POP MART จับมือ ททท. – สยามพารากอน เปิดอาณาจักร “POP LAND THAILAND” 1,000 ตารางเมตร ครั้งแรกในไทย ยกระดับกรุงเทพฯ สู่เมืองหลวงแห่ง Pop Culture โลก เดินหน้าธุรกิจยั่งยืนด้วยพลัง Soft Power
ครั้งแรกในประเทศไทย! POP MART ผู้นำแบรนด์อาร์ตทอยส์ระดับโลก จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สยามพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์ เปิด “POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 เนรมิตพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. ใจกลางกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น POP Destination แห่งใหม่ของโลก จุดเช็กอินที่ต้องห้ามพลาดปลายปีนี้
จากปักกิ่งสู่กรุงเทพฯ – ปรากฏการณ์ Art Toy ครั้งประวัติศาสตร์
หลังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายที่กรุงปักกิ่งในปี 2023 POP MART ขยายความสุขสู่ประเทศไทยเป็นแห่งที่สองของโลก ภายใต้แนวคิด “ความสุขขนาดจิ๋วที่ยิ่งใหญ่” ใน “POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND” จะมีทั้ง ปราสาท POP LAND, คาแรกเตอร์สุดฮอตอย่าง MOLLY, SKULLPANDA, HIRONO และ MOKOKO พร้อม Big Figure สูงกว่า 5 เมตร และ อุโมงค์คาแรกเตอร์สุดคิวต์ จากชั้น G ถึงพาร์คพารากอน
ขณะเดียวกัน สยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ ยังจัด โซน POP SLIDE: Finding MOKOKO บ่อลูกบอลสีชมพูขนาดใหญ่, POPSICLE Café ที่เสิร์ฟไอศกรีมรสพิเศษเฉพาะประเทศไทย และ LABUBU Big Figure สำหรับสายคอนเทนต์และแฟนอาร์ตทอยส์ทั่วโลก

Soft Power ไทยบนเวทีโลก
ศิริพร แผลงจันทึก, Country General Manager บริษัท ป๊อป มาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า POP LAND Thailand เป็นก้าวสำคัญของ POP MART ในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของ Pop Culture ระดับโลก ผ่านอาร์ตทอยส์ที่ผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างแรงบันดาลใจ ความสุข และประสบการณ์ระดับโลกให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางบริษัทฯ ต้องการให้ลูกค้าได้ “enjoy” และมีความสุข ได้มีเวลาถ่ายรูปและเล่นอย่างเต็มที่ เมื่อมาด้วยกัน และเน้นย้ำว่า การให้บริการจะต้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ ทางสำนักงานใหญ่ระดับโลก (Global) ได้เน้นย้ำให้ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี
ส่วนระบบการลงทะเบียน (Registration System) เพื่อควบคุมความแออัด จะมีการเปิดระบบลงทะเบียนเข้าชมและซื้อสินค้าเป็นรอบ ๆ โดยสามารถลงทะเบียนจะทำผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะมีการประกาศผ่านหน้า Facebook ของ Pop Mart Thailand ซึ่งจะเปิดให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 – 5 วัน เพื่อให้ลูกค้าได้เตรียมตัว ความจุและรอบเวลา แต่ละรอบจะจำกัดช่วงเวลาไว้ที่ 30 นาที และจำกัดจำนวนลูกค้าไม่เกิน 30-40 คนต่อรอบ เนื่องจากสินค้ามีความหลากหลายมากกว่า 50 SKU จึงต้องจำกัดจำนวนเพื่อให้บริการได้อย่างเรียบร้อย โดยราคาสินค้าจะแตกต่างจากช้อป POP MART ประมาณ 5%

ด้าน อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เสริมว่า การจัดงานครั้งนี้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยช่วงปลายปี และผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น Creative & Pop Culture City อย่างแท้จริง
ขณะที่ ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สยามพารากอน กล่าวเสริมว่า ในวาระครบรอบ 20 ปี สยามพารากอนมุ่งสร้างประสบการณ์เหนือระดับผ่านอีเวนต์ระดับโลก เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็น Global Destination ที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Exclusive Collection เฉพาะไทย พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ
POP MART จัดสินค้าลิมิเต็ดกว่า 50 รายการ เช่น MOKOKO Sweetheart Series, Spring Flower Series, Twinkly Fairy Tale Series และสินค้าที่เคย Sold Out ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “สุ่มกล่อง POP MART 50,000 กล่อง” ในวัน Grand Opening (14 พ.ย.) และแคมเปญบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทยเพื่อสร้างอาคารบริจาคโลหิตที่ลพบุรี — บริจาค 100 บาท รับ “กล่องสุ่มสุดคิวต์” และลดหย่อนภาษีได้ด้วย

นอกจากอีเวนต์ POP MART ยังเดินหน้าธุรกิจภายใต้แนวคิด Sustainable Entertainment Business โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลักคือ
- Customer Experience – ใช้ระบบลงทะเบียนเข้าชมแบบรอบ เพื่อควบคุมจำนวนคนให้ไม่แออัด สร้างประสบการณ์ “enjoy อย่างมีคุณภาพ”
- Cultural Impact – ผลักดันประเทศไทยให้เป็น “Capital of Pop Culture” ผ่านการสร้างสรรค์อาร์ตทอยส์และกิจกรรมที่ผสมผสาน Soft Power ไทยกับศิลปะระดับโลก
- Sustainability Practice – ปฏิบัติตามแนวทางสิ่งแวดล้อมของสำนักงานใหญ่ เช่น ลดการใช้กระดาษ และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
ศิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องการเป็นแบรนด์ที่ สวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยพลังแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และศิลปะ เพราะเรามั่นใจว่าความสุขคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ปลุกพลังเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวปลายปี
งาน “POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND” เป็นอีเวนต์ศิลปะขนาดใหญ่ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี สะท้อนพลังของ Soft Power ไทย ที่สร้างความสุข สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในเวทีโลก โดยจัดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 บริเวณ พาร์คพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์
สำหรับ POP MART ศิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มลูกค้าคนไทย และ Target Group ที่สองคือลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าสามารถรองรับระดับ Global ได้ โดยมองว่า Popland เป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเป็นจุดหมายปลายทาง (destination) ใหม่ ที่เติมเต็มการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ (Art) หรือป๊อปคัลเจอร์ (Pop Culture) นอกเหนือจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือล่องเรือ ซึ่ง POP MART มีเป้าหมายสูงสุด ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “Capital City ของ Pop Culture” เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน สาขาที่ Icon Siam มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมไม่ต่ำกว่า 80% ทุกวัน โดยในช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย แต่ปัจจุบันมีชาวยุโรปและอเมริกาเพิ่มขึ้นถึงครึ่งหนึ่ง เนื่องจาก Pop Mart เริ่มโด่งดังในทวีปอื่น โดยปีนี้ POP MART ในประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก (Double Digit) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยไม่ต้องการให้ยอดขายต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ และอยากเป็น Number One ในภูมิภาค
ศิริพร ยังพูดถึงการแข่งขันในตลาด จากการที่ Miniso ได้เปิด Miniso Land โดยมองว่า Pop Mart กับ Miniso มีความแตกต่างกัน จุดแข็งของ Pop Mart คือ Pop Mart มีทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และตัวละครลิขสิทธิ์ของตัวเองมากมาย (เช่น Hirono, Skullpanda, Labubu, CryBaby) รวมถึงการมีศิลปินที่สนับสนุนในการทำโมเดล exclusive และมีงานนิทรรศการที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ในขณะที่ โมเดล Miniso ใช้วิธีซื้อลิขสิทธิ์ (License) จากภายนอก Pop Mart วางตำแหน่งตัวเองเป็น Art Toy และอยู่ในอุตสาหกรรม Entertainment Industry ซึ่งครอบคลุมอาณาจักรกว้างใหญ่กว่าธุรกิจค้าปลีกทั่วไป (Retail Business) โดยมีทั้งร้านค้า, Popland ที่เป็นธีมปาร์ค และในอนาคตอาจมีโมเดลอื่น ๆ เช่น การเปิดตัวเกมหรือแอนิเมชัน
ส่วนด้านของสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ปฏิบัติตามทิศทางของ Global ในเรื่องการใช้ทรัพยากร แม้ว่ายังไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรมในปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะมีในเร็ว ๆ นี้

