WHA Group จัดหนัก 5 ภารกิจหลักภายใต้กรอบ ESG ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน เผยจากยออดรายได้รวมเกือบ 1.5 หมื่นล้านปี 2024 คิดเป็นรายได้จาก Green Business 1,000 ล้าน และคาดว่าปี 2025 จะขยับเป็น 1,500 ล้าน จากธุรกิจโมบิลิตี้และ การติดตั้งโซล่าเซลล์ที่จะเพิ่มอีกกว่า 100 เมกกะวัตต์
จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group ระบุว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่คือเส้นทางการเติบโตของ WHA ที่พร้อมพลิกความเปลี่ยนแปลงของโลกให้เป็นโอกาสธุรกิจ ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
WHA Group ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารจัดการโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชัน และโมบิลิตี้แบบครบวงจร เดินหน้าธุรกิจใน 5 ภารกิจหลัก ภายใต้แนวทาง ESG เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ พร้อมตอกย้ำบทบาทองค์กรเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (Tech & Sustainable Company)

จรีพร กล่าวว่า ในปี 2024 WHA มีรายได้รวม 14,303 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนของธุรกิจที่เป็น Green ราว 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาทในปีนี้ โดยเพิ่มสัดส่วนมาจากธุรกิจโมบิลิตี้ที่ขยายเพิ่มเติม รวมทั้งธุรกิจโซล่าเซลล์ ที่จะเพิ่มขึ้นอีกว่า 100 เมกกะวัตต์และคาดว่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท
“การคิดรายได้ในส่วนของ Green เราคำนวณจากรายได้เรื่องของโซล่า และ Mobiloty รวมทั้งการลงทุนเรื่องของน้ำ ที่มีการนำกลับมาใช้ใหม่ ลดต้นทุน ส่วนอื่นๆ เช่น ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม แม้เราจะทำเป็น Smart Eco แต่ยังมีเรื่องของที่ดิน ที่นับเป็น Green ไม่ได้ หรือโลจิสติกส์ที่ปล่อยเช่าอาคาร ก็ยังไม่ใช่ Green ถึงเราจะเป็น Green Building ก็ตามแต่ว่า building ไม่ได้กรีนทั้งหมด”
วิสัยทัศน์ Net Zero และ Circularity 100%
WHA Group ตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1, 2 และ 3 โดย WHA ได้นำกรอบ SBTi มาใช้เพื่อกำหนดเป้าหมาย มุ่งเป้าไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แน่นอนใน Scope 1, 2 โดยจะทำได้ 42% ในปี 2030 และ 90% ภายในปี 2050 และลดความเข้มของการปล่อยมลพิษใน Scope 3 สำหรับการลงทุน โดย 74% ภายในปี 2030 และ 90% ภายในปี 2050 จากปีฐาน 2021 พร้อมเดินหน้าเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยเป้าหมายการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ 100% และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดผลกระทบเชิงบวกสุทธิ (Biodiversity Net Positive Impact)

การดำเนินงานทั้งหมด รวมถึงการขยายการลงทุนใหม่ๆ ของ WHA Group สอดคล้องไปกับ Thailand Taxonomy ภาคพลังงาน ที่มี 4 หัวข้อในการคัดเลือกคือ 1. กิจกรรมนั้นต้องสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2. มีความพร้อมของเทคโนโลยีที่เป็นไปได้จริง 3. กิจกรรมเหล่านั้นต้องสอดล้องกับนโยบายของประเทศไทย และ Taxonomy ประเทศอื่น ๆ และ 4. การเลือกกิจกรรมต้องมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้เกิดการเติบโตทาง GDP ของประเทศ นอกจากนี้ การลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่ของ WHA ยังเป็นการลงทุนที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ดูแลคน เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และมีธรรมาภิบาลที่ดี
โครงการ WHA Clean Water for Planet: โมเดลน้ำยั่งยืน
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ โครงการ “WHA Clean Water for Planet : Powering Industry, Sustaining Life” ต้นแบบระบบนิเวศน้ำที่ยั่งยืน เชื่อมโยงอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมรองรับความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนและวิกฤตทรัพยากรน้ำ ทั้งยังมุ่งบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยี AI, IoT และ Smart Meter เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ 25 ล้าน ลบ.ม./ปี ภายในปี 2572

5 ภารกิจหลักสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
- Green Mobility
พัฒนาโซลูชันด้านการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และแพลตฟอร์ม Mobilix ครอบคลุมบริการเช่า EV, สถานีชาร์จ และซอฟต์แวร์บริหารจัดการ โดยตั้งเป้าให้บริการ EV 20,000 คัน ภายในปี 2572 ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 280,000 ตัน CO2e/ปี
- Water Conservation Program
สร้างระบบจัดการน้ำครบวงจร ครอบคลุมการจัดหาน้ำดิบ ผลิตน้ำอุตสาหกรรม บำบัดน้ำเสีย และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ผ่านโครงการต้นแบบ เช่น บึงประดิษฐ์วังโตนด และกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ในโรงเรียน
WHA Group ตั้งเป้าบริหารจัดการน้ำรวม 173 ล้าน ลบ.ม. ในปี พ.ศ. 2568 และลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งเทียบเท่าการใช้น้ำของประชากรกว่า 685,000 คน พร้อมต่อยอดการบริหารจัดการน้ำในอุตสาหกรรมไปสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการบึงประดิษฐ์ วังโตนด ในเขตเทศบาลตำบลหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี บนพื้นที่ 15 ไร่ มีความสามารถบำบัดน้ำเสียได้ถึง 400 ลบ.ม. ต่อวัน และสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ถึง 2 เท่า เป็น 800 ลบ.ม. ต่อวัน รับน้ำเสียจากชุมชนหนองคล้า มาทำการบำบัดโดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติ โครงการสายสืบสิ่งแวดล้อมด้วยการอบรมให้ความรู้ นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2567 มีการอบรมให้ความรู้กับเด็กนักเรียนจำนวน 892 คน จำนวน 8 โรงเรียน โดยรอบนิคมฯ
- Decarbonization Solutions
เร่งติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง Solar Rooftop, Floating และ Solar Farm พร้อมเป้าหมาย Private PPA สะสม 1,200 เมกะวัตต์ในปี 2572 ลดคาร์บอนกว่า 683,000 ตัน CO2e/ปี และประหยัดค่าไฟให้ลูกค้า 1,860 ล้านบาท/ปี
WHA เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล โดยจะเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งจากโซลาร์ในปี พ.ศ. 2568 อีก 1.6 เมกะวัตต์ ประหยัดค่าไฟได้ 6.2 ล้านบาทต่อปี การขยายธุรกิจพลังงานทดแทนด้วยเป้าหมายสัญญา Private PPA สะสม 657 เมกะวัตต์ในปี พ.ศ. 2568 และ 1,200 เมกะวัตต์ในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งจะลดก๊าซเรือนกระจก 683,000 ตัน CO₂e สร้างรายได้กว่า 5,600 ล้านบาทต่อปี และประหยัดค่าไฟให้ลูกค้า 1,860 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังได้นำนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงานต่างๆ มาใช้กับอาคารคลังสินค้า อาคารสำนักงานใหญ่ ระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และต่อยอดเป็นธุรกิจด้วยการนำเสนอโซลูชันประหยัดพลังงานให้แก่ลูกค้า รวมไปถึงการตั้งเป้าเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจากเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่า 33% ของยานพาหนะทั้งหมดในปี พ.ศ. 2568 และดำเนินกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่สีเขียวของนิคมอุตสาหกรรมร่วมกับพันธมิตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

- Green Construction
พัฒนาอาคารตามแนวทาง LEED และ Passive Design ใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และวัสดุรีไซเคิล ตัวอย่างเช่น WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ ได้รับการรับรอง LEED Gold และสามารถลดน้ำ-พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
WHA Group บูรณาการแนวทางด้านความยั่งยืน ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุ รีไซเคิล การให้ความสำคัญกับการจัดการของเสีย และการออกแบบเพื่อสร้างความยืดหยุ่น ความทนทาน และประสิทธิภาพ ตัวอย่างความสำเร็จคือคลังสินค้า WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 (อาคาร B) ขนาดพื้นที่ 27,212 ตร.ม. ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Gold เวอร์ชั่น 4.1 BD+C ด้วยเทคนิคการออกแบบและพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Passive Design ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน พร้อมกับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 140,000 กิโลกรัมคาร์บอนต่อปี
การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดน้ำ โดยคาดว่าจะสามารถลดการใช้น้ำประปาได้มากกว่า 50% หรือประมาณ 358,000 ลิตรต่อปี นอกจากนี้ ยังมีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในอาคารที่เป็นผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำหรือวัสดุรีไซเคิลเพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับ WHA Tower ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีพื้นที่สำนักงานโปร่งโล่งสูง 2.9 เมตร พร้อมกระจก 3 ชั้นที่กันความร้อนได้ 70% ช่วยประหยัดพลังงานจากระบบปรับอากาศ และรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในอาคาร ทั้งอาคารติดตั้งหลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานได้ถึง 50%
นอกจากนี้ ในการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่ ได้มีการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำในการก่อสร้าง ได้แก่ ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ซึ่งเป็นปูนซีเมนต์ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 30% การใช้ โพลิเมอร์เสริมความแข็งแรงด้วยใยแก้ว (Glass Fiber Reinforced Polymer) แทนเหล็กเส้น ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 90%

- Waste Management by 3R
นำนโยบาย Reduce, Reuse, Recycle ไปใช้จริง เช่น โครงการ WeCYCLE, การเปลี่ยนขวด PET เป็นกระเป๋านักเรียน และ SAF จากน้ำมันใช้แล้ว รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมที่ผลิตไฟฟ้ากว่า 54,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงในปี 2567
สำหรับโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการแล้ว อาทิ โครงการนำคอนกรีตเหลือใช้มาหล่อบล็อกทางเดินที่สามารถลดปริมาณคอนกรีตเหลือใช้ได้ 191 ตัน โดยนำมาผลิตเป็นบล็อกปูพื้นรีไซเคิลได้ 5,500 บล็อก โครงการแปรรูปกากตะกอนเป็นปุ๋ยบำรุงดิน และโครงการรีไซเคิลไส้กรองน้ำเป็นตัวกั้นล้อและขอบคอนกรีต โครงการชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ (CCE) หรือโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ที่ในปี พ.ศ. 2567 สามารถกำจัดปริมาณขยะได้ 120,913 ตัน และเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 54,823 เมกะวัตต์ชั่วโมง รวมถึงโครงการ WeCYCLE ที่ดำเนินตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเน้นการคัดแยกขยะภายในพื้นที่่ดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Recycle และ Upcycle ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เช่น การเปลี่ยนขวด PET เป็นกระเป๋านักเรียนลดขวดพลาสติกได้ 68 ตัน แปรรูปกระดาษใช้แล้วเป็นสื่อการเรียนรู้ ช่วยลดขยะจากกระดาษได้ 176 ตัน และเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) สามารถลดของเสียจากน้ำมันใช้แล้วได้ 2 ตัน ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนในบรรยากาศได้รวมทั้งหมด 378 ตัน CO₂e การมีส่วนร่วมของบริษัทต่างๆ กว่า 126 แห่งอ
สร้างคุณค่าร่วมกับสังคม
WHA Group ยังเสริมความแข็งแกร่งด้าน CSR ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ การศึกษา, สุขภาพ, สิ่งแวดล้อม และอาชีพ เช่น โครงการ Solar Rooftop ในโรงเรียน, โครงการ E-Job Pool, โครงการปลูกป่า และส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น

“เราไม่มองความยั่งยืนเป็นต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต” – จรีพร จารุกรสกุล
แนวทางของ WHA Group สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘WHA : We Shape The Future’ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงการสร้างรากฐานให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

