NIA เปิดลิสต์ 5 นวัตกรรมฝีมือคนไทย ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพกาย ใจ สิ่งแวดล้อม และชุมชน สะท้อนทิศทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมปี 2569 ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน
เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” ในมิติที่กว้างกว่าเดิม ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ สิ่งแวดล้อม และความเข้มแข็งของชุมชน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรมฝีมือคนไทย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ล่าสุด NIA ได้เปิดลิสต์ 5 นวัตกรรมเด่น ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสุขภาวะของคนไทย โดยนวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมระดับชุมชน

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตประจำวัน
หนึ่งในนวัตกรรมที่สะท้อนการดูแลสุขภาพควบคู่สิ่งแวดล้อม คือ “Molly Ally” ไอศกรีมแพลนต์เบส ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้แพ้แลคโตส และกลุ่มวีแกน โดยใช้พืชเป็นวัตถุดิบหลักแทนนมวัว พร้อมเทคโนโลยี Emulsify Integrated System ที่ช่วยให้เนื้อไอศกรีมเนียนนุ่ม คงคุณภาพ และลดการใช้ทรัพยากรจากปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นวัตกรรมนี้จึงเป็นตัวอย่างของการผสานสุขภาพผู้บริโภคเข้ากับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติของสิ่งแวดล้อม “INNOWASTE” เครื่องแปรรูปขยะอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นดินและปุ๋ยคุณภาพภายในเวลาเพียง 1–2 ชั่วโมง ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการลดขยะอาหารของประเทศและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระดับสากล

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพใจและสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ขณะที่ปัญหาสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่ทวีความรุนแรงขึ้น “Mind Card…เพื่อนแท้ดูแลใจ” เว็บแอปพลิเคชันด้านสุขภาพจิตที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ได้เข้ามาเปลี่ยนแนวคิดการดูแลสุขภาพใจจากเชิงรับเป็นเชิงรุก ด้วยการผสานจิตวิทยาเชิงบวกเข้ากับเทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินตนเอง สะท้อนความคิด และได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคล นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวล แต่ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ และส่งเสริมสังคมที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิตใจอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และสุขภาพ
ในระดับพื้นที่และชุมชน NIA ได้สนับสนุนโครงการ “เชียงใหม่ แจ๊ส ซิตี้” เพื่อยกระดับเชียงใหม่สู่เมืองดนตรีระดับสากล ผ่านการพัฒนาบทเรียนดนตรีล้านนา การสร้างพื้นที่ให้นักดนตรีท้องถิ่น และการสร้างอัตลักษณ์เมืองดนตรีที่ชัดเจน โครงการนี้ไม่เพียงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังช่วยสร้างรายได้และโอกาสทางอาชีพให้กับคนในพื้นที่ ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม “วอล์ควิง (WalkWing)” จากจังหวัดสงขลา ได้ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเชื่อมโยงการเดินออกกำลังกายกับการท่องเที่ยวชุมชนและเมืองเดินได้ (Walkable City) โดยกระตุ้นให้ผู้คนออกมาเดิน ทำกิจกรรม และค้นหาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ชุมชนมีส่วนร่วม ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ทิศทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมปี 2569 ของ NIA
สำหรับปี 2569 NIA ยังคงยึดแนวทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มุ่งสร้าง “ผลกระทบเชิงบวก” ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการสนับสนุนนวัตกรรมที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของประชาชน แก้ปัญหาเชิงระบบ และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสตาร์ทอัพ
ทั้ง 5 นวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ สะท้อนภาพชัดเจนว่า นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างสังคมที่เข้มแข็ง และขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดย NIA พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการผลักดันพลังนวัตกรรมไทยให้เติบโตและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในปี 2569 และต่อไปในอนาคต


