“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” สร้างต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ดึงโรงเรียนและเยาวชนร่วมเปลี่ยนวิธีจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่าน “School Waste Management” สร้างความรู้การคัดแยกบรรจุภัณฑ์ เชื่อมขยะกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งเป้าลดขยะฝังกลบเป็นศูนย์ พร้อมขยายเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองคาร์บอนต่ำไม่ได้เกิดขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ “พฤติกรรม” ของคนในพื้นที่ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรและการคัดแยกขยะให้กับเยาวชนตั้งแต่ในโรงเรียน
หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดภายใต้ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” (Saraburi Sandbox) ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันจังหวัดสระบุรีสู่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย คือ “โครงการบริหารจัดการขยะภายในโรงเรียน” (School Waste Management) ที่นำแนวคิดการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเข้าไปสู่สถานศึกษา เพื่อสร้างทั้งความรู้และพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้กับคนรุ่นใหม่
โครงการดังกล่าวขยายผลจากโครงการเก็บกลับ-รีไซเคิล โดยมุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และผลักดันเป้าหมาย ลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตามหลัก เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานนำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) ในฐานะผู้ดำเนินงานด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมด้วย สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) และศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รวมถึงภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนการจัดการขยะในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
เป้าหมายสำคัญไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเพิ่มปริมาณขยะเข้าสู่ระบบรีไซเคิล แต่ต้องการสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างถูกวิธี พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และเปิดพื้นที่ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมในอนาคต
เปิด School Waste Management ที่มวกเหล็ก ปั้นโรงเรียนต้นแบบจัดการขยะ
ศันสนา มลายอริศูนย์ ผู้จัดการบริหารกิจกรรมโครงการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ส่งมอบชุด “ถังคัดแยกบรรจุภัณฑ์” ให้แก่โรงเรียนซับน้อยเหนือวิทยาคม อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องขยะจากภาคทฤษฎีไปสู่การทดลองและลงมือทำจริง ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การคัดแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างถูกวิธี ก่อนต่อยอดผ่านกิจกรรมเกม “ซื้อ ใช้ จัดการ” และ “แยกให้ดี ทิ้งให้ถูก” ซึ่งออกแบบให้เรื่องการคัดแยกขยะและการจัดการทรัพยากรเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก และเข้าใจง่ายสำหรับเยาวชน
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนเห็นวงจรของบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่การซื้อสินค้า การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการบริโภค ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะหากบรรจุภัณฑ์ถูกแยกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง วัสดุที่ยังมีมูลค่าก็สามารถถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและหมุนเวียนเป็นทรัพยากรได้อีกครั้ง
จากขวดพลาสติก-กระป๋อง สู่ทรัพยากรที่สร้างมูลค่าได้อีกครั้ง
ภายในงานยังจัดกิจกรรมรับซื้อบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว อาทิ ขวดพลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม ลังกระดาษ และขวดแก้ว เพื่อนำวัสดุเหล่านี้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและหมุนเวียนใช้ประโยชน์อีกครั้ง

แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เยาวชนเห็นว่า “ขยะ” ที่ถูกคัดแยกอย่างถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงของเหลือทิ้ง แต่สามารถกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิตใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดหรือฝังกลบ ขณะเดียวกันวัสดุรีไซเคิลยังสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบวงจรปิด โดย TIPMSE ระบุถึงแนวทาง Closed Loop Packaging (CLP) ซึ่งเชื่อมโยงการจัดการบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับไปเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมอีกครั้ง

ขยายเครือข่ายโรงเรียน สร้างระบบจัดการขยะจากห้องเรียนสู่ชุมชน
การดำเนินโครงการครั้งนี้ยังมีผู้แทนจากโรงเรียนในเครือข่าย โครงการสานอนาคตการศึกษา (Connext ED) ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการขยะภายในสถานศึกษา
เป้าหมายคือการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน ต่อยอดการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ และขยายองค์ความรู้ด้านการคัดแยกและบริหารจัดการขยะออกไปในวงกว้าง จากนักเรียนสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคม
การสร้างระบบ School Waste Management จึงมีความหมายมากกว่าการตั้งถังคัดแยกขยะภายในโรงเรียน เพราะหัวใจสำคัญคือการสร้างความเข้าใจว่า “ทรัพยากร” ทุกชิ้นมีคุณค่า และการตัดสินใจว่าจะทิ้งอย่างไรตั้งแต่ต้นทาง สามารถกำหนดได้ว่าวัสดุนั้นจะกลายเป็น “ขยะ” หรือสามารถกลับเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจได้อีกครั้ง

หากแนวทางดังกล่าวสามารถขยายผลไปยังโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นอีกหนึ่งกลไกจากระดับฐานรากที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Zero Waste to Landfill และการขับเคลื่อน สระบุรีแซนด์บ็อกซ์สู่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ผ่านการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

