Trina Solar ผู้ประกาศเปิดตัวโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงานรุ่นล่าสุด ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอกย้ำบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
โซลูชันพลังงานสะอาดแบบครบวงจร รับมือความต้องการที่เติบโตเร็วในไทย
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ภายในปี 2593 และ “การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ภายในปี 2608 ทำให้ความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโซลูชันที่สามารถ ผสานระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ — และนี่คือจุดแข็งที่ Trina Solar พร้อมส่งมอบ
เปิดตัวนวัตกรรมไฮไลต์: โซลาร์เซลล์ Vertex N และระบบกักเก็บพลังงาน Elementa 2 Pro
Trina Solar นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน SNEC 2025 ที่เซี่ยงไฮ้ โดยมีไฮไลต์ดังนี้:
- โมดูล Vertex N i-TOPCon Ultra
เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ขั้นสูง มาพร้อมประสิทธิภาพสูงสุด 24.8% รุ่น NEG21C.20 ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 760 วัตต์ ออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนพลังงานเฉลี่ยต่อหน่วย (LCOE) และเหมาะกับสภาพแวดล้อมของไทย
- Elementa 2 Pro
ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาด 5 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ใช้เซลล์ 314Ah ที่สามารถชาร์จซ้ำได้กว่า 10,000 ครั้ง พร้อมระบบป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP67, ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบระบายความร้อนแบบไฮบริดที่ลดการใช้พลังงานลงถึง 30%

โซลูชันสำหรับที่พักอาศัย
ระบบกักเก็บพลังงานแบบแยกส่วน เริ่มต้นที่ 5.12 kWh และสูงสุดถึง 25.6 kWh รองรับได้ทั้งเฟสเดียวและสามเฟส พร้อมคุณสมบัติความปลอดภัยระดับสูง ตอบโจทย์การใช้งานในบ้าน ทั้งในเขตเมืองและชนบท
เสริมความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจไทย พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า
โซลูชันของ Trina Solar ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถ เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้า หรือใช้งานแบบออฟกริดในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลาง ของ Trina Solar กล่าวถึงความพร้อมของบริษัทว่า
“ตลาดพลังงานสะอาดของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Trina Solar พร้อมตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยระบบพลังงานแบบครบวงจรที่ปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของไทย พร้อมสนับสนุนพันธมิตรในการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”

