหน่ง ทั้ง Content Creator, Call Center และ Reception รวมถึงการผลักดันให้ภาคธุรกิจ คู่ค้า และพันธมิตรหันมาสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการมากขึ้น
นอกจากนี้ แสนสิริยังร่วมมือกับพันธมิตรใน Habito Mall เพื่อเปิดพื้นที่การจ้างงานและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้พิการ โดยยึดหลักว่าแม้ผู้คนจะมีความแตกต่างหลากหลาย แต่ทุกคนล้วนมีศักยภาพและคุณค่าในตัวเอง
การขับเคลื่อนโครงการลักษณะนี้กำลังกลายเป็นตัวอย่างของแนวทาง ESG ด้านสังคม (Social) ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
สร้างวัฒนธรรม Inclusive Hiring ดึงดูดคนเก่งทุกกลุ่ม
แสนสิริเดินหน้าส่งเสริมแนวคิด Inclusive Hiring หรือการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเพศ อายุ หรืออัตลักษณ์ทางสังคม
บริษัทเชื่อว่าสังคมที่ดีต้องเปิดกว้างต่อความหลากหลาย และมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของบุคคลมากกว่าปัจจัยภายนอก ทุกคนควรมีสิทธิเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตน

ยกระดับสวัสดิการ สะท้อนแนวคิดความเท่าเทียมในทุกมิติ
นอกจากการส่งเสริมความเท่าเทียมด้านโอกาสการทำงานแล้ว แสนสิริยังพัฒนาสวัสดิการเพื่อรองรับวิถีชีวิตที่หลากหลายของพนักงาน ได้แก่
- สิทธิประโยชน์ใหม่ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
- ขยายสิทธิการลากิจเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วย
- เพิ่มสวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง (Pet Medical Emergency Loan)
- สนับสนุนวันลาสำหรับกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม (Department Outing Leave)
- เพิ่มสิทธิการลาเพื่อดูแลสมาชิกครอบครัวที่ป่วยระยะวิกฤต (Compassionate Leave)
- สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
นโยบายเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการดูแลพนักงานแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และการทำงาน เพื่อให้บุคลากรสามารถพัฒนาศักยภาพและเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน
คนรุ่นใหม่ผลักดัน “ความเท่าเทียม” สู่มาตรฐานองค์กรยุคใหม่
ข้อมูลที่แสนสิริอ้างอิงสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่มอง “ความเท่าเทียม” เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ควรเกิดขึ้นจริงในทุกมิติของชีวิต 62% ของ Gen Z มองว่าความหลากหลายทางเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคม และมากกว่า 96% ของ Gen Z ไทยมองว่าการมีเป้าหมายในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิต
คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม (Fairness) การยอมรับความแตกต่าง (Inclusion) และการเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ขณะที่องค์กรที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันไม่ได้ถูกประเมินจากผลตอบแทนหรือโอกาสเติบโตในสายอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร คุณภาพชีวิต และความสอดคล้องกับตัวตนของพนักงานด้วย

ความเท่าเทียมกำลังกลายเป็นปัจจัยแข่งขันใหม่ของธุรกิจ
การประกาศแคมเปญ “Live Equally เท่าเทียม…ในทุกวัน” ของแสนสิริ สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นความเท่าเทียมไม่ได้เป็นเพียงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพและความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ องค์กรที่สามารถสร้างวัฒนธรรมแห่งความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง จะมีโอกาสสร้างความเชื่อมั่น ความผูกพัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับแสนสิริ “ความเท่าเทียม” จึงไม่ใช่เป้าหมายที่รอให้เกิดขึ้นในอนาคต แต่เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนควรสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน และเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยในอนาคต

