SCGP รับรอง CFP 279 รายการ และ CFR 145 รายการ จาก อบก. หนุนลูกค้าและแบรนด์ลดก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่พิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลจริง พร้อมประกาศแผนลงทุนปี 2569 วงเงิน 10,000 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภค มุ่งบูรณาการการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่าตามแนว ESG เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน และขยายตลาดใหม่ในอินเดีย ตั้งเป้า EBITDA 18,300 ล้านบาท
บรรจุภัณฑ์ตัวแปรสำคัญคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดวงจรชีวิตสินค้า
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกระบวนการผลิตสินค้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน ดังนั้น “บรรจุภัณฑ์” จึงมีบทบาทสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle)
บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จึงจัดทำ ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำข้อมูลไปใช้คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 (Scope 3) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Product Carbon Footprint) ได้ทันที เพิ่มความแม่นยำในการจัดทำรายงาน ESG และการสื่อสารด้านความยั่งยืนของแบรนด์
ได้รับการรับรอง CFP 279 รายการ และ CFR 145 รายการ จาก อบก.
SCGPได้รับการรับรอง Carbon Footprint of Products (CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยรวม 279 รายการ และต่อยอดด้วยการพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนได้รับการขึ้นทะเบียน Carbon Footprint Reduction (CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน รวม 145 รายการ โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนของ SCGP ที่ “พิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลจริง”
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง อาทิ เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษบรรจุภัณฑ์ กระดาษถ่ายเอกสาร Idea by SCGP บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย Fest by SCGP บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569)

เสริมศักยภาพส่งออก รองรับ Green Procurement และกติกาสิ่งแวดล้อมโลก
ในบริบทการค้าโลก มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในยุโรป และแนวปฏิบัติ Green Procurement ที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ “ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” กลายเป็นข้อกำหนดสำคัญของการส่งออก
การมีข้อมูล CFP และ CFR ที่ตรวจสอบได้ ช่วยเพิ่มความพร้อมให้สินค้าไทยในตลาดสากล สร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า และลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในอนาคต
พัฒนา Carbon Footprint Software โซลูชันเพื่อคู่ค้า
นอกจากการรับรองผลิตภัณฑ์ SCGP ยังพัฒนา Carbon Footprint Software สำหรับบรรจุภัณฑ์กระดาษ เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้สามารถคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแม่นยำ สะดวก และรวดเร็ว พร้อมเอกสารรับรองเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในรายงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

โซลูชันดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถ:
- คำนวณ Scope 3 ได้ง่ายขึ้น
- จัดทำรายงาน ESG ได้อย่างครบถ้วน
- สื่อสารความยั่งยืนกับผู้บริโภคได้อย่างโปร่งใส
เดินหน้าร่วมลูกค้าลดก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ครั้งนี้ สะท้อนเป้าหมายของ SCGP ในการร่วมมือกับลูกค้าเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งซัพพลายเชน พร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นทั่วโลก
ขณะเดียวกัน การระบุปริมาณก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน ยังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อธุรกิจ สังคม และโลกในระยะยาว

โฟกัสลงทุนอาเซียน–ขยายอินเดีย รับดีมานด์ผู้บริโภคโต
วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทวางงบลงทุนรวม 10,000 ล้านบาทในปี 2569 โดยมุ่งเน้น:
- ขยายการลงทุนใน เวียดนาม และ อินโดนีเซีย
- ขยายตลาดใน อินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตโดดเด่น
- เสริมพอร์ต “บรรจุภัณฑ์เชื่อมโยงผู้บริโภค” เพื่อเพิ่มมูลค่าและการเข้าถึงลูกค้าปลายทาง
กลยุทธ์ดังกล่าวสอดรับกับภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียนที่ยังเติบโตจากการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ดัน Automation–AI ยกระดับคุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มกำไร
SCGP เดินหน้าประยุกต์ใช้
- ระบบอัตโนมัติ (Automation)
- เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot)
- หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับพนักงาน (Cobot)
- ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมคุณภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน บริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งมอบสินค้าได้มาตรฐานสม่ำเสมอ โดยมีแผนขยายการใช้งานเทคโนโลยีไปยังโรงงานในต่างประเทศเพิ่มเติม
บริหารต้นทุน–พลังงาน สอดคล้อง ESG
ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุนโดยรวม 600 ล้านบาท ผ่านมาตรการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น ปรับสัญญาการใช้พลังงานในอินโดนีเซีย (เริ่มเห็นผล ม.ค. 2569) เพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกเป็น 40% จาก 38% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกรอบ ESG ที่ให้ความสำคัญกับการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot) และหุ่นยนต์มาใช้ในการทำงานร่วมกับพนักงาน (Cobot)

รวมทั้ง ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมคุณภาพบรรจุภัณฑ์ ลดต้นทุน ตลอดจนช่วยในการจัดการวัตถุดิบ และส่งมอบสินค้าที่ได้คุณภาพให้ลูกค้า โดยจะขยายการใช้งานไปยังโรงงานในต่างประเทศต่อไป อีกทั้งยังเดินหน้าบริหารต้นทุนต่อเนื่อง
ดีมานด์ในอาเซียนยังเติบโตต่อเนื่อง
แนวโน้มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ไตรมาส 1/2569 วิชาญ กล่าวว่า อาเซียนยังมีความต้องการบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาบรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล และค่าขนส่ง คาดการณ์ว่ายังทรงตัว
SCGP มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยตลาดไทยได้แรงหนุนจากเทศกาล ขณะที่เวียดนาม–อินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากวันหยุดช่วงเทศกาล แต่ยังเติบโต สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมที่ยังมีโมเมนตัมเชิงบวก
สำหรับการลงทุน 10,000 ล้านบาทของ SCGP ไม่เพียงเป็นการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการ “ยกระดับโครงสร้างธุรกิจ” ผ่านเทคโนโลยีและโซลูชันครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ และสร้างความสามารถแข่งขันในตลาดภูมิภาคระยะยาว

