Rynn เดินเกมรุก ยกระดับมาตรฐานระบบน้ำดื่มสำหรับธุรกิจอาหารและบริการ พร้อมขยายบทบาทจากผู้ให้บริการระบบน้ำดื่มระดับพรีเมียม ไปสู่การเป็น “Infrastructure Partner” หรือพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำสำหรับธุรกิจ ด้วยการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ประกอบการ พร้อมขับเคลื่อนแนวคิด Sustainovation ที่ผสานนวัตกรรม ความยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ปัจจุบัน Rynn มีลูกค้าในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาลกว่า 300 ราย และตั้งเป้าขยายลูกค้าใหม่อีก 200 รายภายในปีนี้ ก่อนต่อยอดเข้าสู่ตลาดองค์กรและกลุ่ม Household ในปีถัดไป
จากผู้ขายเครื่องกรองน้ำ สู่ Infrastructure Partner ของธุรกิจบริการ
บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และผู้ร่วมก่อตั้ง Rynn (ริน) กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับโรงแรมและร้านอาหารทั่วประเทศ พบว่าคุณภาพน้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของระบบหลังบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง และเป็นรายละเอียดที่สะท้อนมาตรฐานการบริการของแต่ละสถานประกอบการ Rynn จึงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบริบทการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่รูปแบบการให้บริการไปจนถึงคุณภาพน้ำประปาในแต่ละพื้นที่ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ”
แนวคิดดังกล่าวทำให้ Rynn ไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายอุปกรณ์ผลิตน้ำดื่ม แต่เป็นพันธมิตรที่เข้าไปช่วยออกแบบระบบน้ำให้เหมาะกับลักษณะการดำเนินธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย ตั้งแต่การวิเคราะห์คุณภาพน้ำต้นทาง การออกแบบระบบ การติดตั้ง การดูแลรักษา ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง

สร้างระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย
เบื้องหลังการพัฒนา Rynn มาจากประสบการณ์ของบริษัท นาโนว่า จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำมากกว่า 20 ปี และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกว่า 10 ปี ทีมผู้ก่อตั้งมองเห็น Pain Point สำคัญของธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ ต้นทุนการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด พื้นที่จัดเก็บสินค้า ปัญหาขยะพลาสติก ต้นทุนการขนส่ง และคุณภาพน้ำที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่
Rynn จึงพัฒนาระบบผลิตน้ำแร่แบบ On-site ซึ่งสามารถผลิตน้ำแร่เย็น น้ำแร่อุณหภูมิห้อง และน้ำแร่อัดก๊าซ (Sparkling Water) ได้ภายในสถานประกอบการ
Sustainovation โมเดลธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
อนุสรณ์ โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Rynn กล่าวว่า ในฐานะแบรนด์ที่ก่อตั้งและดำเนินงานโดยทีมคนไทย Rynn มีความเข้าใจเชิงลึกต่อความหลากหลายและความซับซ้อนของระบบน้ำประปาในประเทศไทย ทำให้สามารถออกแบบระบบน้ำดื่มที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแร่ธาตุตามมาตรฐาน พร้อมช่วยให้ผู้ประกอบการลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น ลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว และสนับสนุนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”
หัวใจสำคัญของธุรกิจคือแนวคิด “Don’t Recycle, Refill” ที่มุ่งลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะรอจัดการปลายทางด้วยการรีไซเคิล

ระบบของ Rynn ใช้ขวดแก้วที่สามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยร่วมพัฒนากับ Ocean Glass ให้ใช้เนื้อแก้วน้อยลง ปรับรูปทรงให้ล้างทำความสะอาดง่าย และลดการใช้พลังงานในการผลิต
ลดพลาสติก ลดคาร์บอน และตอบโจทย์ Net Zero
หนึ่งใน Pain Point ของธุรกิจร้านอาหาร คือการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดจำนวนมหาศาล ร้านอาหารหนึ่งแห่งอาจสร้างขยะขวดพลาสติกมากกว่า 6,000 ขวดต่อเดือน หรือหลายหมื่นขวดต่อปี นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ปี 2563) ระบุว่า น้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร 1 ขวด มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 80–150 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การผลิตน้ำ ณ จุดใช้งานจึงช่วยลด การขนส่งน้ำจากโรงงาน การใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว Carbon Footprint ขององค์กร พื้นที่จัดเก็บน้ำดื่ม และพื้นที่จัดเก็บขยะ สอดคล้องกับแนวคิด Zero Transportation, Zero Waste, Zero Virus และ Zero Bacteria ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินธุรกิจของบริษัท

4 จุดแข็งที่ทำให้ Rynn ก้าวสู่ Strategic Partner ของธุรกิจบริการ
สิ่งที่ทำให้ Rynn แตกต่างจากผู้ให้บริการระบบน้ำดื่มทั่วไป คือการพัฒนาธุรกิจบนพื้นฐานของการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) มากกว่าการจำหน่ายอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว โดยบริษัทวางรากฐานการดำเนินงานผ่านความเชี่ยวชาญ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. Measured & Verified Standards
Rynn ให้ความสำคัญกับการตรวจวัดและรับรองคุณภาพน้ำที่สามารถตรวจสอบได้ โดยทุกระบบได้รับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค
2. Context-Driven Adaptability
แต่ละธุรกิจมีรูปแบบการใช้งานและข้อจำกัดแตกต่างกัน Rynn จึงออกแบบระบบน้ำดื่มให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานประกอบการ ตั้งแต่คุณภาพน้ำประปาในแต่ละพื้นที่ ปริมาณการใช้น้ำ ไปจนถึงรูปแบบการให้บริการของร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล
3. End-to-End Process Control
บริษัทดูแลกระบวนการทั้งหมดแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง ฝึกอบรมพนักงาน ตรวจสอบคุณภาพน้ำ บำรุงรักษารายเดือน และเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพน้ำให้คงที่ตลอดอายุการใช้งาน
4. Trusted Partnerships
Rynn ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน
“Rynn & Friends 2026” เวทีเชื่อมโยงองค์ความรู้ของอุตสาหกรรม Hospitality
จากแนวคิดดังกล่าว Rynn จึงจัดงาน “Rynn & Friends 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองด้านการบริหารธุรกิจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือภายในอุตสาหกรรม
ไฮไลต์ของงานคือเวทีเสวนา “Inside the Future of Hospitality” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจบริการ การสร้างมาตรฐานใหม่ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

G Hospitality ชู “Water Service Matters” พัฒนามาตรฐานบริการควบคู่คุณภาพน้ำ
เรจิน่า ดีซูว์ซ่า หรือ “คุณจีน่า” ผู้ก่อตั้ง G Hospitality กล่าวว่า เห็นถึงความตั้งใจของ Rynn ในการยกระดับมาตรฐานการบริการควบคู่ไปกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จึงร่วมกันพัฒนาโครงการ ‘Water Service Matters: Small Details, Big Impact’ ขึ้นมาเพื่อพัฒนาความรู้ให้กับร้านอาหารและโรงแรมที่ใช้บริการของ Rynn
ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้จัดอบรมให้ร้านอาหารและโรงแรม มากกว่า 50 แห่ง ในกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ ครอบคลุมทั้งองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบน้ำดื่ม เทคนิคการให้บริการ และการสื่อสารกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ
Kinnest Group เปลี่ยนจากแบรนด์ต่างประเทศสู่แบรนด์ไทย
วรัตต์ วิจิตรวาทการ หรือ “คุณเต้” ผู้ร่วมก่อตั้ง Kinnest Group เจ้าของแบรนด์ Roast, Roots และ theCOMMONS กล่าวว่า เวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนประเด็นสำคัญที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงในอุตสาหกรรม ทั้งที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจอย่างมาก
การเลือกใช้ Rynn ช่วยลดขั้นตอนการสั่งซื้อน้ำดื่ม และยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกภายในร้าน ลดภาระการจัดเก็บ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของร้านผ่านดีไซน์ของเครื่องและขวดแก้วที่สะท้อนคุณภาพและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

Wongnai Vibes ชี้ “Human Touch” ยังเป็นหัวใจของ Hospitality
สรรเสริญ เกรียงปริญญากิจ หรือ “คุณแดน” บรรณาธิการ Wongnai Vibes กล่าวว่า งานครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความหมายของคำว่า Hospitality ผ่านประสบการณ์จากผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม
แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ธุรกิจบริการยังคงขับเคลื่อนด้วย Human Touch หรือการบริการจากคนสู่คน ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด การพัฒนาบุคลากรจึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมบริการในอนาคต
เชฟ Tito ยืนยัน Nano Filter ช่วยรักษารสชาติอาหาร
อเมอริโก้ ติโต้ เซสติ หรือ “เชฟตีโต้” เชฟและเจ้าของร้าน Electric Sheep ซึ่งได้รับการแนะนำใน Michelin Guide กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารขับเคลื่อนด้วยคุณภาพการบริการไม่ต่างจากธุรกิจบริการประเภทอื่น
เชฟตีโต้ระบุว่า ร้านได้ศึกษาระบบผลิตน้ำจากหลายแบรนด์ก่อนตัดสินใจเลือก Rynn เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่พัฒนาในประเทศไทย และใช้ระบบกรองแบบ Nano Filter ซึ่งยังคงแร่ธาตุธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ไว้ จึงช่วยส่งเสริมรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังประทับใจการให้บริการหลังการขายที่มีการเข้าตรวจสอบระบบน้ำทุกเดือน พร้อมการสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โมเดลธุรกิจตอบโจทย์ทั้งต้นทุนและประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน Rynn ให้บริการ 3 โมเดล ได้แก่
- ระบบผลิตน้ำ 30 ลิตรต่อชั่วโมง ค่าบริการ 8,000 บาทต่อเดือน
- ระบบผลิตน้ำ 60 ลิตรต่อชั่วโมง ค่าบริการ 10,000 บาทต่อเดือน
- ระบบผลิตน้ำ 120 ลิตรต่อชั่วโมง ค่าบริการ 15,000 บาทต่อเดือน
ทุกระบบสามารถผลิตน้ำแร่อุณหภูมิห้อง น้ำเย็น และน้ำแร่อัดก๊าซ พร้อมขวดแก้วจำนวน 60 ขวด และสามารถสั่งซื้อเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ ปัจจุบัน ลูกค้าประมาณ 60–70% เลือกใช้ระบบขนาด 120 ลิตรต่อชั่วโมง โครงสร้างลูกค้าประกอบด้วย
- ร้านอาหาร 80%
- โรงแรม 15%
- โรงพยาบาล 5%
บริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าจาก 300 ราย เป็น 500 ราย ภายในปีนี้ พร้อมรุกตลาดองค์กรที่ให้บริการน้ำดื่มแก่พนักงาน และมีแผนเข้าสู่ตลาดเครื่องกรองน้ำสำหรับที่อยู่อาศัย (Household) ในปีหน้า

พัฒนา Carbon Dashboard สนับสนุนองค์กรสู่ Net Zero
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการพัฒนา Dashboard สำหรับวัดผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยติดตั้งมิเตอร์ภายในเครื่องผลิตน้ำเพื่อวัดปริมาณการใช้น้ำแบบ Real Time
ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาคำนวณเป็
- ปริมาณพลาสติกที่ลดลง
- Carbon Footprint ที่ลดลง
- ปริมาณคาร์บอนเทียบเท่า
Positive Impact สำหรับรายงานความยั่งยืนขององค์กร
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อพัฒนาระบบ Carbon Credit โดยกำหนดเกณฑ์การคำนวณจากน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มิลลิลิตร ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อขวด หรือ 10,000 ขวด เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
บริษัทเตรียมทยอยติดตั้งมิเตอร์ให้ลูกค้าแต่ละรายภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีเป้าหมายด้าน ESG และ Net Zero สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการจัดทำรายงานความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และบริการระดับพรีเมียม Rynn กำลังสร้างบทบาทใหม่จากผู้ให้บริการระบบน้ำดื่มสู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรม ผ่านนวัตกรรม ระบบบริการครบวงจร การพัฒนาบุคลากร การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า “คุณภาพน้ำ” ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์ลูกค้า ภาพลักษณ์แบรนด์ และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจบริการในยุคใหม่

