ในตลาด ธุรกิจอาหารเสริม ที่มีการแข่งขันดุเดือด การสร้างแบรนด์ให้แตกต่างและยั่งยืน ถือเป็นความท้าทายสำคัญ หนึ่งในแบรนด์ไทยที่กำลังมาแรงคือ BioActive+ ซึ่งก่อตั้งโดยสองผู้บริหารมากวิสัยทัศน์ “เมย์ – ดร.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซต 1984 จำกัด และ จี๋ – สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง แบรนด์ BioActive+ ที่ร่วมกันผลักดันโปรดักส์ตัวนี้ ให้ก้าวสู่เวทีโลก
ดร.วาสนา อินทะแสง หรือ “เมย์” เติบโตจากครอบครัวชาวนาที่ร้อยเอ็ด ก่อนสู้ชีวิตจนจบปริญญาตรีด้านการตลาด และต่อยอดด้วยปริญญาโท 2 ใบ รวมถึงกำลังศึกษาปริญญาเอก เส้นทางอาชีพของเธอเริ่มจากการเป็นนักปั้นแบรนด์ให้ดาราและเซเลบ จนก่อตั้ง Revomed Group ผู้ผลิตอาหารเสริมและความงามครบวงจร สร้างแบรนด์มาแล้วกว่า 5,000 แบรนด์ ปัจจุบัน Revomed มีรายได้ปี 2567 ราว 954 ล้านบาท แม้ยังขาดทุนจากการลงทุน แต่ก็ขยายโรงงานทั้งในไทยและนิวซีแลนด์ พร้อมสาขาที่เมียนมาร์ กัมพูชา และจีน
นอกจาก Revomed Group แล้ว ดร.วาสนายังบริหารธุรกิจในเครือ อาทิ บริษัท บีโนว่า โกลเบิล จำกัด ธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางที่มีรายได้ปี 2566 ประมาณ 52 ล้านบาท, Revomed Health และ Revomed Smart Warehouse ที่ลงทุนกว่า 400 ล้านบาท เพื่อยกระดับระบบผลิตและคลังสินค้าอย่างทันสมัย
สำหรับเธอ การสร้างแบรนด์ของตัวเองอย่าง BioActive+ มีความหมายยิ่ง เพราะสะท้อนคุณภาพและความเชื่อมั่นที่อยากส่งตรงถึงผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงแค่เป็นผู้ผลิตให้คนอื่น ขณะที่คุณสุทธิรักษ์ หรือ “จี๋” ผู้ร่วมก่อตั้ง ต้องเปลี่ยนบทบาทจากนักแสดงและนายแบบมาสู่ผู้บริหารธุรกิจ เรียนรู้และพิสูจน์ตัวเองในการสร้างแบรนด์และเข้าใจผู้บริโภค ทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดัน BioActive+ ให้เป็นแบรนด์อาหารเสริมไทยที่ก้าวไกลสู่ระดับโลก
จากโรงงานสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง
เมย์ – วาสนา เล่าว่า เส้นทางของ BioActive+ เริ่มต้นจากการทำธุรกิจโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่เติบโตต่อเนื่องกว่า 7 ปีโดยไม่เคยขาดทุน แต่เมื่อเผชิญความท้าทายจากหนี้สูญของลูกค้ารายใหญ่ เธอจึงตัดสินใจสร้าง แบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง

การมีแบรนด์ของตัวเองคือการสร้างความมั่นคงระยะยาว เราไม่สามารถพึ่งพาการเป็น OEM เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป BioActive+ แบรนด์อาหารเสริมจากนิวซีแลนด์ จึงถูกเลือกมาเป็นแบรนด์ที่ผุ้บริหารหญิงคนนี้ ตั้งเป้าปั้นให้เป็นที่รู้จักและยอมรับใยระดับโลก
แบรนด์ BioActive+ ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยเจ้าของชาวนิวซีแลนด์ ปัจจุบันมีอายุกว่า 40 ปี BioActive+ ถือเป็นแบรนดืดังที่นิวซีแลนด์ แต่ระยะหลังธุรกิจทำท่าซวนเซ เพราะไม่มีทายาทสืบถอด ผู้บริหารหญิงคนนี้จึงตัดสินใจซื้อแบรนด์ แล้วนำมาชุบตัวใหม่ให้เฟรซ พร้อมเติมคุณภาพอย่างเต็มที
จากนักแสดงสู่นักธุรกิจเต็มตัว
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนของแบรนด์คือ “จี่ – สุทธิรักษ์” ที่หลายคนรู้จักเขาในฐานะนักแสดงและนายแบบ ก่อนจะพลิกบทบาทสู่การเป็นผู้บริหารเต็มตัว กับ BioActive+
“การสร้างแบรนด์ไม่ง่ายเลย ผมต้องเรียนรู้ตั้งแต่ศูนย์ ทั้งด้านการตลาด การสื่อสาร และการเข้าใจผู้บริโภค จากเส้นทางในวงการบันเทิงที่เคยอยู่หน้ากล้อง วันนี้ผมต้องต่อสู้กับความท้าทายใหม่ ๆ ในฐานะนักธุรกิจ ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งก็โชคดีที่มีพี่เลี้ยงเก่งอย่างคุณเมย์ สิ่งนี้เองที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

ในมุมมองของ “จี่ – สุทธิรักษ์” เขาอยากให้คนมองอาหารเสริมไม่ใช่แค่การ ‘กินยา’ แต่เป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่อร่อย เพลิดเพลิน และเห็นผลจริง
กลยุทธ์การบริหารที่เดินไปด้วยกัน
สองผู้บริหารแบ่งบทบาทชัดเจน คุณเมย์ ทำหน้าที่ Operation Management (Finance, Production, Strategy), ขับเคลื่อนธุรกิจ เป็นคนสื่อสารออกสื่อบ่อยเพราะอธิบายสิ่งใหม่ได้ชัด ส่วน คุณจี๋ ทำหน้าที่ Branding, Marketing, Strategy & Product ร่วมกันกับคุณเมย์สื่อสารถึงผู้บริโภค
“สิ่งสำคัญคือการเสริมจุดแข็งกันและกัน เรามีเป้าหมายเดียวกันคือการผลักดัน BioActive+ ให้กลายเป็น แบรนด์อาหารเสริมระดับโลก” ดร.วาสนากล่าว
ความจริงใจคือหัวใจของแบรนด์
ทั้งคู่ยืนยันตรงกันว่า จุดแข็งของ BioActive+ คือ ความจริงใจและความโปร่งใส
“เราใส่ส่วนผสมจริงตามที่ระบุไว้บนฉลาก เพราะเชื่อว่าความเชื่อใจจากผู้บริโภคมีค่ามากกว่าโฆษณาเกินจริง การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริง” ดร.วาสนาเน้นย้ำ
“จี่ – สุทธิรักษ์” อธิบายเพิ่มเติมว่า จริงๆ มัน Challenge ตั้งแต่แรกเลย เราไม่ได้อยากจะ Mention ว่าอันนี้คือแบรนด์คนไทย แต่เราต้องการให้ทุกคนมีความเชื่อถือ สุดท้าย คือ การพยายามยึดหลักการที่จริงใจที่สุด Marketing Plan ของพวกเราคือโชว์ส่วนผสมทุกอย่างให้ผู้บริโภคดู ว่าเรากำลังจะส่งต่ออะไรให้ถึงมือเขา
Challenge สำหรับผม ผมถือว่าผมเป็นเด็กน้อยมากๆ ในโลกของธุรกิจ มันมีหลายอย่างที่ผมต้องเรียนรู้อีกเยอะมากๆ แต่ก็โชคดีที่ได้โค้ชดี ได้พี่เมย์คอยแนะนำตลอด ได้ทีมดี มี Power มีแรงใจ ช่วยขับเคลื่อน แต่โดยส่วนตัว แม้ผมจะเป็นคนที่อินเรื่อง Supplement เรื่องการดูแลตัวเองมากๆ อ่านเยอะ อ่านวิจัยมาก แต่พอมาอยู่ตรงนี้ มันทำให้เรายิ่งต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมากเป็น 3 – 4 เท่า ทั้งเรื่องงานวิจัย และเรื่องตัวเลข ที่เป็นเรื่องที่หนีไม่ได้ ก็พยายามที่จะต้องเรียนรู้เสมอ ฝึกฝนกับทีม ก็พยายามเรียนรู้และปรับตัวให้มากขึ้นในทุกๆ วัน
ก้าวต่อไปสู่เวทีโลก
ปัจจุบัน รายได้ของบริษัทมาจากแบรนด์ BioActive+ ประมาณ 60% และ OEM 40% โดยตั้งเป้าใน 5 ปีข้างหน้า ให้แบรนด์เติบโตเป็น 65% ของรายได้ทั้งหมด พร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยตลาดในไทย ปลายปีนี้ จะได้เห็น BioActive+ วางขายที่ 7-11 ชิ้นละ 59-79 บาท แน่นอน
BioActive+ เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาสู่ตลาด แล้วเราอยากให้แบรนด์นี้ไปในจุดที่เป็น Global Expansion จริงๆ มันเป็นอะไรที่ถ้ามันเกิดขึ้น เราจะภูมิใจ แล้วก็เขย่าเศรษฐกิจของเราได้ เพราะว่าจริงๆ เป้าหมายตัวเลข เรามอง 5 ปี ยังไงเราต้องมีตัวเลขสัก 20,000 ล้านได้ ประเทศไทยเรามองว่า 5,000 ล้าน เราทำได้ ปีนี้เราจบจริงๆ 2,000 ล้าน เพราะฉะนั้น 5,000 ล้านไม่ได้มากเกินไปสำหรับประเทศไทย แต่ Global เมย์อยากทำ Market Cap แสนล้านในลำดับ Global สิ่งที่อยากเห็น คืออยากเห็นธุรกิจในกลุ่ม Health and Beauty ไปอยู่ตรงนั้น แล้วเราคนไทยทำได้ แล้วมันเป็นอะไรที่พวกเราน่าจะภูมิใจและได้ผลิตสิ่งที่ดีๆ ให้กับ User — เมย์ – วาสนา กล่าว
“BioActive+ ไม่ใช่แค่แบรนด์อาหารเสริม แต่เป็นสัญลักษณ์ของ ศักยภาพคนไทยที่สามารถสร้างแบรนด์สู่ระดับโลกได้” นั่นคือสิ่งที่ “จี่ – สุทธิรักษ์” ย้ำ
เรื่องราวของ BioActive+ คือบทพิสูจน์ว่า การสร้างแบรนด์ด้วยความจริงใจ การแบ่งบทบาทผู้บริหารที่ชัดเจน และการมองไกลสู่อนาคต สามารถพาธุรกิจอาหารเสริมไทยให้เติบโตได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากเส้นทางของ ดร.วาสนา ที่เชื่อมั่นในพลังของการมีแบรนด์ของตัวเอง ไปจนถึงการเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ของ คุณสุทธิรักษ์ จากวงการบันเทิงสู่ธุรกิจเต็มตัว ทำให้ BioActive+ เป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองในเวทีโลก

