บ้านปู เปิดโปรแกรมพิเศษ “Energy of Possibility: พลังดี ไม่มีดรอป” หนุน SE และเครือข่ายศิษย์เก่า BC4C พัฒนาโครงการที่ใช้ “พลังงาน” เป็นกลไกสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมพร้อมประกาศความสำเร็จ คว้า Prime Minister Award 2026 สะท้อน 15 ปีของ BC4C บ่มเพาะกว่า 130 Social Enterprise สะท้อนบทบาทภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เป็นมากกว่า “ผู้ลงทุน” ก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศ” พัฒนาสตาร์ตอัพและกิจการเพื่อสังคม ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
บ้านปูกับบทบาทผู้สนับสนุน Startup Ecosystem
รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปู ได้รับรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2026 สาขา Best Brotherhood of the Year จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุนระบบนิเวศผู้ประกอบการไทย มากกว่าการเป็นเพียงรางวัลด้านภาพลักษณ์องค์กร
ภาคธุรกิจขนาดใหญ่กำลังขยายบทบาทจาก “ผู้ลงทุน” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Builder)” เพื่อพัฒนาสตาร์ตอัพและกิจการเพื่อสังคม ซึ่งกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญ ในการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับรางวัล Best Brotherhood of the Year เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่มีบทบาทในการผลักดันผู้ประกอบการสตาร์ตอัพและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ
การได้รับรางวัลครั้งนี้ เกิดจากการดำเนินโครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลา 15 ปี โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้โมเดล Social Enterprise (SE) เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ

BC4C กับตัวเลขที่สะท้อนผลลัพธ์มากกว่าภาพลักษณ์องค์กร
หากพิจารณาจากข้อมูลตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา BC4C บ่มเพาะกิจการเพื่อสังคมมากกว่า 130 กิจการ โดย 80% ของกิจการยังดำเนินธุรกิจต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีหลังจบโครงการ และ 82% ยังคงเชื่อมโยงและสร้างโอกาสผ่านเครือข่ายศิษย์เก่า นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับประโยชน์รวมกว่า 1.3 ล้านคน สร้างผลกระทบเชิงสังคมครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การศึกษา เกษตรกรรม การเงิน สุขภาพ งานอาสาสมัคร สิ่งแวดล้อม และการจ้างงาน
ขณะที่ผลลัพธ์เชิงปริมาณประกอบด้วย
- นักเรียนกว่า 1.2 ล้านคน เข้าถึงสื่อการเรียนรู้
- เยาวชนกว่า 50,000 คน ได้รับการพัฒนาทักษะ
- เกษตรกรกว่า 2,600 คน ได้รับการสนับสนุนด้านตลาดและการลดต้นทุน
- เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ การเงิน และการจ้างงานของกลุ่มเปราะบาง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าโครงการไม่ได้วัดผลเพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่เน้นการติดตามความอยู่รอดของธุรกิจและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

โมเดลการบ่มเพาะที่ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นจนขยายธุรกิจ
BC4C แบ่งการสนับสนุนผู้ประกอบการออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
- Incubation Program มุ่งพัฒนาผู้ที่มีแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม ให้มีพื้นฐานด้านโมเดลธุรกิจ การเงิน และการดำเนินกิจการ
- Acceleration Program สนับสนุนกิจการที่เริ่มดำเนินงานแล้ว ให้สามารถขยายผล สร้างการเติบโต และเพิ่มผลกระทบเชิงสังคมอย่างเป็นระบบ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาสตาร์ตอัพ ที่ใช้ในหลายประเทศ ซึ่งเน้นการสนับสนุนแตกต่างกันตามช่วงการเติบโตของธุรกิจ

ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา 15 ปี BC4C ได้สนับสนุนกิจการในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น
- YoungHappy ธุรกิจด้าน Active Aging และ Well-being สำหรับผู้สูงวัย
- ภูคราม ผู้พัฒนานวัตกรรมการย้อมครามธรรมชาติและต่อยอดหัตถกรรมท้องถิ่น
- Moreloop ธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียนที่นำผ้าส่วนเกินจากอุตสาหกรรมแฟชั่นกลับมาใช้ใหม่
- Local Alike ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนที่ทำงานร่วมกับมากกว่า 100 ชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด Regenerative Tourism
ทั้ง 4 กิจการสะท้อนการประยุกต์ใช้โมเดล Social Enterprise ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม เกษตร วัฒนธรรม ไปจนถึงการท่องเที่ยว

จาก “ลงทุน” เป็น “สร้างระบบนิเวศ”
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน จากโครงการ BC4C สะท้อนว่า Corporate Venture กำลังเปลี่ยนจาก “ลงทุน” เป็น “สร้างระบบนิเวศ”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่เริ่มเปลี่ยนบทบาทจากการลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital (CVC) มาเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ สนับสนุนองค์ความรู้ และเชื่อมโยงพันธมิตรระยะยาว
โมเดลลักษณะนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัพสามารถอยู่รอดได้มากกว่าการได้รับเงินทุนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังขยายภาพของ ESG สู่การเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยวิเเคราะห์ได้จาก ข้อมูลของ BC4C ที่แสดงให้เห็นว่าการดำเนินโครงการด้าน ESG ไม่ได้จำกัดอยู่ที่กิจกรรมเพื่อสังคม แต่สามารถสร้างผู้ประกอบการที่ยังดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจควบคู่กับผลกระทบทางสังคม
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับการที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับการวัดผลลัพธ์ (Impact Measurement) มากขึ้น

Social Enterprise กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจใหม่
จากเดิมที่กิจการเพื่อสังคมมักพึ่งพาเงินบริจาค ปัจจุบันโมเดลธุรกิจแบบ Social Enterprise ถูกพัฒนาให้สามารถสร้างรายได้และแข่งขันในตลาดได้
กรณีของ YoungHappy, Moreloop และ Local Alike สะท้อนว่าธุรกิจที่แก้ปัญหาสังคมสามารถขยายตลาดเชิงพาณิชย์ได้ หากมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม
เปิดโปรแกรมพิเศษ “Energy of Possibility: พลังดี ไม่มีดรอป”
รัฐพล กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 15 ปี BC4C บริษัทได้เปิดตัวโปรแกรมพิเศษภายใต้แนวคิด “Energy of Possibility: พลังดี ไม่มีดรอป” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมและเครือข่ายศิษย์เก่าในการพัฒนาโครงการที่ใช้ “พลังงาน” เป็นกลไกสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับการโค้ชจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทุนสนับสนุนรวม 500,000 บาท โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

“Prime Minister Award 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมมือที่เกิดขึ้นตลอด 15 ปีที่ผ่านมา บ้านปูเชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงกลุ่มเดียว จึงมุ่งสร้างเครือข่ายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดแนวคิดสู่การลงมือทำจริง”
การดำเนินโครงการ BC4C ของ บ้านปู แสดงให้เห็นถึงความสำเร้จของภาคธุรกิจไทย กับการลงทุนใน “ระบบนิเวศผู้ประกอบการ” มากกว่าการสนับสนุนเป็นโครงการระยะสั้น
หากโมเดลลักษณะนี้ขยายตัวต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มจำนวนธุรกิจที่อยู่รอด สร้างนวัตกรรม และขยายผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

