บ้านปู ต่อยอดโครงการ BC4C สู่ “Precision Coaching” ยกระดับกิจการเพื่อสังคมไทยด้วยพลังการโค้ชแบบเฉพาะบุคคล หนุนธุรกิจชุมชน “เพลินไพร” จากเกษตรอินทรีย์ สู่แบรนด์ Wellness ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านรายได้ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
บ้านปูเดินหน้าปลดล็อกศักยภาพ SE ด้วย “โค้ชชิ่งเชิงลึก”
รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา โครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้บ่มเพาะผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) กว่า 100 ทีมทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาในสองระยะคือ Incubation Program และ Acceleration Program

ปีล่าสุด บ้านปู ได้ปรับแนวทางจากการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุน มาสู่การโฟกัส “คุณภาพการเติบโต” ของแต่ละกิจการอย่างลึกซึ้ง ด้วยกระบวนการ Precision Coaching หรือ “การโค้ชแบบเฉพาะบุคคล” ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับจริต บริบท และเป้าหมายของแต่ละธุรกิจโดยตรง
“บ้านปูในฐานะ Co-Pilot มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมศักยภาพให้สามารถเติบโตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน”
‘เพลินไพร’ จากสมุนไพรพื้นถิ่น สู่แบรนด์ Wellness ของชุมชนชัยภูมิ
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ คือ “เพลินไพร” วิสาหกิจเพื่อสังคมจากอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ก่อตั้งโดย นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต แพทย์ชนบท ผู้เห็นปัญหาสุขภาพจากเกษตรเคมี และต้องการสร้าง “ทางเลือกใหม่” ให้ชุมชนผ่านเกษตรอินทรีย์

เพลินไพรจึงเริ่มจากการปลูกและแปรรูปสมุนไพรพื้นถิ่น เช่น ขมิ้น ไพล และมะกรูด โดยมีเป้าหมายให้สมุนไพรเหล่านี้เป็น “ยารักษาชีวิตของคนและของแผ่นดิน” พร้อมตั้งโรงงานผลิตและรับซื้อผลผลิตจากเครือข่ายเกษตรกรในราคายุติธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีวัตถุดิบคุณภาพดีและจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เพลินไพรยังขาดทักษะด้าน แบรนด์ การตลาด และการสื่อสารคุณค่า สู่ผู้บริโภควงกว้าง จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ BC4C เพื่อ “อัปเกรดธุรกิจ” ให้เติบโตอย่างมีระบบ

Precision Coaching: จากความตั้งใจดี สู่แบรนด์ที่ยืนได้ในตลาด
ภายใต้การโค้ชโดย โค้ชเอก – สุพลชัย กีรติขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ เพลินไพรได้รับการพัฒนาใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
- พลิกโมเดลธุรกิจ (Business Model)
จากขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร → สู่การสร้าง “ประสบการณ์สุขภาพ” ผ่าน Wellness Tourism โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยง สุขภาพ–ชุมชน–สิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน
2. ปรับทิศทางแบรนด์ (Brand Model)
วางตัวตนแบรนด์ใหม่ให้ชัดเจน และสร้างคอนเทนต์ที่ให้คุณค่า เช่น บทความเรื่อง Ultra-processed food ที่กลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมกว่า 1 ล้านครั้ง ทำให้ผู้ติดตามเพจ Facebook เพิ่มจาก 3,000 เป็นกว่า 11,000 คน ภายใน 3 เดือน
3. วางกลยุทธ์การสื่อสาร (Communication Strategy)
กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก (ผู้รักสุขภาพวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป) พร้อมสร้าง Brand Storytelling ที่เข้าถึงใจผู้บริโภค
ผลลัพธ์ที่ได้คือ รายได้เติบโตเฉลี่ย 65% ภายใน 3 เดือน พร้อมการขยายเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจาก 50 เป็น 80 คน

โมเดลธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมชุมชน
จุดเด่นของเพลินไพร คือการออกแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง — กว่า 65% ของรายได้ทั้งหมดไหลกลับสู่พื้นที่ ในรูปแบบค่าผลผลิตและค่าแรงงาน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพลินไพรได้สร้างรายได้รวมกว่า 3 ล้านบาท ให้กับชุมชน
นอกจากนี้ เพลินไพรยังต่อยอดสู่โมเดล “Wellness Tourism” ผ่านโครงการ “เพลินไพรโฮม” และ “อิคิไก แอท หนองบัวระเหว” ซึ่งเป็นทริปสุขภาพ 3 วัน 2 คืน ที่ดึงคนเมืองมาสัมผัสวิถีอินทรีย์ พร้อมสร้างอาชีพใหม่ให้คนในท้องถิ่น
นายแพทย์นรุตม์ กล่าวว่า การดำเนินงานของเพลินไพร เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ต่อยอด งานไหนที่ทีมงานไม่ถนัด ก็จะเชื่อมโยงไปสู่ผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาช่วยเสริม ทำให้ปัจจุบัน สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนได้อย่างหลากหลาย
ความตั้งใจคือการเพิ่มรายได้เฉลี่ยให้เกษตรกรอย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตและลดการย้ายถิ่น สิ่งที่ดำเนินการมา ทำให้เกิด ผลกระทบเชิงสังคมและความยั่งยืน 5 ด้าน คือ 1. ลูกค้า: ได้รับความรู้และสุขภาพที่ยั่งยืน. 2. เกษตรกร: มีรายได้เพิ่ม. 3. คนในชุมชน: ไม่ย้ายถิ่นฐาน (ลดปัญหาครอบครัวแหว่งกลาง). 4. สังคมโดยรวม: มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น. 5. สิ่งแวดล้อม: ขยายพื้นที่เกษตรยั่งยืน (ไม่ใช้สารเคมี ไม่เผา) ลดการเกิด PM 2.5 และฟื้นฟูธรรมชาติ

แผนการขยายผลในอนาคต เพลินไพรมีแผนที่จะขยายตัวผ่านธุรกิจ Wellness ชุมชน โดยการจัดอบรมคนและพัฒนาองค์ความรู้ในการดึงศักยภาพท้องถิ่น (เช่น การประเมินธาตุ) แล้วขยายโมเดลนี้ออกไปเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับชุมชนอื่นที่สนใจทำธุรกิจ Wellness
คุณหมอ ระบุว่า เพลินไพรยังต้องการความช่วยเหลือด้านความรู้ทางการเงิน (Finance) ในเชิงลึก ที่เกินกว่าระบบบัญชี เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) และการตั้งราคาแต่ละผลิตภัณฑ์/คอร์ส
บ้านปู: เชื่อมพลังธุรกิจ–ชุมชน สู่ความยั่งยืนจริง
บ้านปูมองว่า ผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคมคือ “ฟันเฟืองเศรษฐกิจฐานราก” ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืนได้จริง
“เราสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านทั้งความรู้ เครื่องมือ และเครือข่าย เพื่อให้สามารถยืนได้ด้วยตนเอง และกลายเป็นต้นแบบของการเติบโตที่มั่นคง พร้อมส่งต่อประโยชน์ให้ชุมชนรอบข้างได้อย่างแท้จริง” — รัฐพล กล่าว
เพราะที่ “บ้านปู” เชื่อมั่นว่า “ความยั่งยืนเริ่มต้นจากคน” และเมื่อคนมีศักยภาพ อนาคตที่ยั่งยืนก็เกิดขึ้นได้จริง ซึ่ง BC4C พร้อมที่จะเชื่อมโยงผู้บริหารบ้านปูที่มีความเชี่ยวชาญมาเป็นโค้ช อย่างเช่น ความต้อองการความรู้ด้านการเงินของเพลินไพร บ้านปูจะเชื่อมโยงความรู้จากแหล่งต่างๆ เข้ามาเสริม โดยบ้านปูร่วมเดินเคียงข้างผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ด้วยพลังของการโค้ชชิ่งเชิงลึก สู่การปลดล็อกศักยภาพ “เพลินไพร” ธุรกิจชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสมุนไพรและแนวคิดเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างแบรนด์ให้เติบโตไปพร้อมชุมชนได้อย่างยั่งยืน

รัฐพล กล่าวว่า ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมที่กระจายตัวอยู่ในชุมชนคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศผ่านการจ้างงานที่ช่วยสร้างรายได้ ผ่านการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างธุรกิจที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ “บ้านปูมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต (Embracing Potential, Energizing People) ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ ผ่านกลไกการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม โดยกลไกดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การให้ความรู้ วิธีคิดและเครื่องมือบริหารจัดการธุรกิจ การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือและแหล่งทุน เพื่อให้การสนับสนุนทุกขั้นตอนเกิดผลลัพธ์จริงและต่อยอดได้ในระยะยาว SE
บ้านปู เชื่อว่า เมื่อผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องและเหมาะสม พวกเขาจะสามารถยืนได้ด้วยตนเอง และกลายเป็นต้นแบบของการเติบโตอย่างมั่นคงและส่งต่อประโยชน์ให้กับชุมชนรอบข้างได้อย่างแท้จริง

