ซีอีโอ WHA มองเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนเร็ว แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสโดดเด่น จากฐานการลงทุน การเมืองที่ไม่รุนแรง และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง
ท่ามกลางความปั่นป่วนของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยนจากยุค “Decoupling” ไปสู่ “Friend-shoring” หรือการกระจายห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศมิตรภาพ จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group มองว่า เศรษฐกิจไทยยังคงยืนหยัดเป็น “จุดหมายปลายทางของการลงทุน” เพราะมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การเมืองที่ไม่รุนแรง และความพร้อมด้านพลังงานและบุคลากรที่มีทักษะสูง
โลกเปลี่ยนจาก “Decoupling” เป็น “Fragment”
จรีพรอธิบายว่า โลกวันนี้ไม่ได้ถูกแบ่งขั้วอย่างเด็ดขาดระหว่างตะวันตกกับจีนอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ยุค “Multi-polar World” ที่มหาอำนาจหลายกลุ่มต่างถ่วงดุลกัน ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย “โลกกำลังแตกออกเป็นหลายกลุ่ม (fragment) และทุกประเทศต้องหาทางปรับตัว โดยเฉพาะประเทศเล็กอย่างไทยที่ต้องรู้จักรักษาสมดุลทางการเมืองและเศรษฐกิจให้ได้”
Friend-shoring ดันไทยขึ้นแท่นเป้าหมายใหม่
แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่สถานการณ์นี้กลับสร้างโอกาสใหม่ให้ไทย
• การเคลื่อนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน (China-plus-one) ทำให้ ไทยกับเวียดนามกลายเป็นจุดหมายหลักของนักลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และดิจิทัล
• นโยบาย Transshipment 40% ที่กำหนดให้สินค้านำเข้าจากจีนต้องมี “Local Content” มากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต่างชาติจำเป็นต้องมาตั้งโรงงานในไทย แทนการนำเข้ามาประกอบแล้วส่งออก
• ข้อมูลล่าสุดระบุว่า 47% ของบริษัทอเมริกันในจีนย้ายฐานการผลิตออกแล้ว โดยส่วนใหญ่เลือกอาเซียน และไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก

เทรนด์โลก 3 มิติที่ต้องจับตา
ซีอีโอ WHA ย้ำว่า “Global Mega-trend” ในทศวรรษหน้าจะเปลี่ยนธุรกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมี 3 มิติสำคัญที่ต้องโฟกัส
1. เทคโนโลยีและ AI — โลกกำลังเดินหน้าสู่ “Singularity” ในปี 2035–2045 ที่ AI จะก้าวล้ำมนุษย์
2. Sustainability — การลงทุนต้องสอดรับกับพลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero
3. Digital & Data Center — ศูนย์ข้อมูลกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่
“Data Center คือเหมือนถนน Super Highway ของ AI และเทคโนโลยีทั้งหมด หากไม่มี Data Center ประเทศก็ไม่สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล” จรีพรกล่าว
ไทยยังได้เปรียบด้วยความมั่นคงและบุญเก่า
อีกปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนคือ เสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ไทยยังถูกมองว่าเป็น “Safe Destination” ที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งระบบไฟฟ้าที่มีสำรองกว่า 10,000 เมกะวัตต์ แหล่งน้ำเพียงพอ และแรงงานที่มีทักษะสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
ตัวเลขการลงทุนสะท้อนความเชื่อมั่น
ข้อมูลครึ่งแรกปี 2025 ชี้ชัดว่าไทยยังคงเป็นแม่เหล็กลงทุน
• มูลค่าการลงทุนรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท
• เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) กว่า 700,000 ล้านบาท โต 100% จากปีก่อนหน้า
• กลุ่มดิจิทัลนำโด่ง ด้วยเม็ดเงินกว่า 500,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ Data Center และ Electronics
“นี่สะท้อนว่าไทยยังคงยืนเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน แม้เวียดนามจะโตเร็ว แต่ตัวเลข New Investment ของไทยยังสูงกว่า” ซีอีโอ WHA วิเคราะห์
วิเคราะห์: ไทยกำลังอยู่ในจังหวะ “หน้าต่างแห่งโอกาส”
แม้โลกจะเข้าสู่ยุคความเสี่ยงสูง ทั้งสงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันเทคโนโลยี แต่เสียงจากภาคเอกชนชี้ว่า ไทยยังมีโอกาสโดดเด่นหากรักษาสมดุลและเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด และทักษะแรงงาน
หากทำได้ ไทยไม่เพียงเป็น “ฐานการผลิต” แต่ยังสามารถก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ในอนาคต

