PSP ดัน EnPAT ลดนำเข้า ปูทางมาตรฐานใหม่ระบบพลังงานไทย สนองเงื่อนไขหลักระบบพลังงานสมัยใหม่ ที่ต้องปลออดภัย ยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พัฒนาสู่โซลูชันพลังงานวามเสี่ยงต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เน้นเพียงสมรรถนะและต้นทุน สู่ยุคที่ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการลดการปล่อยคาร์บอน กลายเป็นเงื่อนไขหลักของระบบพลังงานสมัยใหม่ โดยเฉพาะท่ามกลางการขยายตัวของเมือง นิคมอุตสาหกรรม และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการโซลูชันพลังงานที่มีความเสี่ยงต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP จึงเดินหน้าพัฒนาและผลักดัน “EnPAT” น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพจากน้ำมันปาล์มไทย ผ่านความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อสนับสนุนงานวิจัย พัฒนา และทดสอบการใช้งานจริงในระบบไฟฟ้าของประเทศ พร้อมลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันหม้อแปลงจากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี

เสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSP กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ 3 แกนหลัก ได้แก่ เป็นชีวภาพ ติดไฟยากเพื่อความปลอดภัย และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนและความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
“น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าในอนาคตไม่ใช่แค่ของเหลวในอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่เป็นองค์ประกอบด้านความปลอดภัยของชุมชนและเมือง EnPAT คือผลลัพธ์ของการวิจัยที่สะท้อนทิศทางนี้อย่างชัดเจน” เสกสรรกล่าว
ความร่วมมือกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้นวัตกรรมเกิดการใช้งานจริง เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วประเทศต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้า การทดสอบในระบบจริงจึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตหม้อแปลง หน่วยงานกำกับดูแล ไปจนถึงประชาชน และยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ในอนาคต

สำหรับบทบาทของ PSP ในโครงการ EnPAT บริษัทเข้ามามีส่วนร่วมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การสนับสนุนเงินทุนวิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่นมากกว่า 30 ปี การทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถออกสู่ตลาดและใช้งานได้จริงในวงกว้าง
อีกหนึ่งจุดเด่นของ EnPAT คือการต่อยอดตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยน้ำมันที่ผ่านการใช้งานแล้วสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตไบโอดีเซลได้มากกว่า 97% ช่วยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรภายในประเทศ
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงนำเข้าน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจากต่างประเทศในมูลค่าสูง การพัฒนา EnPAT จากน้ำมันปาล์มไทยจึงเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรกรรมไทย
PSP มองว่า การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะยิ่งเร่งให้ความต้องการใช้น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EnPAT จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยรองรับทิศทางดังกล่าว และปูทางไปสู่ มาตรฐานใหม่ของระบบจ่ายพลังงานไทยในระยะยาว
ในระยะแรก PSP ตั้งเป้าผลิตน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพเพื่อทดแทนน้ำมันหม้อแปลงจากน้ำมันแร่ประมาณ 5% ของตลาดในประเทศ รองรับการใช้งานในภาคครัวเรือน นิคมอุตสาหกรรม และดาต้าเซ็นเตอร์ ก่อนขยายสู่ตลาดต่างประเทศในลำดับถัดไป

