จุฬาฯ จับมือ PMCU ติดอาวุธผู้ประกอบการสยามสแควร์–จามจุรีสแควร์–บรรทัดทอง–สามย่าน รับพฤติกรรมผู้บริโภคและเกมการตลาดที่เปลี่ยนเร็ว ชูโมเดล “From Landlord to Landlove” เปลี่ยนบทบาทเจ้าของพื้นที่สู่พันธมิตรธุรกิจ พร้อมเปิดสูตรสร้างแบรนด์ให้มี Unique Perceived Value และกลยุทธ์ 5P รับเทรนด์การตลาดครึ่งหลังปี 2026 มุ่งสู่ 2027
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์สื่อสารองค์กร ร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) จัดโครงการ “โต๊ะกลม” ปี 2 โครงการส่งต่อองค์ความรู้จากจุฬาฯ และ PMCU สู่ผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตแบบ “มีของ” มุ่งนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญมาช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและผู้เช่าในพื้นที่ สยามสแควร์ จามจุรีสแควร์ และบรรทัดทอง–สามย่าน ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและโลกธุรกิจยุคใหม่
นอกจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจ ยังสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ ผ่านพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดและ Business Lunch & Matchmaking Zone เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ และต่อยอดสู่การเติบโตของผู้ประกอบการและย่านเศรษฐกิจโดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในระยะยาว
แนวคิดของ “โต๊ะกลม” สะท้อนการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบการ โดยจุฬาฯ และ PMCU ตั้งเป้าจัดกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ เทรนด์ และประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาร่วมพัฒนาพื้นที่และธุรกิจไปพร้อมกัน

จาก “Landlord” สู่ “Landlove” เปลี่ยนเจ้าของพื้นที่เป็นพันธมิตรธุรกิจ
รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิเดช พงศกิจวรสิน รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของ PMCU ภายใต้แนวคิด “From Landlord to Landlove” สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้เช่าหรือบริหารพื้นที่ ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างคุณค่า เชื่อมโยงผู้คน สร้างโอกาส และเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการ
แนวทางดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน PMCU 4P Strategic Growth Model ประกอบด้วย Partnership การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร, Placemaking การพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมให้มีชีวิตชีวาและสร้างอัตลักษณ์ของย่าน, Physical Development การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและโครงสร้างทางกายภาพให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตและการประกอบธุรกิจ และ Platform การสร้างเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มใหม่เพื่อเชื่อมโยงร้านค้า ผู้บริโภค นิสิต และโอกาสทางธุรกิจ
PMCU ยังส่งเสริม Co-Promotion, Event & Festival รวมถึงกิจกรรมที่ช่วยดึง Traffic เข้าสู่พื้นที่ ตลอดจนเชื่อมโยงความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างโอกาสให้ร้านค้าและผู้ประกอบการเข้าถึงชุมชนขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย และเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาย่านโดยรวม

แนวทาง Partnership ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักของการดำเนินงาน โดย PMCU ต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการเสนอความคิดเห็น ร่วมพัฒนาโครงการ และนำประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจจริงมาแลกเปลี่ยน เพื่อสร้าง “Power of Togetherness” ระหว่างมหาวิทยาลัย ผู้บริหารพื้นที่ และผู้ประกอบการ
ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อ “คุณค่าของแบรนด์”
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้ถ่ายทอดแนวคิดการสร้างแบรนด์ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยสินค้าและบริการจำนวนมหาศาล โดยชี้ว่า สิ่งที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกไม่ได้มีเพียง “ตัวสินค้า” แต่รวมถึง “แบรนด์” ที่สะท้อนคุณค่าและความแตกต่างจากคู่แข่ง
การสร้าง Unique Perceived Value หรือคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้และมองเห็นความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าและบริการ ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่ความชื่นชอบ ความผูกพัน และท้ายที่สุดคือการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
ผู้ประกอบการต้องมองให้ลึกกว่าข้อมูลพื้นฐานอย่างอายุ เพศ อาชีพ การศึกษา หรือ Lifestyle และเข้าไปทำความเข้าใจปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการ แรงจูงใจ ทัศนคติ การรับรู้ และบุคลิกของผู้บริโภค เมื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ธุรกิจจะสามารถพัฒนา Brand Identity ที่ชัดเจน สร้างความแตกต่าง และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้แข็งแกร่งขึ้น

จับตา “Shockwave Marketing” เกมการตลาดครึ่งหลัง 2026 สู่ปี 2027
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการบรรยาย “Shockwave Marketing & Update เทรนด์ธุรกิจและการตลาดครึ่งปีหลัง 2026 มุ่งสู่ 2027” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย
ผศ.ดร.เอกก์ กล่าวว่า สัญญาณสำคัญที่นักการตลาดและผู้ประกอบการต้องจับตา ได้แก่ แนวโน้มการใช้จ่ายผ่านสื่อแบบดั้งเดิมที่ลดลง การค้นหาแบรนด์ผ่าน Search ที่ลดลง รวมถึงความท้าทายของธุรกิจออนไลน์ ซึ่งผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยอาจเลือกสินค้าเข้าสู่ตะกร้า แต่กระบวนการกลับไม่ได้จบลงด้วยการซื้อจริง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การตลาดในยุคต่อไปไม่สามารถพึ่งการสื่อสารแบบหว่านกว้างเพียงอย่างเดียว แต่ต้อง แม่นยำ วัดผลได้ และเข้าใจ Customer Journey มากขึ้น
เปิดกลยุทธ์ 5P “แม่น–หมอบ–มุ่ง–มิตร–มอบ” รับมือโลกการตลาดใหม่
สำหรับแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลง ผศ.ดร.เอกก์ เสนอหลักคิดสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
Precision – “แม่น” ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และ AI เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ลดการสื่อสารแบบหว่านกว้าง และเพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณการตลาด
Pause – “หมอบ” กล้าหยุด ลด หรือทบทวนกิจกรรมที่ไม่สามารถวัดผลหรือไม่สร้างประสิทธิภาพ เพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่ไปยังจุดที่สร้างผลตอบแทนได้มากกว่า

Push – “มุ่ง” นำทรัพยากรไปใช้กับกลุ่มลูกค้า ตลาด หรือโอกาสที่มีศักยภาพและสร้างคุณค่าสูง
Partner – “มิตร” ใช้พลังของพันธมิตรและเครือข่ายมาช่วยสร้างโอกาสใหม่ ลดข้อจำกัด และขยายศักยภาพทางธุรกิจ
Planet – “มอบ” พัฒนาธุรกิจบนคุณค่าที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในระยะยาว
สาระสำคัญคือผู้ประกอบการไม่ควรยึดติดกับสูตรการตลาดเดิม แต่ต้องเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับบริบทของธุรกิจ พร้อมปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“เบส คำสิงห์” แชร์บทเรียนคอนเทนต์ เริ่มจากศูนย์สู่ Influencer
เบส คำสิงห์ ถ่ายทอดเส้นทางการเป็นอินฟลูเอนเซอร์และการสร้างคอนเทนต์บน Social Media ซึ่งเริ่มต้นจากศูนย์ ผ่านการทดลอง เรียนรู้ และพัฒนาจากการลงมือทำจริง จนสามารถค้นหารูปแบบคอนเทนต์ของตัวเองและสร้างฐานผู้ติดตามได้สำเร็จ เธอใช้ Content Marketing และ Social Media เป็นเครื่องมือสนับสนุนทั้งการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับลูกค้า
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ฝากถึงผู้ประกอบการคือ “เริ่มทำทันที ไม่ต้องคิดเยอะ” เพราะการลงมือทำจะนำไปสู่ข้อมูลและประสบการณ์จริง ซึ่งสามารถนำกลับมาพัฒนาคอนเทนต์และธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

จากมหาวิทยาลัยสู่ย่านเศรษฐกิจ ปั้น Ecosystem ให้ผู้ประกอบการโตไปด้วยกัน
โครงการ “โต๊ะกลม” ปี 2 สะท้อนแนวทางการเชื่อมทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเข้ากับเศรษฐกิจและชุมชนโดยรอบ ตั้งแต่ สยามสแควร์ จามจุรีสแควร์ บรรทัดทอง ไปจนถึงสามย่าน
องค์ความรู้ด้าน Branding, Marketing Strategy, AI, Technology, Content Marketing และ Consumer Insight ถูกนำมาผสานกับการสร้างเครือข่าย การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน PMCU ยังวางบทบาทของตัวเองมากกว่าการเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการสร้าง Partnership กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการบริหารพื้นที่พาณิชย์สยามสแควร์และสวนหลวง–สามย่านให้เกิดคุณค่าร่วมระหว่างชุมชน สังคม และมหาวิทยาลัย
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การเปลี่ยน “องค์ความรู้” ให้กลายเป็น “ความสามารถในการแข่งขัน” และเปลี่ยน “พื้นที่” ให้กลายเป็น Ecosystem ทางธุรกิจ ที่ร้านค้า ผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัย พันธมิตร และผู้บริโภคสามารถสร้างคุณค่าและเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

