มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอกย้ำบทบาท “ผู้นำด้านความยั่งยืน” ของประเทศ จัดพิธีมอบรางวัล TGDA 2026 เวทีประกวดนวัตกรรมสีเขียวระดับชาติ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน มุ่งผลักดันงานวิจัยและงานออกแบบสู่การใช้งานจริง พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
การประกวด Thailand Green Design Awards 2026 (TGDA 2026) จัดโดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มีเป้าหมายส่งเสริมการออกแบบนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การประหยัดพลังงาน และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและนักออกแบบรุ่นใหม่ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า TGDA ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Green University และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่ “นวัตกรรมที่ดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิต” ได้จริง

ความพิเศษของปีนี้ คือการผนึกกำลังกับ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ภายใต้แนวคิด Co-Creation Platform ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า “การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เกิดจากพลังความร่วมมือ”
ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลสำคัญร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ขณะที่ผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้มีรวม 18 ผลงาน ครอบคลุม 4 ประเภทหลัก ได้แก่
- Energy Optimization
- Sustainable Resource Utilization
- Life Enrichment
- TGDA Youth Design Awards

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลเกียรติยศแก่บุคคลและองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน รวมถึงรางวัล Green Voice Awards เพื่อยกย่องผู้สร้างแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
ผลงานทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า “นวัตกรรมไทย” สามารถตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม และยืนยันว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน
Thailand Green Design Awards จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตที่สมดุล ยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้โลกอย่างแท้จริง โดยผลงานเด่นในประเภท การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainable Resources Utilization) ที่สะท้อนศักยภาพของนักพัฒนาไทยในการเปลี่ยน “ของเหลือทิ้ง” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรแห่งอนาคต” อย่างเป็นรูปธรรม

รางวัลชนะเลิศ: “PiLeatha” วัสดุทดแทนหนังจากธรรมชาติ 100%
ผลงาน PiLeatha โดย สรณ์ ดวงสุวรรณ จาก Evergen Technologies คว้ารางวัลชนะเลิศ ด้วยการพัฒนา “Eco Leather” จากเส้นใยใบสับปะรดและยางธรรมชาติ 100%
จุดเด่นสำคัญคือ
- ปราศจากพลาสติกและสารเคมีอันตราย
- โครงสร้างแข็งแรง น้ำหนักเบา กันน้ำ

- ให้สัมผัสใกล้เคียงหนังแท้
- ใช้ได้จริงในแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์
นวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ปัญหาอุตสาหกรรมหนังที่ใช้ทรัพยากรสูง และช่วยลดการพึ่งพาวัสดุจากปิโตรเลียม พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือทางการเกษตร ถือเป็นตัวอย่างของ Circular Economy ที่เกิดขึ้นจริงในไทย
รางวัลชมเชย: “ศรัทธาสีเขียว” เปลี่ยนขยะวัดสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
ผลงานของ ปรัชญา กฤษณะพันธ์ นำแนวคิด “Waste to Value” มาแก้ปัญหาขยะจากศาสนสถาน เช่น ประทัดและไก่ปูนปั้น

ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
- แปรรูปขยะกว่า 10 ตัน/ปี เป็นสินค้าใหม่
- สร้างผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า อิฐ และ Art Toy

- สร้างรายได้ให้ชุมชน และลดค่าจัดการขยะวัด
โครงการนี้สะท้อนการผสาน “ความเชื่อ + นวัตกรรม + สิ่งแวดล้อม” พร้อมยกระดับ Soft Power ไทยสู่ความยั่งยืน
นวัตกรรมเด่น: “อวน-อวน” กระเป๋าจากขยะทะเล
ผลงานจากบริษัท ภูเก็ตอินสไปร์ จำกัด เปลี่ยนเศษอวนประมงและขยะชายฝั่งเป็นกระเป๋าแฟชั่น

จุดเด่นคือ
- ลดปัญหา Ghost Fishing Gear ที่ทำลายสัตว์ทะเล
- ใช้เทคนิค Upcycling และงานฝีมือชุมชน
- สร้างรายได้ให้ชาวประมงและคนในพื้นที่
ทุกใบมีเอกลักษณ์เฉพาะ สะท้อนเรื่องราวของทะเลและการอนุรักษ์อย่างมีความหมาย
นวัตกรรมเชิงระบบ: ecoSPIRITS ลดขยะขวดสุรา
ผลงานจากบริษัท อันดามันดิสทิลเลอร์ จำกัด นำระบบ ecoSPIRITS มาใช้ ลดขยะขวดแก้วแบบใช้ครั้งเดียวได้ถึง 95%
พร้อมจุดเด่น เช่น
- ลดคาร์บอนจากบรรจุภัณฑ์ 60–90%
- ใช้ระบบภาชนะหมุนเวียน (Circular Packaging)
- เชื่อมโยงธุรกิจ HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร บาร์)

ถือเป็นโมเดลธุรกิจสีเขียวที่สามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ได้จริง
ภาพรวม: จาก “ของเหลือ” สู่ “อนาคตยั่งยืน”
ผลงานทั้งหมดในหมวดนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือ
“การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า = โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย”
ไม่ว่าจะเป็น
- วัสดุทดแทนจากพืช
- การจัดการขยะชุมชน

- การรีไซเคิลขยะทะเล
- ระบบอุตสาหกรรมหมุนเวียน
ล้วนแสดงให้เห็นว่า “นวัตกรรมไทย” สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
และย้ำว่าเวที TGDA ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือ “แพลตฟอร์มแห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

