บพท. – มหาวิทยาลัย 27 แห่งโชว์ 85 นวัตกรรม “วิจัยกินได้” ปักหมุดยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เร่งสังเคราะห์ข้อมูลจาก 4 ภูมิภาคทั่วไทย ผลักดันข้าสู่การจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ของสภาพัฒน์
การพัฒนาประเทศจาก “ฐานราก” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งขับเคลื่อนในช่วงเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจยุคใหม่ ล่าสุด หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จับมือเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 27 สถาบัน นำผลงาน วิจัยและเทคโนโลยีที่พร้อมใช้จำนวน 85 ผลงาน มาจัดแสดงแบบ “วิจัยกินได้” ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อโชว์ผลลัพธ์วิจัยติดดินที่สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
เป้าหมายเชิงนโยบายชัดเจนว่า งานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่โชว์ผลงาน แต่ยังเป็นการ สังเคราะห์ข้อมูลจาก 4 ภูมิภาคทั่วไทย เพื่อเสนอเข้าสู่การจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ของสภาพัฒน์ในปีถัดไป—ถือเป็นการเชื่อมงานวิจัยภาคสนามเข้ากับยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่างเป็นระบบ

วิจัยติดดิน: นโยบายที่ต้องการ “ผลลัพธ์จริง” ในชุมชน
พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ อว. ระบุว่า เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) คือหัวใจของนโยบาย “วิจัยติดดิน – นวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย” ที่รัฐมนตรี อว. ผลักดันอย่างหนัก เน้นนำผลงานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่พื้นที่จริง
อว. ยังได้รวบรวมองค์ความรู้กว่า 3,598 เทคโนโลยี ไว้ในระบบ Technology and Innovation Library เพื่อให้มหาวิทยาลัยและชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้แบบ “พร้อมหยิบไปใช้” ช่วยยกระดับรายได้ เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มอาชีพหลากหลายให้พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

เจาะลึก 4 ภูมิภาค – จากห้องแล็บสู่พื้นที่จริง
งานมหกรรมเศรษฐกิจฐานรากถูกจัดครบทั้ง 4 ภูมิภาค
• อีสาน: มหาวิทยาลัยสุรนารี
• ใต้: ม.อ. สงขลานครินทร์
• เหนือ: ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส เชียงใหม่
กลาง: อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ. บพท. ระบุว่า การจัดงานไม่ใช่เพียงงานแสดงนิทรรศการ แต่เป็น “เวทีจับคู่ใช้ประโยชน์เทคโนโลยี” ที่ให้ประชาชนได้ทดลอง ใช้จริง และได้รับคำปรึกษาจากนักวิจัยโดยตรง เพื่อให้เทคโนโลยีตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง สอดคล้องกับ SDGs และเศรษฐกิจหมุนเวียน

5 ผลงานไฮไลต์จาก 85 นวัตกรรมติดดิน
ภายในงานภาคกลาง มีการนำเสนอ 5 โครงการต้นแบบที่เห็นผลชัดเจน ได้แก่
1. ป่าสร้างรายได้ – ถอดรหัสเทคโนโลยีป่าชุมชน (มรภ.สวนสุนันทา) เพิ่มรายได้ชุมชนผ่านนวัตกรพื้นที่
2. สระแก้วโมเดล – รีไซเคิลเศษวัสดุสู่มูลค่าเพิ่ม (มรภ.วไลยอลงกรณ์) พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าเกษตรยั่งยืน
3. กาแฟโรบัสต้าพรีเมียม (มทร.กรุงเทพ) ใช้เทคโนโลยียกระดับคุณภาพเมล็ด เพิ่มราคาและตลาด
4. บ้านเลี้ยงผึ้ง – รวงผึ้งเทียมกันช้างป่า (มรภ.สวนสุนันทา) นวัตกรรมคู่ความมั่นคงชุมชนและรายได้จากน้ำผึ้ง
5. ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีกาแฟโรบัสต้าแบบครบวงจร (มทร.กรุงเทพ) ปั้นนักเกษตรรุ่นใหม่ในพื้นที่
ทั้งหมดตั้งเป้าช่วยให้ครัวเรือนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 5,000 บาทต่อเดือนภายใน 2 ปี ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของ บพท.

ผลลัพธ์เชิงพื้นที่: ตัวเลขที่สะท้อน “การใช้จริง”
จากการจัดงานทั้ง 4 ภูมิภาคที่ผ่านมา พบว่า
• ประชาชนเข้าชมรวม 1,806 คน
• เกิดการจับคู่ใช้ประโยชน์นวัตกรรม 901 ราย
• ครอบคลุม 17,810 ครัวเรือน
• ในพื้นที่ 48 จังหวัด 256 อำเภอ 478 ตำบล
ตัวเลขเหล่านี้จะถูกนำไปสังเคราะห์และส่งต่อให้สภาพัฒน์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ซึ่งจะเป็นกรอบการพัฒนาประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า

จาก “โครงการ” สู่ “ระบบการพัฒนาประเทศ”
สิ่งที่เห็นชัดจากความร่วมมือครั้งนี้คือ บทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะผู้นำการพัฒนาพื้นที่ มากกว่าผู้ผลิตบัณฑิตเพียงอย่างเดียว โดยมี บพท. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมงานวิจัย-เทคโนโลยี-ชุมชนเข้าด้วยกัน
หากผลงานเหล่านี้ถูกบรรจุในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้จริง จะเป็นก้าวแรกของการปฏิรูประบบที่ทำให้งานวิจัยตอบโจทย์ประชาชน “ตั้งแต่วันแรกที่ใช้จริง” ไม่ใช่เพียงงานในเอกสาร

วิจัยติดดิน, บพท., นวัตกรรมเพื่อชุมชน, เทคโนโลยีที่เหมาะสม, เศรษฐกิจฐานราก, มหกรรมเศรษฐกิจฐานราก, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14, นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิต,วิจัยกินได้, มหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่, Sustainable Development Goals SD

