เอสซีจี โดย SCG Cleanergy จับมือ Rondo Energy สตาร์ทอัพเทคพลังงานสะอาดระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม” แห่งแรกในอาเซียน ที่โรงงานปูนซีเมนต์จังหวัดสระบุรี ช่วยอุตสาหกรรมไทยและภูมิภาค สามารถกักเก็บพลังงานสะอาดไว้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่มีแสงแดดหรือแรงลม พร้อมต่อยอดใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เตรียมก้าวสู่การขยายเชิงพาณิชย์ในปี 2026
เทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ “ไฟฟ้าสะอาดกลายเป็นความร้อนสะอาด” ได้จริง
อรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ซีอีโอ SCG Cleanergy ระบุว่า ความร่วมมือกับ Rondo Energy เกิดขึ้นเพื่อยกระดับการใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยเฉพาะปัญหาสำคัญที่ทำให้โรงงานต่าง ๆ ไม่สามารถใช้พลังงานสะอาดได้เต็มรูปแบบคือ
“ใช้ได้เฉพาะตอนกลางวัน”
เทคโนโลยี Heat Battery ของ “แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม” (Industrial Heat Battery)สามารถเปลี่ยนไฟฟ้าจากพลังงานลม–แสงอาทิตย์ ให้กลายเป็นความร้อนสะอาด แล้วเก็บในสื่อความร้อนที่ทำจากอิฐ (Thermal Media) อุณหภูมิสูงสุด 1,500°C นานหลายวัน ก่อนจ่ายความร้อนกลับมาผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 97%

นี่คือกุญแจสำคัญที่ช่วย ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มเสถียรภาพการผลิต และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมาย Net Zero 2050 ของ SCG
ผลิตไอน้ำแรงดันสูงจาก Heat Battery รุ่น RHB33
เอริก ทรูเซียวิช ซีอีโอ Rondo Energy กล่าวว่า โครงการสระบุรีคือ “แบตเตอรี่ความร้อนหน่วยเดียวในโลก” ที่ใช้เทคโนโลยีรุ่น Rondo Heat Battery RHB33 ซึ่งผ่านการพิสูจน์ในระดับปฏิบัติการแล้วว่าสามารถผลิตไอน้ำแรงดันสูงที่ใช้จริงในอุตสาหกรรม หนุนให้โรงงานสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ทันที และต่อยอดใช้ทั่วโลกได้
ที่สำคัญ ระบบต้นแบบนี้ใช้เวลาเพียง 8 เดือน และพึ่งพาผู้ผลิตในไทยเกือบทั้งหมด สร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดที่แข็งแรงขึ้นในประเทศ

“สะอาดกว่า – ต้นทุนต่ำกว่า – มั่นคงกว่า”
แบตเตอรี่ความร้อนอุตสาหกรรมของ SCG–Rondo สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการของแต่ละโรงงาน ใช้งานได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารบรรจุภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง
พร้อมได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (บพข.) สะท้อนโมเดลความร่วมมือภาครัฐ–เอกชนในการเร่งนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้จริงในภาคการผลิต

SCG Cleanergy เตรียมขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ภายในปี 2026 ช่วยภาคอุตสาหกรรมก้าวสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และยืนยันว่าอาเซียนสามารถเป็นผู้นำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของโลกได้

