ธนาคารกรุงศรี เป็นหนึ่งในธนาคารกลุ่มแรกที่เข้าร่วม The Alliance for Green Commercial Banks โดย IFC ในเอเชียแปซิฟิก สานต่อภารกิจสนับสนุนการเงินสีเขียว ESG และลดการปล่อยก๊าซเพื่อเศรษฐกิจกรีนที่ยั่งยืน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ Krungsri ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการเงินที่ยั่งยืน ด้วยการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินกลุ่มแรกๆ ของ The Alliance for Green Commercial Banks (The Alliance) โครงการระดับโลกที่ริเริ่มโดย IFC (International Finance Corporation) ซึ่งเป็นหน่วยงานในเครือธนาคารโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคการธนาคารไปสู่ “ธนาคารสีเขียว” ที่สนับสนุนการลงทุนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
The Alliance for Green Commercial Banks เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์แบบ invitation-only ที่รวมธนาคารพาณิชย์ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีความตั้งใจจริงที่จะฝังกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนไว้ในแกนกลางของการดำเนินงาน เช่น การปล่อยสินเชื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาความสามารถเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน รวมถึงแนวทางการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และภูมิอากาศ (ESG risk)

ประเทศและธนาคารที่เข้าร่วมในรุ่นแรกมีหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงไทย ธนาคาร Krungsri และ TMBThanachart (ttb รวมทรัพย์สิน (assets) ที่ธนาคารเหล่านี้ดูแลอยู่รวมกันกว่า 5.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
The Alliance มีองค์ประกอบสนับสนุนหลายอย่าง เช่น ความร่วมมือกับธนาคารกลาง/หน่วยงานกำกับดูแล (ในภูมิภาคเอเชียคือ Hong Kong Monetary Authority — HKMA) เป็น regional anchor; มี “Cornerstone Banks” ที่มีฐานะสำคัญ และ Knowledge Partners ที่ให้คำปรึกษา / ส่งเสริมองค์ความรู้ เช่น CDP, CFA Institute, UN Environment Programme รวมถึงหน่วยงานวิจัยด้านการเงินสีเขียว
การที่ Krungsri ร่วม The Alliance มีความหมายหลายด้าน ได้แก่ :
- การเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานสากล
การเป็นสมาชิกในแพลตฟอร์มระดับโลกเช่นนี้ หมายถึง Krungsri จะได้รับองค์ความรู้ เทคโนโลยีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (best practices) ทั้งในเรื่องการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ESG, การลดคาร์บอน, ธุรกิจสีเขียว เป็นต้น ซึ่งสามารถยกระดับมาตรฐานภายในประเทศได้
- โอกาสทางธุรกิจใหม่
เงินลงทุนด้านสีเขียว (green finance) กำลังเป็นที่สนใจมากขึ้นทั้งจากภาครัฐและเอกชน นักลงทุนต่างประเทศ โดยเป้าหมายหลักมาจากการลดโลกร้อน, พลังงานทดแทน, ระบบขนส่งที่สะอาด, และเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งธนาคารที่วางกลยุทธ์รองรับสิ่งเหล่านี้จะสามารถเติบโตในตลาดใหม่ๆ ได้

- สนับสนุนนโยบายชาติด้านสภาพภูมิอากาศ
ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ Paris Agreement และมีแผนงานด้านพลังงานทดแทนรวมถึงการพัฒนาการขนส่งสะอาด (EV) อยู่แล้ว — การมีสถาบันการเงินที่พร้อมสนับสนุนโครงการเหล่านี้จะช่วยให้การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
- แรงกดดันและโอกาสในด้านความโปร่งใส และความรับผิดชอบ (Transparency & Accountability)
ลูกค้า นักลงทุน และผู้ถือหุ้นมากขึ้นคาดหวังว่าองค์กรทำงานตามมาตรฐาน ESG และ sustainable finance ดังนั้น การเข้าร่วม The Alliance ยังเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของ Krungsri สู่การดำเนินงานที่ชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์
ความท้าทายที่ต้องเผชิญ
แม้ว่าจะมีข้อดีหลายประการ แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ “การธนาคารสีเขียว” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีอุปสรรคหลายด้าน:
- ต้นทุนเริ่มต้นสูง — ต้องลงทุนในระบบการประเมินความเสี่ยง ESG, ระบบรายงาน (reporting), การติดตามการปล่อยก๊าซ (carbon footprint) ฯลฯ
- กฎระเบียบและกฎหมายยังไม่ชัดเจนในบางประเทศ — ต้องมีกรอบนโยบาย / regulation / incentive ที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการเงินสีเขียว
- ความต้องการตลาด (demand) ยังมีความหลากหลาย — ลูกค้า บางกลุ่มอาจยังไม่ตระหนักหรือไม่พร้อมจ่าย “ต้นทุนสีเขียว” เพิ่มเติม
- การแข่งขันด้านข้อมูลและความโปร่งใส — การเปิดเผยข้อมูล ESG / climate risk ต้องมีความถูกต้อง ชัดเจน และน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกัน greenwashing
จากการเข้าร่วมในครั้งนี้ ทำให้ Krungsri สามารถต่อยอดในอนาคตได้อีกหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียวเพิ่มขึ้น เช่น สินเชื่อเพื่อพลังงานทดแทน, รถยนต์ไฟฟ้า, โครงการพัฒนาเมืองยั่งยืน รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนของพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อ (loan portfolio) และการปรับนโยบายการให้สินเชื่อที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก การให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เช่น นโยบายภาษี / สนับสนุนโครงการสีเขียว / การสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับตัว และการประเมินผลและรายงานต่อสาธารณะ (ESG reporting) ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งกับลูกค้าและนักลงทุน

