Japan Airlines (JAL) ประกาศยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนภายใต้แผน Strategic Sustainability Roadmap: Accelerating Toward Net-Zero 2050 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero CO2) ภายในปี 2050 ผ่านการใช้ SAF ลดพลาสติก และสร้างระบบรีไซเคิลทรัพยากร
โรดแมปดังกล่าวมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมทันที ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน
- การยกเลิกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
- การพัฒนาระบบรีไซเคิลทรัพยากรแบบหมุนเวียน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามของสายการบินในการปรับตัวให้สอดคล้องกับ เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก พร้อมยกระดับมาตรฐานการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เร่งพัฒนาเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ลดคาร์บอนการบิน
อีกหนึ่งโปรมแกรมดีๆ จากแคมเปญ “ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี” ของ AIS ที่ร่วมมือกับ Central Group และ Japan Airlines ที่พาผู้ชนะบินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น เรียนรู้กระบวนการจัดการ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร รวมทั้งการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เยี่ยมเยือนและเรียนรู้ข้อมูลด้านความยั่งยืนของสายการบิน Japan Airlines (JAL) ที่ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น
ทีมผู้บริหารของ Japan Airlines ได้พูดถึง หนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ Net-Zero ของ JAL คือการเร่งขยายการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถ ลดการปล่อย CO₂ ได้ถึงประมาณ 80% ตลอดวงจรชีวิต เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม

ปัจจุบันการใช้ SAF ทั่วโลกยังมีสัดส่วนเพียงประมาณ 0.7% ของเชื้อเพลิงการบินทั้งหมด เนื่องจากต้นทุนสูงกว่าน้ำมันปกติถึง 3-5 เท่า และกำลังการผลิตยังมีจำกัด
อย่างไรก็ตาม JAL ตั้งเป้าหมายเพิ่มการใช้ SAF อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้ เชื้อเพลิง SAF ทดแทนเชื้อเพลิงการบินอย่างน้อย 10% ภายในปี 2030 พร้อมขยายการใช้งานในเส้นทางบินหลักทั่วโลก
เส้นทางบินที่เริ่มใช้ SAF แล้ว ได้แก่
- ซานฟรานซิสโก
- ลอสแอนเจลิส
- ชิคาโก
- เซี่ยงไฮ้
- สิงคโปร์
และมีแผนขยายการใช้ SAF ในเส้นทางบินไปยัง กรุงเทพฯ และมะนิลา ภายในปีงบประมาณ 2026

โครงการ “Fry to Fly” เปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วให้กลายเป็นเชื้อเพลิงการบิน
JAL ยังผลักดันแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านโครงการ “FRY to FLY” โครงการนี้เปิดรับ น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากครัวเรือนและธุรกิจ เพื่อนำไปแปรรูปเป็น SAF ทำให้ของเสียจากชุมชนสามารถกลับมาเป็นทรัพยากรพลังงานได้อีกครั้ง
ในญี่ปุ่นมีการติดตั้ง จุดรับบริจาคน้ำมันใช้แล้วในซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 100 แห่ง และสามารถรวบรวมได้มากกว่า 19,000 ลิตร เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงการบิน
นอกจากนี้ JAL ยังมีบทบาทสำคัญในโครงการ ACT FOR SKY Initiative ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับประเทศเพื่อสนับสนุนการผลิต SAF ภายในญี่ปุ่น และสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน

ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ถึง 96%
นอกจากการลดคาร์บอนแล้ว JAL ยังมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติก โดยสามารถ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ถึง 96% ภายในปีงบประมาณ 2024 เมื่อเทียบกับปี 2019
สายการบินตั้งเป้าหมาย ยกเลิกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ผลิตจากปิโตรเลียมในทุกจุดบริการ
มาตรการสำคัญ ได้แก่
- เปลี่ยนภาชนะอาหารบนเครื่องบินเป็น วัสดุจากพืชและวัสดุย่อยสลายได้
- ใช้ กระดาษรองถาดอาหารและฝาภาชนะที่ย่อยสลายได้
- เปลี่ยนขวดเครื่องดื่มเป็น วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุทางเลือกที่ยั่งยืน

- ใช้ Amenity Kit จาก HERALBONY ที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพ TEXa® ซึ่งทำจากผลพลอยได้ทางการเกษตร และบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการรับรอง FSC
- เปลี่ยนถุงพลาสติกคลุมรถเข็นเด็กเป็น ผ้าคลุมแบบใช้ซ้ำได้
- ในงานขนส่งสินค้า เปลี่ยนมาใช้ พลาสติกรีไซเคิลสำหรับห่อพัสดุ
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดปริมาณขยะจากเที่ยวบินจำนวนมากที่เกิดขึ้นทุกวัน

ระบบรีไซเคิลแก้วกระดาษบนเครื่องบิน
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการพัฒนาระบบ Circular Recycling สำหรับแก้วกระดาษ
JAL ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่นในการรวบรวม แก้วกระดาษที่ใช้แล้วจากเที่ยวบินภายในประเทศและเลานจ์สนามบิน เพื่อนำไปผลิตเป็นเยื่อกระดาษรีไซเคิลคุณภาพสูง
วัสดุรีไซเคิลเหล่านี้จะถูกนำกลับมาผลิตเป็น แก้วกระดาษใหม่ กล่องกระดาษสำหรับขนส่งสินค้า เครื่องเขียนของ JAL แนวทางดังกล่าวช่วยลดการใช้ทรัพยากรป่าไม้และทำให้วัสดุหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดประสบการณ์เบื้องหลังอุตสาหกรรมการบินที่ JAL Sky Museum
นอกจากการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม JAL ยังเปิด JAL Sky Museum ใกล้สนามบินฮาเนดะ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสโลกของอุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ผู้เข้าชมสามารถใช้เวลา ประมาณ 130 นาที ในการเรียนรู้ผ่านโซนต่าง ๆ เช่น
- นิทรรศการประวัติศาสตร์สายการบิน
- เครื่องแบบและไทม์ไลน์ดิจิทัล
- โซนจำลองห้องนักบิน
- Hangar Tour ที่สามารถชมการบำรุงรักษาเครื่องบินจริง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีของสายการบินญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
การบริการแบบ Omotenashi จากลูกเรือชาวไทย
ปัจจุบัน JAL มี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยประจำการที่กรุงเทพฯ ประมาณ 400 คน ซึ่งได้รับการฝึกอบรมตามแนวคิด Omotenashi หรือศิลปะแห่งการบริการแบบญี่ปุ่น
สายการบินให้บริการเที่ยวบินระหว่างไทยและญี่ปุ่น วันละ 4 เที่ยวบิน ได้แก่
กรุงเทพฯ – โตเกียว ฮาเนดะ (JL32 และ JL34)
กรุงเทพฯ – โตเกียว นาริตะ (JL708)
กรุงเทพฯ – โอซาก้า (JL728)

ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยังเครือข่ายภายในญี่ปุ่นและเส้นทางระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก
Japan Airlines ก่อตั้งขึ้นในปี 1951 และเป็นสายการบินเอกชนแห่งแรกของญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นสมาชิกของพันธมิตรสายการบิน oneworld® กลุ่ม JAL มีเครื่องบินให้บริการ 232 ลำ (ข้อมูล ณ มกราคม 2026) และให้บริการเครือข่ายการบินครอบคลุม 395 สนามบินใน 68 ประเทศและภูมิภาค
สายการบินยังได้รับรางวัลด้านการบริการระดับโลกหลายรายการ รวมถึง การจัดอันดับ สายการบินระดับ 5 ดาวจาก Skytrax รางวัล World Class Airline จาก APEX

