TIPAK ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold” ลงทุนเทคโนโลยีอัตโนมัติ ขยายกำลังผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูก พร้อมรุกตลาดอาหาร-เครื่องดื่มและอีคอมเมิร์ซ รับเทรนด์ ESG และดีมานด์บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่เติบโตต่อเนื่อง
วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold” ขับเคลื่อนนวัตกรรม High Value
วีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK กล่าวว่า แผนปี 2569 บริษัทมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” ผ่านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบครบวงจร
หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้าง นวัตกรรมมูลค่าเพิ่ม (High Value) เช่น เพิ่มคุณสมบัติป้องกันความชื้น เสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง ใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับมาตรฐานสากล เป้าหมายคือการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะอุตสาหกรรม และผลักดัน TIPAK สู่ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของไทย

ลงทุนเทคโนโลยีอัตโนมัติ ดันกำลังผลิตแตะ 150,000 ตัน/ปี
TIPAK วางเกมรุกผ่านการลงทุนในโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ ด้วยเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ เช่น เครื่องพิมพ์กระดาษลูกฟูก เครื่องตอกปะกาว เครื่องมัดอัตโนมัติ เครื่องกำเนิดไอน้ำ
วีรชัย กล่าวว่า TIPAK วางเป้าหมายกำลังการผลิตใหม่ แผ่นกระดาษลูกฟูก 150,000 ตัน/ปี (จากเดิม 140,000 ตัน/ปี) กล่องกระดาษลูกฟูก 220 ล้านกล่อง/ปี (จากเดิม 192 ล้านกล่อง/ปี) อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 62.84% การขยายกำลังผลิตนี้รองรับคำสั่งซื้อแบบ Made to Order ที่เพิ่มขึ้น และเสริมความสามารถการแข่งขันเชิงรุกในอุตสาหกรรม
“การลงทุนครั้งนี้ TIPAK มุ่งยกระดับการผลิตให้มีความทันสมัยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ…ช่วยให้บริษัทฯ บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว” วีรชัย กล่าว

บริหารต้นทุน-ความเสี่ยง รับมือราคาวัตถุดิบผันผวน
บริษัทเดินหน้าวางระบบบริหารความเสี่ยงด้านราคากระดาษม้วน โดยติดตามราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนจัดซื้อและบริหารสต๊อกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดกลยุทธ์ราคาให้สอดคล้องต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันและความสัมพันธ์ลูกค้า
ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS คาดการณ์ว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศปี 2569 จะเติบโต 1.5% – 2.9% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก:
- เทรนด์ ESG & Sustainability
- ความต้องการบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล/ย่อยสลายได้
- การเติบโตของ E-Commerce
- นวัตกรรม เช่น RFID และโซลูชันยืดอายุอาหาร
ปัจจัยเหล่านี้กำลังเปลี่ยน “บรรจุภัณฑ์” จากต้นทุน เป็น “เครื่องมือสร้างมูลค่า”

บรรจุภัณฑ์กระดาษ โครงสร้างพื้นฐานของห่วงโซ่อุปทาน
ทิฆัมพร มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TIPAK ระบุว่า บรรจุภัณฑ์ลูกฟูกยังเป็นสินค้าจำเป็นในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ลูกฟูก มีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ ความแข็งแรง ทนแรงกระแทก น้ำหนักเบา ขนส่งง่าย ต้นทุนต่ำกว่าวัสดุอื่น และยังรีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์สามารถเติบโตได้ ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
โมเดลธุรกิจ B2B + One-Stop Service สร้างความได้เปรียบ
TIPAK ดำเนินธุรกิจแบบ Business-to-Business (B2B) โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก 2 กลุ่ม:
1. แผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet Board) เป็นผลิตจากกระดาษคราฟท์ รองรับการออกแบบหลากหลายตามความต้องการลูกค้า
2. กล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) เช่น RSC (Regular Slotted Container) OSC (Overlap Slotted Container) Full Telescope พร้อมบริการเสริม ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ ออกแบบกราฟิก เทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูง ทั้งหมดรวมเป็น One-Stop Service ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์สินค้า
ขยายฐานลูกค้า ดันรายได้เติบโตต่อเนื่อง
TIPAK ตั้งเป้าขยายลูกค้าไปยังกลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม เกษตร E-Commerce โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,537.22 ล้านบาท โดยเป็นลูกค้าในประเทศ 100% และลูกค้า Active มากกว่า 775 ราย ในปี 2568 บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกที่มียอดขายเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย
แผนปี 2569 ของ TIPAK สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ให้บริการโซลูชัน” ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ในระยะยาว ผู้เล่นที่สามารถ ควบคุมต้นทุน พัฒนานวัตกรรม ตอบโจทย์ ESG จะเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาด ซึ่ง TIPAK กำลังวางตำแหน่งตัวเองในจุดนั้นอย่างชัดเจน

